xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กฉัตร” ลงเมืองคอน พอใจยกระดับประมงพื้นบ้านสัตว์น้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“บิ๊กฉัตร” ตรวจเยี่ยมชาวประมงท่าศาลา นครศรีธรรมราช พอใจแนวทางยกระดับประมงพื้นบ้านที่ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์ ชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้น ย้ำ รัฐบาลให้ความสำคัญแก้ปัญหาไอยูยู น้อยกว่าสร้างความมั่งคงแก่ประมงไทย เชื่อ รัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อแนวทางได้

วันนี้ (26 ธ.ค. 61) ที่กลุ่มประมงพื้นบ้านธนาคารปูม้า บ้านในถุ้ง ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรชาวประมง โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พี่น้องชาวประมง และตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้านทั้งจากฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน รวม 13 จังหวัด ให้การต้อนรับ เข้าร่วมในกิจกรรมและรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 งบกลางรายการเบิกจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินฯ ในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปดำเนินกิจกรรมสร้างรายได้และอาชีพของกลุ่ม อาทิ การสนับสนุนเครื่องมือทำการประมง การจัดหาวัสดุในการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำหรือบ้านปลา ธนาคารปูม้า ธนาคารกุ้งก้ามกราม และอุปกรณ์ในการแปรรูปสัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตสัตว์น้ำที่จับได้ด้วย

“การแก้ปัญหาประมงของประเทศไทยต้องแยกปัญหาให้ชัดเจน เพราะเรามีทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ซึ่งประมงพาณิชย์ก็แบ่งเป็นในน่านน้ำและนอกน่านน้ำ ซึ่งการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ ไอยูยู รัฐบาลดำเนินการครอบคลุมทุกกลุ่ม แต่เน้นในเรื่องของประมงพาณิชย์นอกน่านน้ำที่จะต้องดำเนินการตามกติกาสากล ส่วนประมงพื้นบ้านนั้นรัฐบาลปรับให้สามารถทำประมงได้อย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เน้นที่จะทำให้ถูกปลดออกจากใบเหลืองใบแดง แต่รัฐบาลเน้นที่จะทำให้ทรัพยากรณ์ทางทะเลมีความสมบูรณ์สามารถทำประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน”

ทั้งนี้ ดีใจที่การทำประมงพื้นบ้าน ในปัจจุบันมีการใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ได้รวมตัวกันแก้ไขปัญหา และมีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประมงที่ยั่งยืนมากขึ้น และสามารถมีรายได้ยกระดับชีวิตของชาวประมงได้ บางพื้นที่ถึงขนาดทำลายล้างเครื่องมือที่ไม่ถูกต้องที่ทำให้เกิดการทำลายสัตว์น้ำ ส่วนในวันนี้ที่ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้พบกับประธานชมรมประมงพื้นบ้าน และพบกับตัวแทนผู้ทำประมงใน 13 จังหวัดภาคใต้ และได้ให้แนวทางการทำให้ประมงพื้นบ้านมีความมั่นคงเป็นไปอย่างสมดุลย์ทั้งในแง่รายได้และการรักษาทรัพยากรณ์ธรรมชาติ ทั้งยังได้ใช้งบประมาณที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ใช้สำหรับบริหารจัดการในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการทำประมงที่ยั่งยืน และดีใจมากที่พบว่าความอุดมสมบูรณ์ของการทำประมงพื้นบ้านกลับคืนมา ได้เห็นหอยแครงขนาดใหญ่ที่ไม่เคยเห็นในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เป็นผลจากการปรับการทำประมงในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้เป็นการพิสูจน์ว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ดีสำหรับประมงพื้นบ้าน เชื่อว่า เมี่อรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานก็จะได้เห็นถึงความสำคัญถึงแนวทางการทำประมงที่ยั่งยืน ที่สำคัญ คนไทยจะได้บริโภคอาหารทะเลที่มีคุณภาพไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

พลเอก ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า เมื่อครั้งที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยได้พูดในเวทีอาเซียน ว่า ทะเลมีความต่อเนื่องกันของทุกประเทศในอาเซียน และมีหลายประเทศทำประมง ดังนั้นจึงต้องหันหน้ามาร่วมมือกันให้อาเซียนทำประมงอย่างยั่งยืน และเมือครั้งที่นายกรัฐมนนตรี รับมอบตำแหน่งประธานอาเซียนเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้กล่าวถึงวาระการสร้างความร่วมมือของอาเซียน ผลักดันให้มีการทำประมงที่ยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาคนรุ่นใหม่ออกจากภาคการประมง และทรัยพากรณ์สัตว์น้ำลดลง ซึ่งทั้งหมดจะต้องใช้แนวทางการอนุรักษ์และต้องควบคุมเครื่องมือการทำประมงที่ไม่มีลักษณะของการทำลายล้าง และผู้ที่อยู่ในภาคการประมงต้องเข้าใจการตลาด รู้ว่าสัตว์น้ำชนิดใด หรือขนาดใดที่เป็นความต้องการของตลาดและขายได้ราคาดี ไม่ใช่การจับแบบสุ่มทั้งหมด ซึ่งที่สุดแล้วจะทำให้ปลาขนาดเล็ก ปลาที่ยังไม่โตเต็มที่ หรือสัตว์น้ำที่ไม่เป็นความต้องการของตลาดต้องสูญเสียไป ทั้งยังต้องมีความรู้เรื่องของการแปรรูปสินค้าประมงให้ได้ราคาสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ผลักดันโครงการต่างๆ มากมายเพื่อสนับสนุนแนวทางเหล่านี้ และที่สำคัญคือต้องสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ และชุมชน นอกจากนี้ยังมีแนวทางการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือผลักดันให้เกิดการตั้งกองทุนเพื่อดูแลการทำประมงพื้นบ้านทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด แต่ถึงแม้จะไม่ทันในช่วงของรัฐบาลนี้ทั้งหมด แต่จะเป็นแนวทางที่สร้างความมั่นคงให้กับประมงพื้นบ้านได้จริง และยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจกับผู้อยู่ในอาชีพประมงได้จริง ซึ่งทั้งหมดจะถือเป็นการแก้ปัญหาทั้งเรื่องของอาชีพ สิ่งแวดล้อม ความอบอุ่นของครอบครัวให้ทุกคนมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพได้

โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงความห่วงใยถึงพี่น้องชาวประมงที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาชีพหรือทำการประมงที่ถูกกฎหมาย แต่ยังขาดเงินทุนในการจัดซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ทำการประมงว่า กรมประมงได้จัดทำโครงการ และจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้พี่น้องชาวประมงได้นำไปปรับเปลี่ยนอาชีพและจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ ซึ่งเกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดังกล่าวได้









กำลังโหลดความคิดเห็น...