xs
xsm
sm
md
lg

“โอ๊ค”ยังไม่ไปไหน ไว้ถึงเวลาเผ่นแน่ๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

ลือเป็นตุเป็นตะ ข่าว “ยอดชายนายโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร เตลิดเปิดเปิงหนีออกนอกประเทศไปเป็นที่เรียบร้อย “โรงเรียน คสช.” แล้วโดยมี “เจ้ากรมข่าวลือ” เป็น “สื่อรุ่นใหญ่ แห่งสำนักแจ่มจันทร์” ที่โพสต์รัวๆ ถึงความเคลื่อนไหวของลูกชายหัวแก้วคนเดียวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหนีคุก

ฟันธงเปรี้ยง 100% หนีไปแล้ว ย้ำหนักหนา “ยืนยัน 100 % หนีทางช่องทางธรรมชาติ....ไปไม่กลับหลับไม่ตื่นฟื้นไม่มี” ตามมาด้วย “เผ่นไปตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.แล้ว”

ฟังดูเข้าเค้า อินเทรนด์ ด้วยก่อนหน้า “อาแดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวทักษิณ ก็หายสาปสูญไร้ร่องรอย ขนาดที่ “หัวหน้ารัฐบาล” สั่งเจ้าหน้าที่เช็dข่าว ก็ยังไม่เจอตัว หลายกระแสรายงานตรงกันว่า ไปพักใจพักกายอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่ง “ลูกเขย” มีอิทธิพลแผ่ไพศาลอยู่

แล้วยังมีน้ำหนักน่าฟัง ด้วย “ดีเอ็นเอ” คนตระกูลชินฯ ที่เรียงคิวกลายร่างเป็น “สัมภเวสีหนีคดี” ตามก้น “ทักษิณ” ที่ไม่ได้กลับมาเหยียบแผ่นดินแม่นับทศวรรษ หรือ “น้องปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ต้องคดีปล่อยปละเละเลยทุจริตจำนำข้าว ที่ดอดออก “ช่องทางธรรมชาติ” ใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบายที่เมืองนอกมาเป็นปีแล้ว

เจอขยี้หนักเข้า “น้องต้นโอ๊ค” ไม่ออกมาโต้ตรงๆ ใช้พื้นที่โซเชียลส่วนตัวยอกย้อนหลับแบบแสบๆตามสไตล์ โพสต์ผ่านหน้าประตูที่ไหนไม่ทราบ แนบแคปชั่นสั้นๆได้ใจความ “หาทางออก” ตามมาด้วยเสียงเชียร์จากแฟนคลับที่สาดซัด “ต้นตอข่าวปล่อย” พร้อมให้กำลัง “สู้สู้” นับร้อยคอมเมนต์

รู้กันดีว่า “นายโอ๊ค” มีชนักปักหลังสำคัญ หลังเพิ่งถูก “พนักงานอัยการ” นำตัว และสำนวนคดี ร่วมกันฟอกเงิน ทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มธุรกิจในเครือกฤษดามหานคร โดยมิชอบ ซึ่งมีการทำธุรกรรมการเงินจำนวน 10 ล้านบาท ไปส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 10 ต.ค.61

ตัวเงินเจ้าปัญหา 10 ล้านบาทอาจดูเล็กน้อยสำหรับระดับ “ลูกบิ๊กบอส” แต่ข้อหาที่โดนไม่เล็กน้อยตามไปด้วย เรียกว่าหนักหนาพอสมควร ความผิดหลายมาตราใน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปี 2542 มาตรา 5,9 และ 60 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 ปี 2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 รวมถึง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 ปี 2526 มาตรา 4

ถ้าจำกันได้ วันนั้น “ชายโอ๊ค” สวมสูทผูกไทด์มาดเท่ ควงน้องสาว 2 คน พร้อมด้วย “นายแม่” คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ไปรับฟังคำสั่งศาลในวันนั้นด้วย โดยมีลิ่วล้อตามไปให้กำลังอีกนับร้อยชีวิต

ก่อนหน้าจะไปปรากฎตัวที่ศาล ท่ามกลางกระแสหนีเตลิดไปแล้วในตอนนั้น “น้องลูกโอ๊ค” ก็ประกาศศักดาผ่านโซเชียลไว้ว่า “...นอกจากเราจะไม่เผ่นกันแล้ว ผมยังจะชวนทุกคนในบ้านมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคกันด้วยครับ เมื่อก่อนมีพ่อเป็นคนเดียว คราวนี้ผมจะชวนมากันให้หมด จะได้ไม่ต้องเอาข้อกฎหมายมากล่าวหากันว่าคนนอกเข้ามาบงการ ต้องยุบพรรคอย่างโน้นอย่างนี้...”

