xs
xsm
sm
md
lg

“สุชาติ” ชู “ส.ป.ก.4.0” แปลงที่ดิน ส.ป.ก.4-01 กว่า 30 ล้านไร่เป็นที่ดินทองคำ ผุด “ใบสลักสิทธิ์” แทน “เอกสารสิทธิ” สะดวกใช้ประโยชน์ตามศักยภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“สุชาติ” เล็งชงนโยบาย “เปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นที่ดินทองคำ” แก้ปัญหาที่ทำกินให้คนไทยพ้นภาวะ “จนดักดาน” เสนอปรับ “ส.ป.ก.4-01” ที่มีกว่า 30 ล้านไร่ให้เป็น “ส.ป.ก.4.0” เปิดกว้างใช้ประโยชน์ที่ดินตามศักยภาพ พร้อมรองรับนโยบายอีอีซี โดย สปก.ยังมีอำนาจควบคุม ผ่าน “เอกสารสิทธิ” ที่จะปรับให้เป็น “ใบสลักสิทธิ์” สะดวกต่อการเปลี่ยนมือซื้อขายโอนเช่า เชื่อหากผลักดันได้ตั้งแต่ รบ.ชุดนี้ เปลี่ยนชีวิตคนจนให้กลายเป็นเศรษฐีในพริบตากว่า 10 ล้านคน
นายสุชาติ ตันเจริญ (คนกลาง) กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ
นายสุชาติ ตันเจริญ กรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ภายหลังได้หารือกับทีมงานร่างนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ถึงแนวนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับคนไทยทั่วประเทศ โดยเล็งเห็นถึงปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน จึงได้ร่างนโยบาย “เปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 กว่า 30 ล้านไร่ ให้เป็นที่ดินทองคำ” เพื่อเสนอให้แก่คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ รวมไปถึงการผลักดันให้เห็นผลตั้งแต่ในช่วงรัฐบาลชุดนี้ โดยรูปแบบจะเป็นการเปลี่ยนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็น “ใบสลักสิทธิ์” เพื่อขจัดอุปสรรคในการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ติดเงื่อนไขของ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 นั้นระบุไว้สำหรับเกษตรกรที่ยากจนเท่านั้นจึงจะได้ที่ดินทำกินจาก สปก. โดยจะเสนอให้เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ใหม่ใน พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ที่ดิน ส.ป.ก.4-01 สามารถทำเกษตรอุตสาหกรรม โรงงาน พาณิชย์ ท่องเที่ยว หรือ รีสอร์ทสุขภาพ เป็นต้น ตลอดจนรูปแบบการทำกินที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้หลักไทยแลนด์ 4.0 โดยในพื้นที่เป้าหมายอีอีซีทั้ง 3 จังหวัด พื้นที่หลายล้านไร่ยังเป็น ส.ป.ก.4-01 ต้องใช้ในด้านการทำเกษตรกรรมเท่านั้น จึงไม่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ และการขับเคลื่อนโครงการอีอีซี จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันให้รัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ ได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน

“ปัจจุบันประเทศเรามีคนจนถึง 2.8 ล้านครอบครัว ที่ได้สิทธิ์ในการเป็นคนจนแบบถาวร มาจนถึงยุคประเทศไทย 4.0 เราน่าจะต้องมีความคิดใหม่ ที่ก้าวไกล มิใช่ปล่อยให้คนไทยต้องเป็นคนจนดักดาน ใช้วิธีง่ายๆ เพียงแก้กฎหมายเพียงไม่กี่บรรทัด คนจนดักดานก็จะหมดไปในชั่วพริบตา ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หนังขายยาที่จะมาโฆษณาชวนเชื่อแต่ทำได้จริงๆ” นายสุชาติระบุ

นายสุชาติกล่าวต่อว่า นอกจากการเพิ่มวัตถุประสงค์ใหม่แล้ว เรายังต้องเพิ่มศักยภาพให้ที่ดินมีมูลค่าในการลงทุน ด้วยการให้สามารถเปลี่ยนมือได้ ไม่ใช่เฉพาะทายาทเท่านั้น แต่ต้องออกแบบใหม่ให้ใบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เปลี่ยนรูปแบบใหม่ เป็น “ใบสลักสิทธิ์” โดยที่ ส.ป.ก.ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เหมือนเดิม แต่ประชาชนผู้ครอบครอง ได้สิทธิทำกินและสามารถเปลี่ยนมือผู้ถือได้ ซื้อ ขาย โอน เช่า โดยจะต้องเสียภาษี ค่าธรรมเนียม ซึ่งจะใช้หลักการใกล้เคียงกับของกรมธนารักษ์ และกรมที่ดิน เราจึงต้องกำหนดใบเอกสารสิทธิใหม่โดยเรียกว่า “ใบสลักสิทธิ์” เมื่อเปลี่ยนผู้ถือสิทธิ์ในที่ดินทำกินนั้น ก็สลักชื่อใหม่ให้เป็นผู้ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ครอบครองใหม่ จากที่ดินผืนเดิมที่มีมูลค่าราคาเพียงไม่กี่หมื่นบาท ต่อไปก็จะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นในทันที เป็น 10-30 เท่า ตามศักยภาพของพื้นที่ที่จะใช้ที่ดินทำอะไร ประชาชนก็จะสามารถเปลี่ยนจากการทำนาทำไร่ ขาดทุนซ้ำซาก ยากจนถาวร อาจจะเปลี่ยนมาทำเป็นรีสอร์9รองรับการท่องเที่ยว มาสร้างตึกแถวค้าขาย มาทำโรงงานหรือสุดแล้วแต่ศักยภาพของประชาชน และการสนับสนุนโดยภาครัฐ หากใช้หลักการนี้ยังสามารถนำที่ดินนั้นเข้าขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น ต้องการจะประกอบอาชีพอะไรที่เหมาะสมก็จะสามารถทำได้ เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลก็พยายามแก้ปัญหาให้เกษตรกรลดที่ปลูกข้าว ปลูกพืช เพราะปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำซ้ำซากสารพัดปัญหาที่รัฐบาลต้องมีภาระในการนำเงินภาษีเข้ามาแก้ปัญหาช่วยเหลือประชาชนที่วนเวียนมาอย่างยาวนาน เกษตรกรนั้นต้องมีหนี้สิน ถึงขนาดให้เงินชดเชยเยียวยา ซึ่งก็เป็นภาระของประเทศ ก็ยังต้องทำเพื่อผ่อนเบาปัญหาให้กับประชาชนเป็นการเฉพาะหน้า

