xs
xsm
sm
md
lg

“สุเทพ” ไม่ไว้หน้า ปชป. สับพรรคชอบคนสอพลอ กร้าวเลือกตั้งเที่ยวนี้ล้มเสาไฟฟ้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. (แฟ้มภาพ)
“เทือก” อบรมความพร้อมว่าที่ผู้สมัคร รปช. ลั่นไม่มีพรรคไหนเป็นของ ปชช. อัดนักการเมืองชอบใช้ชาวบ้านบังหน้า ไม่ไว้หน้า ปชป.ซัดพรรคชอบคนสอพลอ ยกกรณี “ลูกหมี” เทียบ ลั่นเลือกตั้งเที่ยวนี้ล้มเสาไฟฟ้า

วันนี้ (7 ม.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. กล่าวในหัวข้อ “หัวใจสำคัญและอุดมการณ์ของพรรค รปช.” กล่าวในระหว่างจัดอบรมเตรียมความพร้อมสำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ว่า ตั้งแต่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ที่ผ่านมาไม่มีพรรคไหนเป็นพรรคของประชาชน ทุกครั้งที่มีการตั้งพรรคการเมืองก็จะหาผู้ที่มีชื่อเสียงกวาดต้อนบริวารเข้ามาอยู่ด้วย วันนี้มีการพูดเรื่องดูดซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่มีมานานแล้ว ดังนั้น ที่วิจารณ์นักการเมืองย้ายพรรคก็ไม่ใช่เรื่องแปลก พรรคไหนเลี้ยงดูดีกว่าก็ไปที่นั้น ประชาชนเป็นเพียงข้ออ้างว่าทำการเมืองเพื่อประชาชน ซึ่งไม่เห็นมีจริง บางคนในชีวิตนักการเมืองย้ายพรรคมาแล้ว 4-5 หน และวันนี้ก็คิดจะย้ายอีกเพื่อไปหาสังกัดที่มีความมั่นคง เมื่อเข้าไปอยู่แล้วก็ทำตัวเป็นลูกพรรคที่ดี หัวหน้าพรรคจะสั่งการอย่างไรก็ทำให้หมด เพราะชีวิตเขาขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค เพราะเป็นเจ้าของพรรค เป็นคนออกทุน ออกเงิน เขาเป็นคนเลี้ยงดูลูกพรรคเหล่านั้น นี่คือปัญหาของประเทศ เพราะนักการเมือง พรรคการเมืองไม่ได้ทุ่มเทจริงจังที่จะทำงานการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน

“ประชาชนจะรู้สึกว่านักการเมืองดีด้วยก็ตอนกำลังจะเลือกตั้ง บางคนก็หมอบการเข้าไปกราบเท้าประชาชน พูดจาพิเศษ มีสัญญามากมาย แต่หลังเลือกตั้งเข้าไปอยู่ในสภาก็ไม่เคยมาหา อีก 4 ปีก็มาว่ากันใหม่ เสียงของประชาชนที่อยากร้องก็ร้องไป เดี่ยวก็หมดแรงไปเอง ผมเดินคาราวะแผ่นดินไปทั่วประเทศ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ใน กทม.และในต่างจังหวัด มีความทุกข์เหมือนกันคือความยากจน ซึ่งไม่ใช่จนในรัฐบาลนี้ แต่จนมานานแล้ว และนโยบายหาเสียงแก้จนก็จะมีมาอีก พูดเพ้อว่าคนจนจะหมดไปใน 1 ปี ไปอยู่เมื่อนอกก็จน ไม่จริง เพ้อทั้งนั้น” นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ในขณะนี้พรรคการเมือง นักการเมืองทั้งหลายละเลยต่อเสียงของประชาชน ไม่ฟังประชาชนแต่ฟังคำสั่งหัวหน้าพรรคเอาจริงเอาจังมาก สั่งให้ล้อมศาลากลางก็ไป ไปเผาก็ไป เอาอาวุธเข้ามาใน กทม.ก็ได้ ฆ่าคนก็ได้ ติดคุกก็ได้ โดยยอมตายขายชีวิต ซึ่งเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย การเมืองในประเทศไทยจึงกลายเป็นเรื่องของการต่อสู้แย่งชิงอำนาจรัฐ เข้ามาเป็นผู้กุมอำนาจรัฐของประเทศนี้ มาตอนหลังเจ้าของกิจการธุรกิจทั้งหลาย มีกลุ่มทุน ครอบครัวทำธุรกิจเข้ามาเป็นเจ้าของพรรค เริ่มลงทุนมากมายมหาศาล เรียกว่าทุนสามานย์ เพราะเอาเงินมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู่ทางการเมือง ใช้อิทธิพลและเงินหว่านล้อมให้คนลงคะแนน การเข้าสู่อำนาจในทางการเมืองที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เมื่อเข้าไปมีอำนาจก็ใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อำนาจโดยไม่เกรงใจประชาชน แต่พรรครปช.ทำเพื่อประชาชน ไม่เป็นพรรคของคนใดคนหนึ่ง ถ้าโครงสร้างของพรรคการเมืองที่รวมอำนาจของคนกลุ่มเดียวเป็นเจ้าของพรรคอย่างนี้ไม่มีโอกาสพัฒนาการเมืองได้ จะต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในพรรค เพราะที่ผ่านมาเป็นเผด็จการตั้งแต่เจ้าของพรรคแล้ว ดังนั้นไม่มีทางที่จะพูดถึงประชาชนได้ประโยชน์ และเมื่อมีพรรคการเมืองของประชาชนเกิดขึ้นพฤติกรรมของนักการเมืองจะเปลี่ยนไปเอง