หลังจากที่ศาลประทับรับฟ้องแล้ว ก็ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว “พานทองแท้” โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข “ห้ามออกนอกประเทศ” เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

จากนั้น ศาลก็ได้นัดสอบคำให้การในวันที่ 5 พ.ย.61 ซึ่ง “ลูกโอ๊ค” ก็ไปขึ้นศาลตามนัด แล้วก็ได้แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาตามสูตร

เรื่องหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนรู้ ก็คือ “พานทองแท้” มีการเตรียมตัวขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศไว้ล่วงหน้า โดยเตรียมเรื่องไว้ตั้งแต่มีสัญญาณว่า จะถูกสั่งฟ้อง และคาดการณ์ว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว พร้อมเงื่อนไข “ห้ามออกนอกประเทศ”

หลังศาลประทับรับฟ้องเมื่อเดือน ต.ค.ไม่นาน “พานทองแท้” ก็ได้ยื่นขออนุญาตเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นแล้วครั้งหนึ่ง ปรากฎว่าศาลอนุญาตให้เดินทางเป็นเรียบร้อย แต่เป็น “พานทองแท้” เองที่ไม่สามารถเดินทางไปได้เอง เนื่องจากติดภารกิจสำคัญในประเทศ

อย่างไรก็ดี การยื่นขออนุญาตครั้งนั้น ก็ถูกมองว่า อาจจะเป็นเพียงเป็นการหยั่งเชิง เพื่อให้รู้ความยากง่ายในการขอเดินทางไปต่างประเทศ หากต้องการเดินทางไปจริง เท่านั้น

ถามว่า “พานทองแท้” ต้องเร่งร้อนหนีไปตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือ ก็ตอบเลยว่า “ไม่” จะไปเผ่นตอนนี้ทำไมให้ “เสียสุนัข” ก็คดีมีเวลาให้สู้เต็มๆ “สามศาล” อีกกี่ปีจะจบก็ยังไม่รู้ รอเผ่นนาทีสุดท้ายแบบตอน “อาปู” ก็ยังทัน

ทว่า ก็มีการนำไป “มโน” โยงกับกรณีของ “อาแดง” ที่ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า ไปแล้วไปลับของจริง ก็ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ “หลานโอ๊ค - อาแดง” ต่างกันลิบลับ แม้ตัวหลานจะนำหน้าได้รับตำแหน่ง “จำเลย” ไปก่อน ขณะที่คนเป็นอายังโล่งไม่มีชื่อเป็นจำเลยในคดีใดๆ แต่แรงกดดันรุนแรงกว่ากันมาก

ตามข่าวที่ว่ามีปากคำรับสารภาพ-ซัดทอดความเกี่ยวพันคดีทุจริตระบายข้าว “จีทูเจี๊ยะ - จีทูเจ๊” โยงใยมาถึง “เจ๊แดง” ในฐานะที่มีความใกล้ชิดกับผู้ต้องโทษในเรือนจำ โดยเฉพาะรายของ “เสี่ยฮุก” บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ต้องโทษจำคุก 42 ปี ที่รู้ทั่ววงการว่าเป็น “เด็กปั้นเจ๊แดง” นั่นเอง

ตามหลัก หากมีการซัดทอดมาถึง “เจ๊แดง” จริง ก็ยังอยู่ในชั้นอนุกรรมการ ป.ป.ช. ที่ต้องชงเข้าบอร์ดใหญ่ ป.ป.ช.ตั้งแท่น “ชี้มูลความผิด” ก่อนยื่นอีกทอดต่อ ศาลฎีกา แผนคดีอาญานักการเมือง ที่เป็น “ศาลชั้นเดียว” ชี้เปรี้ยงรู้เรื่องเลย

แต่แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามามันยากจะอธิบาย เป็นแรงกดดันที่ถึงขนาด “พี่ษิณ” ต้องออกปากเบรก “น้องแดง” ที่คิดการใหญ่ทำ “พรรคเพื่อธรรม” อยู่ช่วง ให้ยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด เป็นแรงกดดันที่ร่ำลือกันว่าอาจมีการใช้ “อำนาจพิเศษ” ในกรณีนี้เป็นพิเศษ หรือกระบวนการสอบสวนอาจปรู๊ดปร๊าด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว จนตั้งตัวไม่ทัน

หากปล่อยถึงเวลานั้น อาจขยับเขยื้อนลำบาก อีกทั้งยังต้องจัดแจง “อะไรๆ” ที่ซุกไว้ให้เรียบร้อยก่อนภัยมาถึงตัวด้วย

ต่างจากคดี “ลูกบิ๊กบอส” ยื้อยุดมาร่วม 10 ปีกว่าจะส่งฟ้องได้ ถึงจะมีคำขู่จากผู้มีอำนาจออกมาว่า “เล่นแ..่งเลย…” ก็ตาม แต่ล่วงรู้ว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินตามขั้นตอนอยู่ในมือศาลแล้ว หมดโอกาสใช้ “อำนาจพิเศษ” แทรกแซง

อีกทั้ง “โอ๊ค” ยังมีภารกิจสำคัญ ในการเป็น “สัญลักษณ์” สำหรับการต่อสู้ในศึกเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ที่เจ้าตัวได้สมัครเป็นสมาชิก พร้อมประกาศร่วมเป็นทีมงานเดินสายหาเสียง ถ้าด่วนตัดช่องน้อยวันนี้ ก็บรรลัยเกิด พรรคเพื่อไทยพังตั้งแต่ในมุ้ง

ถือเป็นความต่างของกรณี “อาแดง - หลานโอ๊ค” และเป็นเหตุผลที่น่าเชื่อว่าคนหนึ่งหนี อีกคนยังไม่หนี

ไม่ใช่เหตุผลเรื่องความใจกล้า ขอยืนหยัดต่อสู้คดีอะไรหรอก เพราะถึงเวลาจริง ก็คงเผ่นแหง๋ๆ.


กำลังโหลดความคิดเห็น...