xs
xsm
sm
md
lg

วัดนโยบายเพื่อไทย-เพื่อแม้ว จากเคยโดดเด่นหักมุมมาด้อยสุด !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา




อีกไม่ถึง 30 วันแล้วกำลังนับถอยหลังสู่วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ในวันที่ 24 มีนาคม การหาเสียงของบรรดาพรรคการเมืองที่กำลังทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ การหาเสียงที่โจมตีฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน หลายพรรคต่างเน้นนโยบายเพื่อเอาชนะใจชาวบ้าน หวังโน้มน้าวให้ลงคะแนนให้

หากกล่าวถึงนโยบายของแต่ละพรรคต่างก็มีความโดดเด่นไม่ซ้ำ หากเริ่มจากพรรคเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชู อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ก็ยังยืนยันชูในเรื่อง “ประกันราคา” การให้รัฐอุดหนุนค่าแรงขั้นต่ำในส่วนที่เพิ่มขึ้น สร้างรัฐสวัสดิการ เป็นต้น

พรรคภูมิใจไทย ของ อนุทิน ชาญวีรกูล เท่าที่จำได้ก็มีนำเสนอเรื่องการทำงานทางออนไลน์ สนับสนุนให้ทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน สนับสนุนให้ใช้ “แกร็บคาร์” อย่างถูกกฎหมาย เพื่อเพิ่มรายได้เป็นทางเลือก เพิ่มเงินอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ระบบแบ่งปันกำไร ปลูกกัญชาเสรี เป็นต้น แม้ว่าบางนโยบายจะมีคำถามตามมาว่าทำได้ไม่ได้ไม่รู้ หรือว่า “ขายฝัน” แต่อย่างน้อยก็นำเสนอให้ถกเถียงกันอย่างเด่นชัด

หรือแม้แต่พรรคพลังประชารัฐ พรรคน้องใหม่ที่ สนับสนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นพรรคน้องใหม่ ก็โชว์เรื่องสวัสดิการประชารัฐ ต่อยอดและสานต่อนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะ “บัตรคนจน” ที่ยังเป็นทีเด็ด ล่าสุดเพิ่งเปิดตัว 5 นโยบายหลักที่เน้นความทันสมัย และการสนับสนุนการค้าขาย เพิ่มรายได้ให้กับผู้ค้ารายย่อย ขนาดเล็กขนาดกลาง ภายใต้แคมเปญ “บางกอกโอเค”

หรืออย่างพรรคอนาคตใหม่ ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็จะเน้นในเรื่องการ “รื้อรัฐธรรมนูญ” และคำสั่งคสช.ทุกฉบับที่เกี่ยวข้องสิทธิของประชาชน ก็ว่ากันไป ทำได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากัน

รวมไปถึงพรรคอื่น เช่น พรรครวมพลังประชาชาติไทย ก็เน้นจุดขายในเรื่องการผลักดันการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ส่วนอีกหลายพรรคที่ไม่เคยเห็นการนำเสนอนโยบายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา รวมไปถึงพรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆ ก็ไม่ว่ากัน

แต่ที่น่าแปลกใจอย่างที่สุด ก็คือ ในการเลือกตั้งคราวนี้ พรรคที่เคยโดดเด่นเรื่องนโยบาย อย่างพรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ ที่กำลังลุ้นหนักว่าจะถูกยุบพรรคหรือไม่ รวมไปถึงพรรค “ตระกูลเพื่อ” ทั้งหลาย กลับไม่เห็นมีนโยบายอะไรออกมาให้เห็นเลย ย้ำว่า “ไม่มีเรื่องนโยบาย” ที่ถูกชูออกมาเลย ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก เพราะสิ่งที่เห็นแคมเปญการหาเสียงของพรรคการเมืองเหล่านี้จะว่าไปแล้วล้วนมีแต่ “วาทกรรม” ทั้งสิ้น เช่น “เราไม่ยอมให้ประเทศล้าหลัง ล้มเหลว ไม่ยอมให้เป็นหนี้”

หรือ “เศรษฐกิจมีปัญหาต้องใช้มืออาชีพ” รวมไปถึงคำพูดที่ว่า “เลือกเรากระเป๋าตุง” เป็นต้น ขณะที่พรรคไทยรักษาชาติ ก็บอกว่า “เราทำได้ ทำได้แล้ว ขอโอกาสทำต่อ” อะไรประมาณนี้ อาจจะจำได้ไม่แม่นทุกตัวอักษรแบบคำต่อคำ แต่ความหมายจะออกมาแนวนี้

แต่ไม่มีนโยบายที่จับต้องได้ เป็นรูปธรรมให้เป็นเรื่องเป็นราว หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก็มีเรื่อง “จำนำข้าว” รถคันแรก เป็นต้น แม้ว่าในกติกาใหม่จะมีข้อห้ามในเชิงของนโยบายประชานิยม ในเรื่องแจกแถม เพราะต้องอธิบายที่มาที่ไปในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ต้องแจกแจงความเป็นไปได้ด้วย แต่นั่นก็แค่ยกตัวอย่างให้เห็นเปรียบเทียบว่าทำไมในการเลือกตั้งคราวนี้พรรคเพื่อไทยจึงไม่นำเสนอนโยบายให้ชาวบ้านได้พิจารณา นอกเหนือจากวาทกรรมที่กล่าวโจมตีขึ้นมาแบบลอยๆ ดังกล่าว

หรือหากย้อนกลับไปในยุคของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ลอกนโยบายประชานิยมมาใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวคนแรกจนสร้างจุดเปลี่ยนทางการเมืองไทย ก็เคยนำเสนอนโยบายที่โดดเด่น โดนใจชาวบ้าน แต่คราวนี้กลับเงียบ ไม่มีอะไรใหม่

หรือว่าพอหมดยุค “นโยบายประชานิยม” ที่ต้องถูกตรวจสอบที่มาของการใช้งบประมาณถึงกับไปไม่เป็น ไม่มีนโยบายใหม่ๆ ออกมาให้เห็นเลย เพราะสิ่งที่เห็นในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของบรรดาพรรคการเมืองเครือข่ายของ ทักษิณ ชินวัตร ที่พรรคเพื่อไทย ผลักดัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกฯ จะเน้นไปในเรื่องการโจมตีตัวบุคคลฝ่ายตรงข้าม สร้างวาทกรรมประชาธิปไตยเผด็จการเป็นหลัก หรือไม่ก็เชิดชูความดีของ ทักษิณ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เท่านั้น

หรือบางพรรคเครือข่ายก็ยังเลยเถิดถึงขั้นหาเสียงด้วยการ “พาทักษิณกลับบ้าน (แบบไม่มีความผิด)” ก็ยังมีอยู่

ดังนั้น หากให้สรุปนาทีนี้สำหรับพรรคเพื่อไทย และพรรคเครือข่ายในการเลือกตั้งคราวนี้ ทางหนึ่งก็เหมือนกับการ “กินบุญเก่า” เท่านั้น และยังเชื่อมั่นว่ามวลชนผู้สนับสนุน ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวจะยังมั่นคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง อีกไม่นานก็คงได้เห็นกัน !!