xs
xsm
sm
md
lg

มติ ป.ป.ช. 5 ต่อ 3 เสียง “บิ๊กป้อม” รอดข้อหาปมนาฬิกาหรู ชี้เพื่อนให้ยืมใส่-แหวนมรดก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม(แฟ้มภาพ)
ป.ป.ช.มีมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 3 เสียง ให้ “พล.อ.ประวิตร” หลุดพ้นปมนาฬิกาหรู ชี้ไม่มีมูลเพียงพอ ยันตรวจสอข้อเท็จจริงพบว่านายปัทวาส สุขศรีวงศ์ มีนาฬิกาเป็นจำนวนมาก ได้ให้เพื่อนในกลุ่มโรงเรียนยืมนาฬิกาไปใส่เป็นประจำ จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่านายปัทวาสเป็นเจ้าของ ให้ “บิ๊กป้อม” ยืมใส่ ส่วนแหวน 3 วง เป็นทรัพย์มรดก

วันนี้ (27 ธ.ค.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ช่วงประมาณ 15.30 น. แถลงข่าวการพิจารณาคดีแหวนเพชร และนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) กรณีที่ปรากฏเป็นข่าว พล.อ.ประวิตร สวมใส่นาฬิกาหรู แต่ไม่แจ้งนาฬิกาดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557 และกรณีที่มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีไม่แสดงนาฬิกาหรูและแหวนประดับมีค่าที่สวมใส่ในโอกาสต่างๆ ที่ปรากฏเป็นภาพข่าวตามสื่อมวลชนนั้น

จากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 3 เสียง ว่ายังไม่มีมูลเพียงพอว่า พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน เนื่องจากจากการตรวจสอบนาฬิกาดังกล่าว ปรากฎข้อเท็จจริงว่า นายปัทวาส สุขศรีวงศ์ มีนาฬิกาเป็นจำนวนมาก ได้ให้เพื่อนในกลุ่มโรงเรียนยืมนาฬิกาไปใส่เป็นประจำ โดยทางกรมศุลกากรไม่สามารถตรวจพบได้ ทาง ป.ป.ช. พิจารณาว่า ที่ปรากฎเป็นข่าวเป็นส่วนหนึ่งของนายปัทวาส จึงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า นายปัทวาสเป็นเจ้าของ และให้ พล.อ.ประวิตร ยืมเพื่อสวมใส่ ส่วนแหวนจำนวน 3 วงนั้น เป็นทรัพย์มรดก อีกทั้งเป็นแหวนพระและแหวนรุ่นจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ยกคำร้องด้วยเช่นกัน
นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
มีรายงานว่า สำหรับกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมาก 5 ราย ได้แก่ นายปรีชา เลิศกมลมาศ นายณรงค์ รัฐอมฤต นายวิทยา อาคมพิทักษ์ นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร และ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ ส่วนเสียงข้างน้อย 3 คน ได้แก่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ น.ส.สุวณา สุวรรณจูฑะ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช.ยังได้ออกเอกสารแถลงข่าว รายละเอียดดังนี้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้แจ้งข้อมูลนาฬิกา 22 เรือน ให้กรมศุลกากรดําเนินการตามอํานาจหน้าที่

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสํานักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561) ได้มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีเรื่องสําคัญที่ควรแถลง ให้สื่อมวลชนทราบ คือ กรณีปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สวมใส่นาฬิกาหรู แต่ไม่แจ้งนาฬิกาดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตําแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557 และกรณีที่มีผู้ร้องเรียน ให้ตรวจสอบพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าจงใจยื่นบัญชี ทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีไม่แสดงนาฬิกาหรูและแหวนประดับมีค่าที่สวมใส่ในโอกาสต่างๆ ที่ปรากฏเป็นภาพข่าวตามสื่อมวลชนนั้น

คณะกรรมการ ป.ป.ช. (พลตํารวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ขอถอนตัวไม่เข้า ร่วมพิจารณา) ได้พิจารณารายงานผลการตรวจสอบปรากฏว่า สํานักงาน ป.ป.ช. ได้ให้พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จํานวน 4 ครั้ง ซึ่งพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่อง ดังกล่าวมาแล้วว่า นาฬิกาทั้งหมดจํานวน 22 เรือน ได้ยืมจาก นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและได้คืนไป หมดแล้ว ส่วนแหวนมีทั้งที่เป็นมรดกของบิดาที่มารดามอบให้ระหว่างที่พลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ ดํารงตําแหน่ง ดังกล่าว บางวงเป็นแหวนรุ่นหรือแหวนวัตถุมงคลมีมูลค่าไม่สูงมาก จากการสอบปากคําพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และ ขอเอกสารหลักฐานจากผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูในประเทศไทย รวมทั้งขอเอกสารและความร่วมมือจากส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศุลกากร และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบการสําแดงรายการนาฬิกาที่นําเข้าจาก ต่างประเทศรวมทั้งผู้จําหน่ายนาฬิกาในต่างประเทศ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เป็นนักธุรกิจที่มี ฐานะทางการเงินและมีทรัพย์สินเป็นจํานวนมากและชอบสะสมนาฬิการาคาแพง ซึ่งสํานักงาน ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบ พบว่ามีการเก็บรักษานาฬิการาคาแพงอยู่ในบ้านของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ จํานวนมากกว่าที่ร้องเรียน จากคําให้การ ของพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อเท็จจริงว่านายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เป็นคนมีฐานะดี คอยช่วยเหลือสนับสนุนทางด้าน การเงินให้กับกลุ่มเพื่อนที่เคยศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และได้ให้เพื่อนในกลุ่มโรงเรียนเซนต์คาเบรียลยืมนาฬิกา ราคาแพงไปใช้สวมใส่ ซึ่งรวมถึงพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ เพื่อนร่วมห้องเดียวกับนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ที่มีความ สนิทสนมกันด้วย นอกจากกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนเซนต์คาเบรียลแล้ว นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ยังให้เพื่อนกลุ่มอื่นยืม นาฬิกาไปสวมใส่ด้วย

