ศาลปกครองกลาง พิพากษา รมว.กษ. ออกประกาศควบคุมเครื่องมือจับปลาทะเลในอ่าวไทยตอนบนชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
วันนี้ (25 ธ.ค.) ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กับพวก ซึ่งชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงทะเลพื้นบ้านชายฝั่ง ใน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ รวม 114 คน ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดในที่จับสัตว์น้ำบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และ ชลบุรี ในระยะเวลาที่กำหนด พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านชายฝั่งในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนรูปตัว ก. ไม่สามารถประกอบอาชีพทำการประมงได้ เพราะไม่สามารถใช้อวนที่มีช่องตาอวนต่ำกว่า 5 ซม. จับปลาพื้นถิ่นที่ไม่ใช่ปลาเศรษฐกิจ เช่น ปลาแปะกัง ปลาลังเกย ปลากุแล ปลาจวด ซึ่งมีขนาดเล็กและมีเฉพาะในช่วงฤดูกาลนี้เท่านั้นได้ระหว่างวันที่ 15 มิ.ย.- 30 ก.ย. ของทุกปีที่เป็นการปิดอ่าวครั้งที่ 2 ต่อจากปิดอ่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ก.พ.- 15 พ.ค. ของทุกปี โดยศาลปกครองให้เหตุผลว่า การที่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯได้ใช้อำนาจตามมาตรา 71(1) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ออกประกาศฯดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจไว้โดยชอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของมหาชนเป็นหลัก และไม่ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิกับไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพของผู้ฟ้องคดีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ดังนั้น ประกาศฯดังกล่าว จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว