xs
xsm
sm
md
lg

“กำนันเทือก” หัวร้อน! รีบผลักประชาธิปัตย์ไปอยู่ฝ่ายทักษิณ หลัง “มาร์ค” ประกาศไม่หนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ **อีแร้งรุมทึ้งซากศพ ทษช. อนาถอาฟเตอร์ช็อก ชิงเหลี่ยมฉกคะแนนฝุ่นตลบ **กลุ่มล้มเจ้าจับเครือข่ายทักษิณ ผนึกกำลังเต็มอัตราศึก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว


“กำนันเทือก” หัวร้อน! รีบผลักประชาธิปัตย์ ไปอยู่ฝ่ายทักษิณ หลัง “มาร์ค” ประกาศไม่หนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ หวังเก็บคะแนน “คนใต้” ไม่เลือกทั้งเครือข่ายทักษิณ และประชาธิปัตย์ แล้วหันมาเลือกรวมพลังประชาชาติไทย ฝันหวานสร้างราคาให้กับตัวเองอีกครั้ง หลังถูก “บิ๊กตู่” หักอก ไปเลือกเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ

หลัง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศชัดไม่หนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แบบหมดเวลาเกรงใจกันแล้ว เพราะขืนหนุนให้สืบทอดอำนาจต่อไป มีแต่จะสร้างความขัดแย้ง เศรษฐกิจย่ำแย่ ... คนที่ออกมาตอบโต้ฉับพลันก็คือ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสานของพรรคพลังประชารัฐ ที่ตั้งคำถามสวนมาว่า อย่างนี้แสดงว่าจะหันไปจับมือกับเพื่อไทย ใช่หรือไม่ ...ทั้งที่ก่อนหน้านี้ อภิสิทธิ์ ก็พูดชัดจนแทบจะเป็นครั้งที่ 100 ว่า ไม่ร่วมกับ “พรรคในระบอบทักษิณ”

อีกคนที่ออกอาการ “หัวร้อน” ขึ้นมาทันที ก็คือ “กำนันเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย.. “กำนันเทือก” ที่กำลังเดินสายอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ในค่ำวันเดียวกัน โดยลำเลิกบุญคุณว่า เขาเป็นคนผลักดันให้ “อภิสิทธิ์” ได้เป็นนายกฯ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ก็ไม่รู้ว่าชาติหน้าจะได้เป็นนายกฯ หรือไม่ ... แถมรีบฉวยโอกาสผลักให้ประชาธิปัตย์ไปอยู่ข้างเดียวกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อีกคน พร้อมใส่ไฟว่า นี่คงหวังให้ฝ่ายทักษิณเทคะแนนเสียง ส.ส.หนุนให้ได้เป็นนายกฯ และตบท้ายแบบขึ้นมึงขึ้นกูว่า “เอาแบบนี้ใช่มั้ย .. นี่แสดงว่ามึงอยากจะเป็นนายกฯ มาก จนลืมหัวกูแล้วใช่มั้ย.. ”

เท่านั้นไม่พอ ยังโพสต์เฟซบุ๊กตอกย้ำว่า ที่ผ่านมาทั้งเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ก็เคยอยู่ข้างเดียวกันโดยประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาแล้ว แต่พี่น้องประชาชน สิบหกล้านแปดแสนคน พร้อมใจกันออกมาลงประชามติ รับร่างรัฐธรรมนูญ จนทำให้ได้ชื่อว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่ก็ยังถูกคนกลุ่มนี้บิดเบือนว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ “เผด็จการสืบทอดอำนาจ” ...
สุเทพ เทือกสุบรรณ
ขณะที่ “แทน เทือกสุบรรณ” ลูกชายกำนันเทือก ก็ออกมาโพสต์แจมว่า เชื่อว่าคนส่วนมากไม่เลือก “พรรคตระกูลเพื่อ” และก็ไม่หลงคารมพวก “อนาคตใหม่” ดังนั้น คนส่วนใหญ่ถ้าไม่เลือกประชาธิปัตย์ ก็เลือก รวมพลังประชาชาติไทย ในเมื่อ “อภิสิทธิ์” ไม่ร่วมรัฐบาลกับ “ลุงตู่” คนที่เลือกประชาธิปัตย์ก็คือเลือกให้ไปเป็นฝ่ายค้าน แต่ถ้าเลือกรวมพลังประชาชาติไทย ก็จะได้อยู่ฝ่ายรัฐบาล ได้เข้าไปช่วยนายกฯ ลุงตู่ทำงาน ... ดังนั้น ก่อนหย่อนบัตรก็ขอให้พิจารณาดู เลือกแบบไหน จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ ... เรียกได้ว่าทั้งพ่อทั้งลูกต่างฉวยโอกาสผลักให้ประชาธิปัตย์ไปอยู่ฝ่ายทักษิณ เพื่อหวังให้ “คนใต้” ที่ไม่ชอบทักษิณเป็นทุนเดิม พานไม่ลงคะแนนให้ประชาธิปัตย์ แล้วหันมาเทคะแนนให้ “พรรคกำนันเทือก” ...

ย้อนหลังไปในช่วง “กำนันเทือก” ในฐานะแกนนำ กปปส.ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย เพื่อจะพา “ทักษิณ” กลับบ้านอย่างเท่ๆ โดยไม่ต้องติดคุก... บนเวทีปราศรัย “กำนันเทือก” ยกเรื่องการปฏิรูปมาปลุกเร้ามวลชน ทั้งปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และลั่นสัจจะวาจา ว่า ถ้าสู้ชนะ ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ออกไปได้ จะเลิกเล่นการเมือง จะไม่รับตำแหน่งใดๆ ในทางการเมือง ซึ่งการต่อสู้ในครั้งนั้นจบลงด้วยการรัฐประหารโดย “บิ๊กตู่” จากนั้น “กำนันเทือก” ก็ไปบวช และก็ยังประกาศสัจวาจาทั้งที่อยู่ในผ้าเหลืองว่าจะเลิกเล่นการเมือง ...

กระทั้งร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ผ่านประชามติ “กำนันเทือก” ที่บอกว่าจะเลิกเล่นการเมือง ก็คิดการใหญ่ด้วยการส่งอดีต ส.ส.ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมเคลื่อนไหวกับเวที กปปส. กลับเข้าพรรคไปอีกครั้ง หวังจะยึดพรรคประชาธิปัตย์ไว้เป็นฐานการเมืองให้ “บิ๊กตู่” ได้สืบทอดอำนาจ ด้วยเชื่อมั่นในบารมีความเป็นอดีตเลขาธิการพรรค ของตนเอง... แต่ก็เจอด่าน “ผู้อาวุโส” ในพรรคอย่าง นายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ขวางเอาไว้.. สุดท้ายยึดไม่สำเร็จ จึงต้องออกมาตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ...

การตั้งพรรครั้งนี้ “กำนันเทือก” ประกาศชัดตั้งแต่ไก่โห่ว่าจะหนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ อีกรอบ โดยหวังว่าฝ่ายทหารจะใช้เป็นฐานการเมือง แล้วตนเองก็จะอยู่ในฐานะผู้จัดการปั้นนายกฯ ได้เป็นคน “ถือเงิน” ที่จะส่งมาสนับสนุนพรรค ยอมตากหน้าออกเดินสายคารวะแผ่นดินไปทั่วประเทศ ท่ามกลางการเหยียดหยาม โห่ไล่ บางคนก็พูดต่อหน้าว่าเป็นคนตระบัดสัตย์ ทั้งเรื่องไม่เล่นการเมือง ทั้งเรื่องการปฏิรูป ที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ... แต่ “กำนันเทือก” ก็ยอมทน ยิ้มรับ หวังว่าสุดท้ายแล้ว “บิ๊กตู่” จะเห็นใจยอมมาใช้บริการเป็นว่าที่นายกฯ ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ... แต่แล้ว “บิ๊กตู่” กลับไปเลือกใช้บริการของพรรคพลังประชารัฐ ทำให้กำนันเทือกอกหักอย่างแรง ... แต่ก็ยังไม่ละทิ้งเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลบิ๊กตู่หลังการเลือกตั้ง แม้ตนเองจะเข้าไปรับตำแหน่งไม่ได้ แต่ก็พร้อมที่จะส่ง “คนในกำกับ” เข้าไปรับตำแหน่งทางการเมืองแทน ...



นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไม “กำนันเทือก” จึงได้ออกอาการหัวร้อน เมื่อ “อภิสิทธิ์” ประกาศไม่หนุน “บิ๊กตู่” เพราะถ้าใครๆ ก็ไม่หนุน “บิ๊กตู่” ... โอกาสได้เป็นรัฐบาลก็ยากยิ่ง



ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ด้วยความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ฐานกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข...ตอนนี้ต้องบอกว่า ฐานเสียงคะแนนของ ทษช.กำลังถูกพรรคต่างๆ มะรุมมะตุ้ม แย่งชิงกันน่าดู อุปมาเหมือนฝูงอีแร้งที่รุมทึ้งซากศพ...

เพจการเมือง “The METTAD” บอกว่า สถานการณ์ช่วงนี้ยุงเหยิง ปั่นป่วนแบบชิงไหวชิงพริบ จุ๊บจิ๊บ หักเหลี่ยมโหดฝุดๆ พร้อมกับวิเคราะห์ได้น่าสนใจ ... มาดูกัน ไล่เรียงจากทันทีที่ ทษช.ถูกยุบ! พรรคอนาคตใหม่ก็รีบฉวยโอกาสโหนศพ ทษช.โจมตีรัฐบาลทหาร และศาลสถิตยุติธรรม หวังกวาดคะแนน ทษช.ที่หล่นน้ำมาเป็นของตน... มีการออกแถลงการณ์คัดค้านการยุบพรรค ทษช. พลันที่แถลงการณ์ที่ส่อไปในทางคุกคามตุลาการศาลยุติธรรม ของอนาคตใหม่ถูกเผยแพร่ หัวหน้าสำนักงานทนายความ “ไพบูลย์ ดวงประทุม” และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา “นายชูชาติ ศรีแสง” ก็ให้ความเห็นว่า แถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่นั้นมีลักษณะละเมิดอำนาจศาลชัดเจน... ซึ่งมีแนวโน้มว่าอนาคตใหม่อาจถูกฟ้องร้อง หรือถูกยุบพรรค อีกก็เป็นไปได้ ...

อีกด้านหนึ่ง “ใจลล์ อึ๊งภากรณ์” หนึ่งในนักเคลื่อนไหวเครือข่ายล้มสถาบันฯ ก็รีบออกมาโพสต์เฟซบุ๊กปกป้องศิษย์รักในไส้ทันที โดยระบุว่า มวลชนผู้รักประชาธิปไตยควรเตรียมตัวไว้ ถ้าพรรคอนาคตใหม่โดนเล่นงานทางกฎหมาย ก็ถึงเวลาประท้วงบนท้องถนน ไม่ว่าเราจะสนับสนุนพรรคไหน...อ้าว “คุณธนาธร” ไหนว่าไม่รู้จักขบวนการล้มเจ้าไง... แต่ขบวนการล้มเจ้าออกมาปกป้องพรรคของคุณนี่หมายความว่าอย่างไร? เพจดังตั้งคำถาม ... ย้อนไปเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีคำแถลงการณ์ต้านยุบ ทษช.ของพรรคอนาคตใหม่ ธนาธรได้เคยให้สัมภาษณ์ บางกอกโพสต์ ว่า “กำลังจะเสนอให้พาทักษิณกลับบ้าน”...

ธนาธร ยกกรณีพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบเพราะเป็นผลพวงของการต่อสู้กับระบอบเผด็จการตุลาการ และเขามีแนวโน้มที่จะเห็นด้วยว่า ทักษิณ เองก็เป็นเหยื่อของการถูกรังแกทางการเมือง เขาเรียกร้องให้มีการเอาทักษิณกลับมาพิจารณาคดีใหม่ในคดีที่ตัดสินไปแล้ว ...พอพูดเช่นนี้ กระแสโซเชียลฯ ก็มาคุขึ้นมาทันที เพราะเท่ากับว่านี่คือการพยายามปราศรัยหาเสียงเพื่อนำทักษิณกลับมาพิจารณาคดีใหม่ ด้วยศาลที่พวกเขาอ้างว่าต้องเป็นกลาง ซึ่งมันส่งผลกับการคำพิพากษา ที่อาจจะถูกเปลี่ยนเป็นพ้นผิดได้ หลายคนเลยมองว่ามันคือการนิรโทษกรรมเฉพาะทักษิณ นั่นเอง...

ว่าแต่ว่าความเป็นกลางวัดกันที่ตรงไหน? อย่าลืมว่ามีหลายคดี ที่ทักษิณ และคนในเครือข่าย ได้ประโยชน์จากศาลรัฐธรรมนูญ การปราศรัยแบบนี้ คนที่ชื่นชอบทักษิณนั้น ย่อมเทใจไปที่ ธนาธร อย่างแน่นอน และยิ่ง การที่พรรค ทษช. ถูกยุบไปแล้วนั้น ย่อมเป็นมุมบวกของ พรรคอนาคตใหม่ การเอาใจกลุ่มฐานนิยมทักษิณ ให้มาสนับสนุนตนเอง... แต่ไม่ใช่สำหรับกลุ่มพรรคการเมือง “ตระกูลเพื่อ” ที่เปรียบเสมือนเป็นลูกที่มีสายเลือดใกล้กับทักษิณมากกว่า ... เพราะพวกเขาเริ่มมองว่า การกระทำของ ธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ เป็นการดึงคะแนนเสียงออกจากพรรคของตนเอง เลยมีการต่อสายตรงหา ฝ่าย “อดีต” ทษช. กวาดคะแนนที่ลอยน้ำของ ทษช.เข้าพรรค “ตระกูลเพื่อ” แทนที่จะเป็นอนาคตใหม่...

การยื้อแย่งนี้ ส่งสัญญาณออกมาให้เห็นถึงการต่อสู้กันภายในกลุ่มเครือข่ายของทักษิณ ที่ออกมายื้อแย่งคะแนนกันโค้งสุดท้าย ขนาด นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ คนใกล้ชิดกับ ทักษิณ ชินวัตร และเคยเป็นถึง อดีตแฟนคลับพรรคอนาคตใหม่ ก็ออกมาโพสต์เชิงตำหนิว่า “พูดไปเรื่อยเปื่อยจะเอาทักษิณ ยิ่งลักษณ์ กลับมาสู่การพิจารณาคดีใหม่ ไหนช่วยเล่าหน่อยสิ จะเอากลับมายังไง พูดแต่ละเรื่อง ฟังดูดี แต่วิธีจะทำให้เกิดขึ้นอย่างไรไม่เคยพูด เหม็นขี้ฟัน พรรคกะโหลกกะลา”... จากคำพูดของ นายปวิน ก็พอ จะทำให้คาดเดาได้ถึงความไม่พอใจของกลุ่มการเมืองสายแดง ที่ไม่พอใจความฉวยโอกาสของพรรคอนาคตใหม่ ที่พยายามแสดงตัวตนเป็นลูกรักคนใหม่ของทักษิณ กลายเป็นศึกแย่งมวลชน และคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ รัฐบาลทหารเลย...

แม้แต่อดีต กก.บห.บางคนของพรรค ทษช.ยังระบุว่า “พรรคใดๆ ก็ตามที่ยังไม่แสดงจุดยืนทางการเมืองชัดว่า อยู่ฝั่งใดแล้วออกมาให้กำลังใจพรรค ทษช. อยากให้ประชาชนพิจารณาตรงนั้น อย่าให้เขาเอาพรรคทษช.ไปหาผลประโยชน์ทางการเมือง เพราะเริ่มเห็นบางพรรคที่ไม่มีจุดยืนทางการเมืองทางประชาธิปไตยชัดเจน เริ่มเอาพรรคทษช.ไปใช้”...