เมื่อพิจารณาภาพของนาฬิกาจํานวน 25 เรือนที่ปรากฏเป็นข่าวพบว่ามีภาพซ้ํากัน 3 คู่ จึงมีนาฬิกาที่ต้อง ตรวจสอบจํานวน 22 เรือน โดยพบว่าอยู่ในบ้านของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ จํานวน 20 เรือนและพบใบรับประกัน นาฬิกาอีก 1 เรือนแต่ไม่พบตัวเรือน รวมเป็น 21 เรือน โดย 21 เรือนดังกล่าวพบหลักฐานว่านายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เป็นผู้ซื้อจากผู้จําหน่ายในต่างประเทศจํานวน 1 เรือน ซื้อต่อจากผู้อื่นจํานวน 2 เรือน ส่วนที่เหลือไม่พบหลักฐานการซื้อจากผู้จัดจําหน่ายภายในประเทศ และกรมศุลกากรก็ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันการนําเข้านาฬิกาจากต่างประเทศ ได้เพราะผู้นําเข้าบางรายไม่สําแดงข้อมูลรายละเอียดของนาฬิกา ในส่วนการขอข้อมูลการซื้อขายนาฬิกาจากต่างประเทศ บางประเทศได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล หรือบางประเทศตอบว่าไม่สามารถตรวจสอบได้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่านาฬิกาที่ปรากฏเป็นข่าวเก็บรักษาอยู่ ในบ้านของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ และเป็นส่วนหนึ่งของนาฬิการาคาแพงที่นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ได้สะสมไว้ แม้ไม่ปรากฏเอกสารการซื้อขายว่านายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ นผู้ซื้อนาฬิกาดังกล่าว แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 1369 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ที่ยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้เป็นการยึดถือเพื่อตน จึงต้องด้วยบท สันนิษฐานตามกฎหมายดังกล่าวว่านายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เป็นเจ้าของนาฬิกาตามภาพข่าวจํานวน 21 เรือน และได้ให้ พลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ ยืมใช้ในโอกาสต่างๆ ตามที่ปรากฏในภาพข่าว ประกอบกับนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ได้ให้ เพื่อนคนอื่นยืมใช้นาฬิการาคาแพงด้วย จึงรับฟังว่าเป็นการกระทําโดยปกติของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ที่ช่วยดูแล กลุ่มเพื่อนเก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียลที่สนิทสนมกัน รวมถึงเพื่อนกลุ่มอื่นด้วย ในส่วนของนาฬิกาอีก 1 เรือน ที่ไม่พบ ตัวเรือนและไม่พบใบรับประกันนั้น จากการตรวจสอบยังไม่พบรายละเอียดข้อมูลนาฬิกาเรือนดังกล่าว แต่เมื่อนาฬิกา เป็นสังหาริมทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย และนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ได้เสียชีวิตไปแล้ว และเมื่อรับฟังว่าพลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ ได้ยืมนาฬิกาจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ มาสวมใส่ในการออกงานต่างๆ จํานวน 21 เรือนข้างต้น จึงรับฟัง ได้ว่าพลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ ได้มีการยืมนาฬิกาเรือนที่ยังตรวจสอบไม่พบมาสวมใส่เช่นกัน ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่า นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ และบริษัทคอม-ลิ้งค์ เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่อย่างใด

กรณีแหวนที่ปรากฏตามภาพข่าวที่พลเอก ประวิตร สวมใส่จํานวน 12 วง นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาคําชี้แจงของพลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ แล้วเห็นว่าพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าแหวนจํานวน 3 วง เป็นทรัพย์มรดกของบิดาของพลเอก ประวิตร วงศ์สุวรรณ ที่ได้รับมาจากมารดาในขณะดํารงตําแหน่งรองนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงไม่มีหน้าที่ต้องแสดงแหวนดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณี เข้ารับตําแหน่งดังกล่าว แหวนที่เหลือเป็นแหวนที่เป็นสัญลักษณ์หน่วยทหาร หรือแหวนวัตถุมงคลที่มีราคาไม่มาก นํามาใส่เพื่อเป็นศิริมงคล หรือใส่เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของสังกัด จึงไม่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เช่นกัน

จากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 3 ว่า กรณียังไม่มีมูลเพียงพอว่าพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรรณ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความ อันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่ง ทรัพย์สินนั้น โดยกรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างน้อยเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ให้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม นอกจากนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้แจ้งข้อมูลนาฬิกาจํานวน 22 เรือน ต่อกรมศุลกากรเพื่อ ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

จึงขอแถลงมาให้ทราบทั่วกัน




กำลังโหลดความคิดเห็น...