xs
xsm
sm
md
lg

มั่นใจ “ลุงตู่” ทำ กทม.แลนด์สไลด์ ถ้าใส่แบรนด์ “พลังประชารัฐ” ** “สองพี่น้องชินวัตร” พาซวย พาสปอร์ตเขมรยิ่งลักษณ์ กระเทือนอาชญากรการเมืองโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา , ทักษิณ ชินวัตร- ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร , โจ โลว์
ข่าวปนคน คนปนข่าว

**มั่นใจ “ลุงตู่” ทำ กทม.แลนด์สไลด์ ถ้าใส่แบรนด์ “พลังประชารัฐ”

แหล่งข่าวในพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยอมให้พรรคเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคนที่ 1 จาก 3 รายชื่อของพรรคแน่ๆ ส่วนรายชื่อถัดมา จะเป็นนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในฐานะขุนพลด้านเศรษฐกิจ และมั่นใจว่า กระแสของลุงตู่ ผ่านการสำรวจของพรรค และโพลสำนักต่างๆ ที่ทำกัน จะได้ผลตรงกันว่า “ลุงตู่” นำหน้าทุกคน และมีคะแนนห่างออกไปเรื่อยๆ จะทำให้ ผู้สมัครของพรรคโดยเฉพาะใน กทม.ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาจำนวนมาก ชนิดที่เกิด “แลนด์สไลด์” ใน กทม.เกิดขึ้น และจะทำให้ผู้สมัครของพรรค ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด หาเสียงง่ายขึ้น โดยมั่นใจว่า เมื่อเปิดตัว “ลุงตู่” แล้วจะสามารถคาดการณ์เรื่องนี้ได้ชัดเจนขึ้น

อย่าลืมว่า ธรรมชาติการเลือกตั้งของคนกทม.นั้น เวลาไม่รู้ว่าจะเลือกพรรคไหนดี ผลประโยชน์ก็จะตกกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ถ้ามีกระแสของใครขึ้นมาสักคน หากไปดูประวัติศาสตร์คน กทม. จะเปลี่ยนใจไปเทให้พรรคนั้น จนพรรคประชาธิปัตย์เกือบจะตกเวที ถอยไปตั้งแต่ยุค “สมัคร สุนทรเวช ฟีเวอร์” แยกมาตั้งพรรคประชากรไทย ก็กวาดที่นั่งเกือบหมด เหลือที่นั่งให้ปชป. ที่เดียว และ กิจสังคม 2 ที่นั่ง เมื่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ฟีเวอร์ ก็เลือกพรรคพลังธรรม ชนิดที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รอดเข้าสภามาคนเดียว พอยุคทักษิณ ชินวัตร สมัยแรก พรรคไทยรักไทย ก็กวาดเกือบหมด แต่โดยรวมในสถานการณ์ปกติ พรรคหลักของคน กทม. ก็ยังเป็นพรรค ปชป. ดังนั้น“พรรคพลังประชารัฐ” มั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ต่างกับประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จะเกิดกระแส ฟีเวอร์ “ลุงตู่” และเชื่อว่าคน กทม.จะเทคะแนนให้พรรคชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย

ส่วนที่มีข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเพิ่งจะมีสมาชิกทั่วประเทศแค่ 4,000 กว่าคน อาจไม่สามารถส่งสมัครได้ทั่วประเทศ เพราะตามกฎหมาย ระบุว่า พรรคจะต้องมีสมาชิกในเขตเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 100 คน จึงสามารถส่งสมัครได้ แหล่งข่าวของพรรคฯ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะตอนนี้พรรคฯมีสมาชิกครบทุกเขตตามกฎหมายกำหนดแล้ว รอเพียงเชื่อมต่อข้อมูลกับสำนักทะเบียนของ กกต. และเมื่อมี “ลุงตู่” อยู่ในรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะกวาดที่นั่งทั่วประเทศได้ “มากกว่า 150 ที่นั่ง” อย่างแน่นอน ... และถ้ากระแส “ลุงตู่” ฟีเวอร์มีจริง ตามประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้งใน กทม. พรรคที่จะถูกลดทอนที่นั่งอย่างมากก็คือ พรรค ปชป. และเป้าหมายที่จะให้ได้ถึง 100 ที่นั่ง เพื่ออยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อ ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็อาจจะไม่สมหวัง ใครที่รัก “พี่มาร์ค” ก็เตรียมใจไว้ได้เลย