แต่การประกาศตัว ปกป้อง ทษช. และพาทักษิณกลับบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องดี สำหรับคนที่คาดหวังว่า ธนาธร เป็นความหวังทางการเมืองใหม่ เพราะการดึงเอาทักษิณกลับมานั้น จะเป็นเครื่องยืนยันว่า ธนาธร กำลังเล่นการเมืองแบบเก่าๆ อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวมาตลอด ตั้งแต่ที่เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกคนเสื้อแดง และ เป็นถึง นายทุนเว็บไซต์หมิ่นสถาบันฯ อย่าง"ฟ้าเดียวกัน" นั่นเอง ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ ธนาธร ถูกเคลือบแคลงสงสัย... อย่างไรก็ตาม การที่ ธนาธร เคยพูดเรื่องนำทักษิณกลับมาพิจารณาคดีใหม่นั้น ทำให้ ฐานเสียงทางการเมืองของอนาคตใหม่ ในกลุ่มของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชื่นชอบกับการเข้าไปยุ่งกับการเมืองเสื้อสี ก็ต้องถอยออกมาคิดใหม่ ธนาธร ที่มัวแต่พยายามหาเสียงจากผลพลอยได้เหตุการณ์ยุบ พรรค ทษช.เพิ่งตระหนักว่าตนกำลังสูญเสียฐานเสียงที่จงรักภักดีที่สุดไป ส่งผลให้ ธนาธร ต้องออกมาให้ข่าวว่า “เราไม่ได้เสนอให้ “พาทักษิณกลับบ้าน”...

จากจุดนี้นับว่า พอจะทำให้เราเข้าใจกลยุทธ์ของ ธนาธรได้หลายอย่างคือ...

1. ธนาธรเล่นการเมืองคราวนี้ไม่ได้พกความรู้ด้านการเมืองสายพัฒนามา เขาจึงมักวางตัวเป็น นักการเมืองนักปฏิวัติ และผู้พิพากษาทางสังคม เน้นปลุกเร้าให้ผู้คนกระหายต่อการ กำจัด “คนเลว” ในทัศนะของเขาโดยไม่สนกฎหมายของประเทศ เรื่องแบบนี้เข้าข่าย “ศาลเตี้ย” ที่จับเอาประเด็นอ่อนไหวของสังคมมาปราศรัยเพื่อช่วงชิงเสียงข้างมากนั่นเอง การเมืองสายบู๊เช่นนี้มักจะจับประเด็นที่ความแตกแยกของสังคม เช่น เรื่องศาสนา...อุดมการณ์ทางการเมือง ประวัติศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดนั้น ก็ยกมาเป็นเพียงแค่ทฤษฎี เท่านั้น แต่ทำจริงได้ยาก

2. เขาพยายามซ่อนตัวเองว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองคนเสื้อแดง และขบวนการล้มเจ้าในอดีต...แต่จากที่ปรากฏ ทั้งสมาชิกพรรค และ คนใกล้ชิดทั้ง นักเคลื่อนไหว นักวิชาการ ล้วนเป็นคนที่มาจากฝ่ายซ้าย และขบวนการล้มเจ้า ทั้งสิ้น

3. เขาพยายามเปิดตัวด้วยความใหม่ และอ่อนเยาว์ เพื่อช่วงชิงคำว่า คนรุ่นใหม่ และการเมืองรุ่นใหม่ แต่หากดูจากวิธีการแสดงออกแล้วนั้น ธนาธร พูดถึง การต่อสู้กับชนชั้นปกครอง เหนือทหาร และ ภารกิจ ปี 2475 ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจจะเกี่ยวโยงกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองในอดีต ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่ได้เป็นของใหม่อะไรเลย แต่เคยถูกพูดถึงบ่อยครั้งตั้งแต่ ยุคปฎิวัติฝรั่งเศสและสงครามเย็น

4. และในกรณีของทักษิณ ชินวัตรก็เช่นกัน ...หาก ธนาธร ไม่มีส่วนเกี่ยวโยงกับ ทักษิณ ชินวัตร ทำไม การนำเสนอเรื่องราวหรือนโยบายทางกฏหมาย เช่นการ รื้อคดี ถึงจะต้องวิ่งวน อยู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร ทั้งๆ ที่เขาสามารถนำเสนอหรือเปรียบเทียบกับพรรคอื่นในเรื่องนโยบายสาธารณะได้ ...ไหนว่า "ไม่ใช่ นอมินี ทักษิณ และ ทำทุกอย่างเพื่อประชาธิปไตย” ตกลงว่าทำ “เพื่อใคร”??

