xs
xsm
sm
md
lg

“4 กุมาร”ปั้น “พลังประชารัฐ”จนปัง ระวังพังเพราะ “ก๊วน 3 ลูกกรอก”

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

ฉากหน้าแช่มชื่นประสบความสำเร็จเกินเป้า งานเลี้ยงระดมทุน “ประเทศไทยหนึ่งเดียว” ของ พรรคพลังประชารัฐ ที่จัดโต๊ะจีนขายจำนวน 200 โต๊ะ สนนราคาโต๊ะละ 3 ล้านบาท สิริรวม 600 ล้านบาท

แต่ไม่ปิดยอดอย่างเป็นทางการ คนออกหน้าออกตาเป็น “แม่งาน” อย่าง “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ออกมาเคลมแล้วว่า งานนี้ได้ไปไม่น้อยกว่า 650 ล้านบาทเลยทีเดียว

ส่วนตัวเลขอย่างเป็นทางการนั้นต้องรอทำบัญชีแจ้งยอดต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้ง

อย่างไรก็ดีภายใต้บรรยากาศความคึกคัก-อลังการ ก็มีประเด็น “ขัดข้องทางเทคนิค” บางประการเช่นกัน ไล่ตั้งแต่กำหนดการเรียงหน้าขึ้นเวทีโชว์วิชั่น ของ “4 กุมารประชารัฐ” แกนนำพรรค ไม่ว่าจะเป็น อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค ตลอดจน กอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค ที่มีคิวขึ้นแสดงวิสัยทัศน์กันคนละคิว

แต่ก็ต้อง “ยกเลิก” อย่างกะทันหันในนาทีสุดท้าย เนื่องจากมีเสียงทักจาก วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ที่เตือนว่า “4 กุมารประชารัฐ” ยังคงมีสถานะเป็น “รัฐมนตรี” การขึ้นเวที หรือมีส่วนร่วมในการระดมทุนพรรคการเมือง อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ส่งผลให้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองได้

และแนะนำให้ทำตัวเป็นเพียง “ผู้ร่วมงาน” เท่านั้น

ไม่ทันไรก็เป็นจริงดังคาด รุ่งขึ้น วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ “เจ้าหน้าที่รัฐ” กรณีเข้าร่วมงานระดมทุนหาเงินเข้า พรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคพลังประชารัฐ

โดยชี้ว่า อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรณีการรับของขวัญมูลค่าเกินกว่า 3 พันบาท ตามที่กฎหมายกำหนด

แม้จะเป็นการ “หว่านแห” แบบรวมๆ โดยใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ที่ ป.ป.ช.ต้องไปตรวจสอบว่ามีจำนวนเท่าใด ที่ไปเข้าร่วมงานของ 2 พรรคการเมือง

แต่ก็มีติดปลายนวมในวงเล็บว่า “รัฐมนตรี” ที่คงไม่ได้หมายความถึงใครที่ไหน แต่เป็น “4 กุมารประชารัฐ” ตลอดจนแกนนำพรรคพลังประชารัฐที่มีตำแหน่งแห่งที่อยู่ในรัฐบาล นั่นเอง

“เรื่องนี้ยาวและซวยแล้วละครับ ที่สำคัญ ความผิดสำเร็จแล้ว จะแก้ตัวกันอย่างไร?” วีระ ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

อาจจะดูน่าหวาดเสียวอยู่บ้างกับแอคชั่นของ “มือจับผิด” อย่าง “วีระ” แต่เชื่อเถอะ หากไม่มี “ไฟเขียว” จาก “วิษณุ” กระบี่มือหนึ่งกฎหมายเมืองไทย ว่า 4 รัฐมนตรี และแกนนำคนอื่น สามารถไปปรากฎตัวในงานเลี้ยงระดมทุนได้ ก็คงไม่ทะเล่อทะล่าไปเดินต้อนรับแขกเหรื่อที่มาจากทุกสารทิศเช่นนั้นหรอก

จริงอยู่ส่งผลให้ข้อขัดข้อง ไม่ได้ขึ้นฟลอร์โชว์กึ๋น แต่ก็ไม่น่าจะเป็นสาระให้ “ตายน้ำตื้น” อย่างที่ “กองแช่ง” ลุ้นกันแต่อย่างใด

ซึ่ง “ขัดข้องทางเทคนิค” นั้น สะท้อนถึงปัญหาลบางประการภายในพรรคพลังประชารัฐเช่นกัน เพราะในความเป็นจริงแล้ว คิวขึ้นเวทีของ 4 รัฐมนตรี นั้นยังไม่มีการเปิดเผย “อย่างเป็นทางการ” ด้วยมีการหารือกันเป็นการภายในถึงความเหมาะสม และแง่มุมทางด้านกฎหมายอยู่

เป็นที่มาของเสียงทักจาก “รองฯวิษณุ” ออกมา และก็เลยเป็น “เสี่ยตั้น” ที่ไม่มีตำแหน่งใดๆ ขึ้นกล่าวบนฟลอร์คนเดียว

แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะ “สะเด็ดน้ำ” ดันมี “ข้อมูลรั่ว” ออกมาก่อนถึงกำหนดการของาน นอกเหนือจากรายชื่อศิลปินที่มาแสดงมินิคอนเสิร์ตเรียกเสียงฮือฮาแล้ว ยังมีการระบุว่า 3 ใน 4 รัฐมนตรี เตรียมขึ้นฟลอร์งานโต๊ะจีน

โดย “สนธิรัตน์” แม่บ้านพรรค เป็นผู้กล่าวต้อนรับ “สุวิทย์” ปราฐกถาตามหัวข้องาน และให้หัวหน้าพรรค “อุตตม” กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงาน

ซึ่ง “ข้อมูลรั่ว” ออกมานั้น ไม่มีที่มาที่ไป หากแต่มีชื่อ “แม่งาน” กำกับว่าเป็น “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค

แต่คงฟันธงไม่ได้ว่า กำหนดการรั่วมาจากสายของ “ณัฏฐพล” ที่ได้รับการมอบหมายเป็น “แม่งาน” ที่อยู่ร่วมในวงประชุมสรุปงานทุกวันตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นการประชุมสรุปงาน “ที่ไม่สามารถสรุปอะไรได้เลย” ทำให้กำหนดการต่างๆยังไม่แล้วเสร็จ ร้อนถึง “เลขาฯสน” แม่บ้านพรรค ที่ต้องมารับหน้าที่ “แม่บ้านงานโต๊ะจีน” จัดการเคลียร์คัทปัญหาทุกอย่าง ถึงขนาดต้องลงมากำกับออแกไนเซอร์ด้วยตัว จนทุกอย่างออกมาลงตัว ก่อนเริ่มงานไม่นาน

ความไม่ลงตัวก่อนหน้านั้น ทำให้มีข้อสงสัยในตัว “ณัฏฐพล” หัวหน้าทีม “3 ลูกกรอกพลังประชารัฐ” ที่มีน้องๆ ลูกหาบอย่าง “เสี่ยบี” พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ “เสี่ยจั้ม” สกลธี ภัททิยกุล กระหึ่มขึ้นมาอีกครั้ง

ด้วยมองกันว่า “ณัฏฐพล” มีประสบการณ์กับพรรคใหญ่มาก่อน ดีกรีเป็นถึง “อดีตผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์” ที่อีเวนท์โต๊ะจีน 200 โต๊ะระดับนี้น่าจะไม่ครณามือ แต่กลายเป็นว่าหยิบตรงไหนก็ติกขัด จัดตรงไหนก็เป็นปัญหา

จนถูกย้อนกลับไปถึงสถานะของ “แก๊งลูกกรอกพลังประชารัฐ” ที่ร่วมบุกเบิกเปิดค่ายมาแต่ต้นว่า แท้จริงแล้วเป็น “ตัวช่วย” หรือ “ตัวถ่วง” กันแน่

ด้วยลึกลงไป “อดีตทหารเสือ กปปส.” ชุดนี้ อาจมีชื่อคุ้นหู หน้าตาติดตลาด แต่ในทางการเมืองถือว่า “พรรษา” ไม่ถึงขั้น แต่กลับตั้งตัวเป็น “กุนซือใหญ่ประชารัฐ” เบ่งกล้าม แสดงพาวเวอร์มาตลอด

เคยป่วนมาหนแล้ว หลังตั้งพรรคกันใหม่ ไอเดียบรรเจิด ผุด “อีเวนต์” ที่ล้วนแล้วแต่ “ตัดแปะ” เอาชาวบ้าน-พรรคคู่แข่งมาสารพัด จัดแจงไปเช่าห้องใน “โรงแรมหรู” เครือข่าย “หลังบ้านเสี่ยตั้น” ก็ปั่นป่วนจนนาทีสุดท้าย

ย้อนนึกก็เหมือน “เดจาวู” ก่อนจัดงานก็แบบนี้เลย “เสี่ยตั้น” ออกตัวเป็น “แม่งาน” พรีเซนต์ให้ “ผู้ใหญ่” ฟังเป็นคุ้งเป็นแคว ถึงเวลาจริง ก่อนเริ่มงานไม่ถึงชั่วโมง โยนให้ “คนอื่น” รับไม้ต่อแบบไม่มuอะไรให้เลย กระทั่ง “บัดเจ็ต” ยังไม่พูดถึง

เรื่องอีเวนท์ งานสร้างสีสัน อะไรเทือกนั้น ยังพอทำเนา แต่กับสนามเลือกตั้ง จะมา “ท่าดีทีเหลว” แบบนี้ มันจะส่งผลกระเทือนถึง “งานใหญ่” หรือไม่ อย่างไร?

ต้องไม่ลืมว่า จากการแบ่งสรรความรับผิดชอบเป็นกลุ่มจังหวัด “ก๊วนลูกกรอก” ที่พกดีกรีอดีตผู้แทนฯเมืองกรุงคนละสมัย ไต่บันไดอัพเกรดตัวเองขึ้นเป็น “หัวหน้ามุ้งนครบาล” ไปเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งที่แต่ละคนเอาแค่ “พื้นที่ตัวเอง” ก็เคยกระเสือกกระสน สอบตกกันชิน แล้วก็ยังไม่ประมาณตัว มีไปก้าวก่ายพื้นที่อื่น เหมือนแตะๆไว้เผื่อยกมาเคลมเป็นผลงานตัวเองหลังเลือกตั้ง ทีนี้ “เจ้าถิ่น” ก็อ่านทางออก โวยวายลั่นพรรคก็มีมาแล้ว

ถึงนาทีเลยตามเลย ด้วย “ดาวฤกษ์เมืองกรุง” ในพรรคแทบไม่มีใคร ก็คงต้องใช้งาน “ก๊วนลูกกรอก” นี่แหละดูพื้นที่ กทม.

หากแต่ที่ไป “ขายฝัน” ว่า จะฝ่าดง 2 มวยหลัก “เพื่อไทย - ประชาธิปัตย์” เจาะพื้นที่บางกอก คว้า 15 ที่นั่ง ประดับบารมี “พรรคแกนนำรัฐบาล” งวดหน้า

ไม่ต้องรอถึงเลือกตั้งก็รู้ว่า แค่ “ราคาคุย” อย่าไปเชื่อกันให้มาก เดี๋ยวมันจะพังเหมือนเรื่องอื่น.


กำลังโหลดความคิดเห็น...