** สองพี่น้องชินวัตร พาซวย พาสปอร์ตเขมรยิ่งลักษณ์ กระเทือนอาชญากรการเมืองโลก

ไปไกลกว่าที่คิด แค่ “พาสปอร์ตกัมพูชา” ที่ “เจ๊ปู” ใช้ไปเซ็นสัญญาซื้อท่าเรือซัวเถา แล้วต่อมา ทางรัฐบาลกัมพูชา ออกมาปัดว่าเป็นพาสปอร์ตปลอมนั้น จริงๆ แล้วเป็นพาสปอร์ตที่อาจจะซื้อมาด้วยเงิน เมื่อเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ได้เผยแพร่รายงานพิเศษ เปิดเผยกระบวนการซื้อขายหนังสือเดินทางในประเทศต่างๆ โดยนำกรณี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย และ นายโจ โลว์ (Jho Low) ผู้ต้องหาหนีคดีทุจริตกองทุน 1 MDBในมาเลเซีย ที่ถือพาสปอร์ตของเซนต์คิตส์แอนด์เนวิส ประเทศเล็กๆ ในทะเลแคริบเบียน มาเป็นตัวอย่าง ขึ้นพาดหัวข่าว พร้อมระบุว่า การจะมีพาสปอร์ตของบางประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการหลบหนีคดี หรือหลีกเลี่ยงภาษีนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก ขอให้มีเงินสัก 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป และสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อพาสปอร์ตของประเทศไหน จึงจะคุ้มเงินที่สุด

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ระบุว่า หนังสือเดินทางกัมพูชานั้นถูกจัดอยู่ในกลุ่มหนังสือเดินทางที่ทรงพลังน้อยที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของ Henley Passport Index โดยอยู่ในลำดับที่ 84 จาก 104 ประเทศ คนที่มีเงินสัก 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก็สามารถถือหนังสือเดินทางอย่างเป็นทางการของกัมพูชาได้ ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ว่า จะต้องลงทุนในประเทศตามจำนวนดังกล่าว ... กรณีฉาวโฉ่ของ “ยิ่งลักษณ์” ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชา ทำให้ประเด็นการซื้อขายพาสปอร์ตเป็นที่สนใจขึ้นมาทันที เพราะเดี๋ยวนี้เป็นเรื่องง่ายที่พวกเศรษฐีที่ไม่อยากอยู่ในประเทศของตัวเองจะได้พาสปอร์ต หรือที่พำนักอาศัยในประเทศใหม่ ขอแค่เพียงจ่ายเงินซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1 แสน-2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบางกรณีการหาพาสปอร์ตง่าย พอๆ กับการซื้อของออนไลน์ด้วยซ้ำ โดยผู้ที่ยื่นขอไม่ได้ต้องแสดงตัวเลย

นิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ รายงานเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ระบุถึงตัวเลขการซื้อขายพาสปอร์ตว่า มีหลายพันเล่มต่อปี และการจ่ายเงินเพื่อให้ได้รับการอนุญาตให้คนต่างชาติอยู่อาศัยถาวรในประเทศต่างๆ มีหลายแสนราย ... พาสปอร์ตที่ขายถูกที่สุดในโลก ซึ่งมีราคาอยู่ที่เล่มละ 1 แสนดอลลาร์นั้น จะอยู่ในประเทศแถบแคริบเบียน ได้แก่ สาธารณรัฐโดมินิกัน แอนติกัวแอนด์บาร์บูดา และ เกรนาดา ... ขณะที่ในกลุ่มสหภาพยุโรป 28 ประเทศนั้น ก็มีประมาณ 20 ประเทศ ที่มีนโยบายจะให้ถิ่นพำนัก หรือความเป็นพลเมืองแก่ชาวต่างชาติเพื่อแลกกับเงินลงทุนจำนวนมาก ทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมา สหภาพยูโรปได้ออกแถลงการณ์ เตือนประเทศสมาชิกของตัวเอง ในการออกพาสปอร์ต โดยยกตัวอย่างของ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ได้พาสปอร์ตมอนเตรเนโกร ทั้งๆ ที่หนีคดีคอร์รัปชันไปจากประเทศไทย

กลายเป็นว่า ความซวยไม่ได้ลงที่สองพี่น้อง “ตระกูลชินวัตร” ที่โลกเริ่มแคบลงเท่านั้น ยังนำความซวยไปสู่อาชาญากรระดับเดียวกันบนโลกที่โกงชาติแล้วหนีออกนอกประเทศ ให้ขอวีซ่าได้ยากขึ้นด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...