5. เนื่องจากเป็นพรรคใหม่ แม้ว่าจะเป็นพันธมิตรที่ดีกับทักษิณ แต่การแย่งคะแนนเสียงจากพรรคลูกข่ายทักษิณ ยังเป็นเรื่องจำเป็น เพราะการเลือกตั้งคือการแข่งขัน ดังนั้นคู่แข่งทางการเมืองของธนาธร ไม่ใช่ ฝ่ายทหารจริงเหมือนกันที่ผู้คนเข้าใจ แต่เป็นฝ่ายเพื่อไทย ที่กุมฐานเสียงกลุ่มเดียวกัน

6. พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้จริงใจกับสถาบันเบื้องสูงอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ ปิยบุตร เป็นคนเดียวที่เคยเรียกร้องอ้าง ไม่อยากให้สถาบันฯ ข้องเกี่ยวการเมืองและเรียกร้องให้ลดอำนาจและสิทธิของพระองค์ด้วยการ ของยกเลิกมาตรา 112 และไม่ต้องการให้สถาบันฯมีพระราชดำรัสต่อที่สาธารณะ แต่ดันเห็นดีเห็นงามต่อการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯชองทษช. และเมื่อทษช. ถูกยุบ อนาคตใหม่ก็ออกไปต่อต้านการยุบพรรค ทั้งๆที่ ศาลมีคำสั่งยุบพรรคเพื่อ เป็นการดึงสถาบันฯ มาข้องเกี่ยวการเมือง

7. การลงเลือกตั้งของ ธนาธร ในครั้งนี้ มีแรงเสียดทานต่ำ เขารู้ตัวเองอยู่แล้วว่า พรรคอนาคตใหม่นั้นไม่ได้หวังเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล แต่คาดหวังแค่ ปาร์ตี้ลิสต์เข้าไปนั่งทางการเมืองเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าทำอะไรพรรคของเขาคุ้มที่จะเสี่ยงในระดับหนึ่ง เป้าหมายนอกเหนือการเลือกตั้งครั้งนี้ คงไม่พ้นการเล่นบท นักปฏิวัติ ที่ยั่วยุผู้คน ให้ลงมาบนท้องถนน ประท้วงรัฐบาลทหารเพื่อโจมตี รัฐธรรมนูญ ปี2560 หลังจากที่ชัยชนะในการเลือกตั้งตกเป็นของ พปชร.ขึ้นตั้งรัฐบาลผสม.นั้นเอง

ทั้งหมดนี้ของ The Metted ว่าไว้ โอ้ว...หรือพ่อจะเป็นอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ ... #พ่อหลอกฟ้า .

**กลุ่มล้มเจ้าจับเครือข่ายทักษิณ ผนึกกำลังเต็มอัตราศึก แต่ขั้วที่น่าจะจับมือกันของฝั่งตรงข้าม กลับเตะตัดขา “ลุงตู่” กันหมดทั้ง “มาร์ค-เสี่ยหนู” รึว่า เกมต่อรองเพราะรู้ว่าประยุทธ์ไร้ทางถอยแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
“ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิสธที่จะให้คำตอบกรณีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนที่จะไม่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ สืบต่อ ... น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้ก็เป็น "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เชื่อวาจะป็นพรรคที่สนับสนุนลุงตู่ ด้วยสายสัมพันธ์อันดีก็แสดงท่าทีไม่แน่ ซะงั้น...