“พรรคการเมืองต้องรับใช้ประชาชน ทำตามคำสั่งประชาชน โดยประชาชนเป็นใหญ่ และเพื่อผลักดันเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปประเทศ และวันนี้พรรค รปช.มีสมาชิก 2 หมื่นกว่าคน เราฝันว่าต้องมีสมาชิก 1 ล้านคนแล้ววันนั้นเราจะมีพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น สมาชิกต้องไปอธิบายกับประชาชนว่าทำไมต้องเสียค่าสมัครสมาชิก 365 บาท บางคนอาจคิดว่ามากไป ก็ต้องอธิบายให้เข้าใจ และการเดินคาราวะแผ่นดินครั้งหน้าผมจะทำกระปุกออมสินแล้วจะไปถาม กกต.ว่าผิดหรือไม่ ถ้าไม่ผิดก็จะใส่ท้ายรถไว้ ถ้าประชาชนบอกว่าไม่มีเงินสมัครเป็นสมาชิกพรรค ก็ให้กระปุกออมสิน เพื่อให้หยอดวันละบาท และที่ผมไปเดินมา มีประชาชนมาเล่าให้ฟังว่ามีคนให้เงิน 500 บาท เอาไปจ่ายค่าบำรุงพรรค 50 บาท เหลือทอน 450 บาท แต่ผมไม่มีหลักฐาน และเรื่องนี้แสดงให้เห็นตั้งแต่ต้นว่ามันทำทุกอย่างให้ได้ชัยชนะ ไม่คิดถึงสิ่งที่ผิดชอบและไม่ถูกต้อง” นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพกล่าวอีกว่า พรรคเราไม่มีเสาโทรเลข เสาไฟฟ้า หลักกิโลเมตร รอบนี้พรรคจะส่ง ส.ส.ไปล้มเสาไฟฟ้า ดูอย่างพรรคอื่น สมาชิกประจบสอพอหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เพื่อให้ได้ลง ส.ส.ดูตัวอย่าง นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ที่เกือบจะไม่ได้ลงสมัคร ส.ส. แต่พรรค รปช.ไม่มี หัวหน้าพรรคไม่ได้มาสั่ง เพราะพรรคให้ความสำคัญกับความเสมอภาคทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยบัญชีรายชื่อของพรรคจะมีทั้งหมด 150 คน มีผู้ชาย 75 คน ผู้หญิง 75 คน เพื่อความเท่าเทียมกัน และเวลาเรียงบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคจะอยู่อันดับ 1 อันดับที่ 2 จะเป็นสุภาพสตรี เราจะเรียงบัญชีรายชื่อสลับชาย-หญิง แบบนี้ เพื่อเชิดชูให้ผู้หญิงยืนเคียงข้างผู้ชายในการทำงานธรรมแก่ทุกฝ่าย ชัดเจนแล้วนะครับ ว่าผมไม่ได้กั๊ก ผมมีจุดยืนของผม ผมเลือกที่จะไม่เอาความขัดแย้ง และผมเลือกที่จะยืนอยู่กับประชาชน ที่ต้องการยุติความขัดแย้ง” นายอนุทินกล่าว






กำลังโหลดความคิดเห็น...