xs
xsm
sm
md
lg

“โอ๊ค” พานทองแท้ ยืนยันไม่หนี-จะมีกี่คนที่เชื่อ!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา




ก่อนหน้านี้ “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ยืนยันว่า จะสู้คดีจนถึงที่สุดไม่หนีไปไหน เนื่องจากเห็นว่าเขาไม่มีความผิด ซึ่งสังคมได้ยินกันทั่ว

สำหรับ พานทองแท้ เป็นลูกชายคนเดียวและเป็นลูกคนโตของ นายทักษิณ ชินวัตร กำลังตกเป็นจำเลยในคดีร่วมกันฟอกเงินจากกรณีธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้ให้กับกลุ่มทุนกฤษดามหานคร โดยมีการตรวจพบเส้นทางการเงินจากการจ่ายเช็คเข้าบัญชีของเขาจำนวน 10 ล้านบาท

โดยคดีนี้ทางพนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาดังกล่าว โดยได้นำตัวสั่งฟ้องศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา และได้รับการประกันตัวโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 1 ล้านบาท และมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หากไม่ได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ศาลได้นัดสอบปากคำจำเลยเป็นครั้งแรก ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นแล้วเขาก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ยืนยันว่า จะยืนหยัดสู้คดีจนถึงที่สุดไม่หลบหนี เพราะไม่ได้กระทำผิด

ทั้งนี้ นายพานทองแท้ ชินวัตร ถูกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 จากกรณีร่วมรับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาท เข้าบัญชี

ซึ่งเงินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำจากการทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทย กับเอกชนกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มี นายวิชัย กฤษดาธานนท์ ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับพวก และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ตกเป็นจำเลยในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกกลุ่มนายวิชัยกับพวก โดยในส่วนของนายวิชัยเอง ก็ยังถูกอัยการ ยื่นฟ้องความผิดฟอกเงินการทุจริตปล่อยกู้ดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเช่นกันด้วย

นั่นเป็นแบ็กกราวนด์และความเป็นมาของคดีที่ พานทองแท้ ชินวัตร กับพวก ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีฟอกเงิน แม้ว่าหากพิจารณาจากขั้นตอนในศาลยังอีกยาว เพราะยังอยู่ในขั้นสอบปากคำจำเลย แต่อย่างไรก็ดีสำหรับศาลอาญาคดีทุจริตฯก็มีกระบวนการพิจารณาไม่นานนัก ไม่เหมือนกับศาลอาญาทั่วไป

ขณะเดียวกัน สำหรับคดีดังกล่าวนี้ “คดีแม่” หรือคดีหลัก คือ คดีทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทย ที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1 ศาลก็เริ่มเดินหน้าพิจารณารื้อคดีกันอีกรอบหลังจากกฎหมายพิจารณาคดีลับหลังจำเลยมีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากหยุดชะงักไปนานเนื่องจาก ทักษิณ ได้หลบหนีคดี โดยคดีนี้ศาลได้ตัดสินจำคุกจำเลยรายอื่นที่ร่วมกันกระทำความผิดมาแล้ว ซึ่ง ทักษิณ ที่เป็นจำเลยที่ 1 ก็ต้องลุ้นกันสุดขีด

วกมาที่ พานทองแท้ ชินวัตร ที่แม้ว่าคดียังอีกสักพักกว่าจะมีคำตัดสินว่าจะออกหัวก้อย “คุกหรือไม่คุก” ยังต้องลุ้น แต่เมื่อพิจารณาจากวันที่นำส่งฟ้องศาล มีคนในครอบครัว และแกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทยยกขบวนไปให้กำลังใจแบบยกพรรคยกครัวก็ต้องเดาเอาว่าน่าจะ “หนักหนาสาหัส” แบบต้องการกำลังใจมากมาย 
     
    จะว่าไปแล้วกรณีเช็กจำนวน 10 ล้านบาท ที่ถูกโอนเข้าบัญชีของเขา มันเป็นเส้นทางการเงินที่ชัดเจน เพียงแต่ว่าจะแก้ต่างอย่างไรให้สมเหตุผสมผลให้ศาลเชื่อ ซึ่งมันก็ต้องลุ้นอีกว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะศาลคดีทุจริตจะใช้ระบบการไต่สวน ที่ศาลจะหาความจริงได้อีกทางหนึ่งด้วย

เมื่อต้องลุ้นหนักแบบนี้ แม้ พานทองแท้ ชินวัตร จะยืนยันว่าจะสู้คดีจนถึงที่สุด ไม่หนีไปไหน แต่นั่นเป็นการพูดนานมาแล้วหลายสัปดาห์ และยิ่งเวลานี้ล่าสุด “อาแดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของพ่ออีกคนหนึ่งที่น่าจะยืนยันแล้วว่าได้ออกนอกประเทศไปแล้ว เนื่องจากกังวลในเรื่องคดีรับจำนำข้าวล็อตสองที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังรื้อขึ้นมาพิจารณากันเพิ่มเติม

ซึ่งกรณีของ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อหาใดๆ ทั้งสิ้นก็ยังหนีไปตั้งหลัก ทำให้มีการนำไปเปรียบเทียบกับ “โอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร ที่ตกเป็นจำเลยในศาลแล้ว จะหนีตามไปอีกคนหนึ่งไม่
 
แม้เวลานี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ แต่ในเมื่อเงียบหายไปพักหนึ่ง มันก็ทำให้สังคมอดคิดไปไม่ได้ว่าจะ “หนียกครัว” หรือเปล่า และที่บอกว่าไม่หนีนั้นจะมีกี่คนที่เชื่ออย่างที่พูด!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...