เบื่องหลังเรื่องนี้น่าคิดว่า ทำไมมาประดังประเดกันเอาช่วงนี้ จุดเปลี่ยนมาจากการยุบพรรคไทยรักษาชาติส่วนหนึ่ง อีกส่วนระหว่างนี้สังคมเองก็เริ่มคล้อยตาม ไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจของ คสช. และไม่ต้องการความขัดแย้งแบบสร้างรอยร้าวให้สังคมแบบ ทษช. และพรรคตระกูลเพื่อของทักษิณ ... คนเริ่มมองหาพรรคกลางๆ ซึ่งไปเข้าทางพรรคประชาธิปัตย์ และ ภูมิใจไทย โอกาสมีไม่ฉกฉวยก็ดูกระไร

ยิ่งทั้งสองขั้ว พลังประชารัฐ และ ทักษิณ บีบให้คนเลือกข้าง ไม่เลือกลุงตู่ =เลือกทักษิณ เหมือนที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ลำเลิกกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคส้มหวาน และตระกูลเพื่อ รุมทึ้งคะแนนทษช. บีบให้คนต้องเลือกเพื่อล้มคสช. เพื่อฆ่าทำลายฝันลุงตู่หวนคืนอำนาจ ... ทั้งมาร์ค และ อนุทิน จึงคำนวณเป็นแม่นมั่น เสนอตัวเป็นทางออก

ด้าน “ลุงตู่” เจอนักข่าว ไม่ตอบประเด็นนี้ กลับติ๊ดชึ่งขยับปล่อยของไว้ก่อนรัวๆ ช่วงนี้โชเซียลฯ ของลุง และเครือข่าวจึงขยันปล่อยภาพลุงตู่ชิลๆ ออกมาให้วิจารณ์กันแทน สู้กระแสใครๆ ก็ไม่รัก... แต่ละภาพ “ลุงตู่” โพสต์ในท่าทางหลากหลายประหนึ่งนายแบบมืออาชีพ เสื้อผ้า หน้าผม มีความตั้งใจออกมาให้ลุคดูอ่อนโยนและคิกขุ ดูแปลกตาจากภาพของชายสูงอายุ หน้าตาถมึงทึง ก้าวร้าว เกรี้ยวกราดแข็งๆ แบบทหาร ... ว่ากันว่า เบื้องหลังของภาพชุดนี้ตัวลุงเองก็พึงพอใจยิ่ง บางภาพถ่ายใหม่ บางภาพก็เป็นภาพเก่าเอามาเล่าใหม่ แต่ภาพเหล่านี้ก็เป็นภาพที่ขัดแย้งกับสิ่งที่คนรับรู้และเห็นจนภาพชินตาของ พล.อ.ประยุทธ์ มา 5 ปีนั้น นักข่าวสงสัยเลยถามลุงไปตรงๆ ว่าต้องการสื่ออะไร มันใช่ตัวตนหรือไม่? ลุงตู่ยืนยันกลับมาว่า “ใช่ ตัวฉันสิ”

ไม่พอวันเดียวกัน ลุงตู่ยังโพสต์ไอจีเป็นภาพขณะกำลังรับประทานอาหารกลางวันบนโต๊ะทำงาน พร้อมกับแคปชัน ของอร่อย ไม่จำเป็นต้องแพง #ฉลาดเลือก นัยว่าแฮชแท็ก #ฉลาดเลือกนี้ ต้องการสื่อถึงคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ฉลาดเลือก ... ไม่รู้ว่าภาพและโพสต์พวกนี้จะช่วยลุงตู่ได้แค่ไหน ปลุกคนให้ฉลาดเลือกอย่างที่ลุงตั้งใจได้มั้ย ที่แน่ๆ สถานการณ์การเมืองโค้งสุดท้ายก่อนเลทอกตั้งแหลมคมยิ่ง กลายเป็นตอนนี้กลุ่มล้มเจ้า เครือข่ายทักษิณผนึกกำลังกันเต็มอัตราศึก แต่ขั้วที่น่าจะจับมือกันของฝั่งตรงข้ามกลับเตะตัดขา พล.อ.ประยุทธ์กันหมด ทั้งมาร์ค และเสี่ยหนู ทั้งๆ ที่รู้ว่าลุงตู่อย่างน้อยก็มี ส.ว.250 เสียงในมือ หรือว่าจะเป็นเกมต่อรอง เพราะรู้ว่าลุงตู่ไม่มีที่ให้ถอยแล้ว? ...




กำลังโหลดความคิดเห็น...