“ดังนั้นเมื่อเราเพิ่มวัตถุประสงค์ใหม่ให้กับที่ดิน ส.ป.ก.4-01 แล้วสามารถเปลี่ยนมือได้ เราน่าจะเรียกใหม่ว่า สปก.4.0 ให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 จากใบเอกสารสิทธิ ก็เปลี่ยนเป็นใบสลักสิทธิ์ นอกจาก 3 จังหวัดระเบียงเศรษฐกิจอีอีซีแล้ว เราก็ยังสามารถใช้หลักการนี้ทำครอบคลุมได้ทั่วทั้งประเทศ กับที่ดิน ส.ป.ก.กว่า 30 ล้านไร่ จะทำให้เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศได้กว่า 10 ล้านล้านบาท ประชาชนจะมีโอกาสเป็นเศรษฐีมีเงินมีรายได้หลายแสน หรือหลายล้านบาทต่อคนต่อครอบครัว นี่คือสิ่งที่ผมจะนำเสนอและทำให้ได้เร็วที่สุด” นายสุชาติกล่าว

นายสุชาติกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทราบว่าทาง ส.ป.ก.ก็ได้เสนอร่างแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมค้างไว้อยู่ สามารถนำมาปรับเพิ่มเติมรายละเอียดอีกไม่มาก โดยให้อำนาจ ส.ป.ก.ในการจำแนกที่ดินในการบริหารจัดการที่ดินตามวัตถุประสงค์ เมื่อมีบุคคลอื่นขออนุญาตใช้ประโยชน์กับที่ดินนั้นก็มีการจ่ายภาษี ค่าธรรมเนียมที่ ส.ป.ก.จะต้องกำหนดให้สอดคล้องเทียบเคียงกับของกรมธนารักษ์และกรมที่ดิน เมื่อมีรายได้ก็มีกองทุน ส.ป.ก.อยู่แล้ว กองทุนก็จะนำรายได้ไปบริหารจัดการต่อยอดพัฒนาที่ดิน ส.ป.ก.ได้อย่างกว้างขวาง แม้แต่ในปัจจุบันนี้มีตัวเลขผู้สูงอายุกว่า 3 แสนคนเป็นผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.4-01 นับล้านไร่ แต่ไม่มีความสามารถที่จะทำนาทำไร่ได้แล้ว สปก.ก็สามารถให้กองทุนเข้าไปบริหารที่ดินให้เกิดรายได้ตามศักยภาพที่ดินแล้วนำรายได้นั้นดูแลผู้ที่ถือสิทธิ์ครอบครองได้ด้วย

“ที่ผ่านๆมาก็มีพรรคการเมืองต่างๆ พยายามหาทางที่จะเปลี่ยน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนด ซึ่งเท่ากับการโอนที่ดินส่วนนี้จาก ส.ป.ก.ไปเป็นของกรมที่ดิน ซึ่งไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของ ส.ป.ก. และจะส่งผลให้ ส.ป.ก.หมดหน้าที่ไปในที่สุด เนื่องจากไม่เหลือที่ดินให้บริหารจัดการอีกแล้ว สำหรับรูปแบบใหม่ที่ผมเสนอนี้ก็จะนำหลักการคล้ายๆ กันนี้ไปใช้ในการเสนอแก้ปัญหาให้กับที่ดินป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมสภาพ หรือประชาชนเข้าไปบุกรุก รวมไปถึงที่กรมป่าไม้ผ่อนผันให้ประชาชนหรือหน่วยงานได้เข้าไปใช้ประโยชน์ก็จะต้องยกเป็นนโยบายในการแก้ปัญหาเช่นเดียวกันนี้” นายสุชาติกล่าว

นายสุชาติกล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากนี้รัฐบาลควรพิจารณาการแก้ไขปัญหาให้แก่หมู่บ้านใหญ่ และชุมชนเก่าแก่ที่มีพื้นที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. ซึ่งกำลังเกิดเป็นข้อพิพาททางกฎหมายในหลายพื้นที่ โดยให้พิจารณาหาทางออก เปลี่ยนเอกสารสิทธิให้เป็นโฉนด เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไปด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...