xs
xsm
sm
md
lg

“อภิสิทธิ์” หนุนตัดงบกลาโหม แต่อย่านำมาเป็นเรื่องขัดแย้ง เน้นแก้ปากท้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อภิสิทธิ์” เห็นด้วยตัดงบกลาโหม แต่ต้องไม่นำมาเป็นประเด็นความขัดแย้ง ชี้เคยปรับลดมาแล้วสมัยเป็นนายกฯ เตรียมแถลงนโยบายภาพรวมเศรษฐกิจต้นมีนาคม แนะทุกพรรคหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ เผยประชาชนบ่นไม่อยากเห็นขัดแย้ง หวังหลังเลือกตั้งแก้ปากท้อง

วันนี้ (20 ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการหาเสียงของพรรคการเมืองในขณะนี้ว่าไม่ควรโจมตีกัน โดยประเด็นที่เห็นแตกต่างก็สามารถพูดคุยในเชิงนโยบายได้ไม่มีปัญหาอะไร เช่น เรื่องงบกระทรวงกลาโหม ก็เป็นสิทธิของแต่ละพรรคที่จะเสนอ แต่การนำเสนออะไรอยากให้อยู่ในบรรยากาศที่ว่าด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผล เช่น ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมางบกลาโหมจะมีลดอยู่ยุคหนึ่ง คือปีที่ตนเป็นนายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงว่าปรับลดได้เพียงแต่การปรับลดต้องมีเหตุผลว่าปรับลดด้วยเหตุการณ์และสถานการณ์อะไร

ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยที่จะมีการปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม แต่ต้องให้เหตุให้ผล ไม่ควรนำไปสู่ประเด็นความขัดแย้ง ในส่วนของงบประมาณภาพรวมทั้งหมดประชาธิปัตย์จะนำเสนอในช่วงต้นเดือนมีนาคมเพื่อให้เห็นภาพใหญ่ในการบริหารเศรษฐกิจการเงินการคลังทั้งหมด โดยจะแถลงข่าวให้เห็นถึงภาพรวมเศรษฐกิจและประเด็นที่ไม่ใช่ นโยบายที่นำมาหาเสียงกัน เช่น เรื่องผู้สูงอายุ เทคโนโลยีการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้ยังพูดกันน้อยเกินไป ในขณะนี้เริ่มเขียนบทความทุกอาทิตย์ และจะนำเสนออย่างเป็นระบบในช่วงต้นเดือนมีนาคม

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ประชาธิปัตย์เดินหน้าหาเสียงด้วยนโยบาย ในขณะนี้ประชาชนก็เริ่มบ่นที่เห็นความขัดแย้ง เพราะคาดหวังเรื่องปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง อยากให้เกิดความมั่นใจว่าเลือกตั้งแล้วมีความสงบ สามารถเดินหน้าแก้ปัญหาพื้นฐานได้อย่างจริงจัง จึงอยากรู้ว่าจะแก้ปากท้องแก้จนอย่างไรและอยากมั่นใจว่าเมื่อเลือกตั้งแล้วไม่มีความขัดแย้งจนต้องกลับมาสู่จุดนี้อีก จึงอยากให้ทุกพรรคหาเสียงอย่างสร้างสรรค์นำแนวคิดการเมืองมาพูดคุยสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่อย่าทำในลักษณะที่ทำให้เกิดบรรยากาศของความขัดแย้ง และนายกฯ เมื่อลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยก็ควรร่วมวงสนทนาสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ซึ่งจะทำให้เกิดบรรยากาศประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

“ถ้าเราอยากกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยก็ควรได้ผู้นำที่มีลักษณะความเป็นประชาธิปไตย โดยลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งคือต้องสามารถแลกเปลี่ยนและฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ และแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกับคนอื่นได้ ถ้าไม่สร้างค่านิยมแบบนี้สุดท้ายจะได้ผู้นำแบบอำนาจนิยม” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ระบุด้วยว่า เกิดความสับสนเกี่ยวกับการเมืองช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่ามีพรรคการเมืองที่เป็นหลักมีความเป็นสถาบันทำงานการเมืองอย่างสากล เดินหน้าโดยไม่หวั่นไหว จึงไม่อยากให้ประชาชนหวั่นไหวหรือเสียสมาธิ 24 มีนาคมเป็นโอกาสที่ประชาชนจะนำประเทศชาติหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันให้ได้ ในขณะนี้พบว่าประชาชนตื่นตัวเพราะรอคอยมานานและหวังที่จะเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจคือการเจริญเติบโตไปกองอยู่กับคนเพียงกลุ่มเดียว จึงต้องเปลี่ยนวิธีการ ต้องไม่ดูตัวเลขรวมอย่างเดียวโดยดูรายละเอียดของแต่ละกลุ่มว่ามีรายได้อย่างไร จึงนำไปสู่การทำนโยบายประกันรายได้ ทั้งภาคการเกษตรและแรงงาน เพื่อให้มีความแน่นอนและมีความมั่นคงในชีวิต จากนโยบายแบบนี้เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้

ส่วนที่มีการมองว่านโยบายหลายอย่างมีความคล้ายคลึงกันกับพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คล้าย เพราะมีทั้งของจริงและของลอกเลียนของจริง คือประชาธิปัตย์มาจากการทำงานที่ต่อเนื่อง เช่น เบี้ยยังชีพการออมแห่งชาติ พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนริเริ่ม ทั้งๆ ที่หลายยุคหลายสมัยไม่เคยให้ความสำคัญ รวมถึงนโยบายเด็ก วันที่พรรคประชาธิปัตย์เริ่มนโยบายนี้นายกรัฐมนตรียังพูดว่าอย่าไปเชื่อจะเอาเงินมาจากไหนแล้ว วันนี้อยู่ดีๆ จะทำนโยบายแบบเดียวกัน แต่ใช้เงินมากกว่าที่สำคัญ คือ 4-5 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีแนวคิดนี้ ในเรื่องเด็กอายุ 0 ถึง 8 ขวบ รวมถึงการให้เงินเด็กถ้วนหน้า เพราะฉะนั้น การโฆษณานโยบายใครจะพูดอะไรก็ได้ แต่ต้องย้อนกลับไปดูความจริงว่าเป็นอย่างไร เช่น ราคายางพารา ไม่มียุคไหนที่ราคาสูงเท่ากับตอนที่ตนเป็นรัฐบาล ดังนั้นจึงมั่นใจว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เป็นของแท้


กำลังโหลดความคิดเห็น...