xs
xsm
sm
md
lg

มท.จ่อออกระเบียบให้ท้องถิ่นตั้งงบ “จัดสวัสดิภาพสัตว์ถูกทอดทิ้ง” เล็งตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ประจำท้องถิ่น แถมจัดขายทอดตลาดได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มท.จ่อออกระเบียบ ให้เทศบาล-อบต.-พัทยา มีรายจ่ายในการจัด “สวัสดิภาพสัตว์” ได้ พ่วงค่ายา ค่าทำหมัน ตามกฎหมายป้องกันการทารุณกรรม-จัดสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมไฟเขียวตั้ง “สถานสงเคราะห์สัตว์ประจำท้องถิ่น” เป็นสถานที่ช่วยเหลืออภิบาล เฉพาะสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีเจ้าของ ถูกทารุณกรรมเท่านั้น แต่ไม่ครอบคลุมกรณีเจ้าของตาย มีเจ้าของแต่สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยกระทบเพื่อนบ้าน หรือเจ้าของไม่ประสงค์จะเลี้ยงต่อ แถมสามารถเลี้ยงขายทอดตลาดได้

วันนี้ (15 ธ.ค.) รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (กสถ.) กระทรวงมหาดไทย เตรียมเสนอร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยรายจ่ายในการจัดสวัสดิภาพสัตว์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ... ขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ล่าสุด ร่างระเบียบดังกล่าวผ่านการพิจารณาแก้ไขจากคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย กระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยร่างฉบับนี้จัดให้มีการจัดสวัสดิการให้แก่สัตว์ ตามกฎหมายว่าการด้วยป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 โดยให้มี “สถานสงเคราะห์สัตว์” เป็นสถานที่สำหรับใช้ไนการให้ความช่วยเหลือหรืออภิบาล เฉพาะสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง สัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ สัตว์ที่ถูกทารุณกรรมเท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมถึงสัตว์ที่เจ้าของเสียชีวิต สัตว์ที่มีเจ้าของแต่สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยของสัตว์กระทบต่อประชาชนโดยรอบ หรือเจ้าของไม่ประสงค์จะเลี้ยงต่อไป

ระเบียบนี้ กำหนดให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อาจจัดสวัสดิภาพสัตว์ได้ตามความจำเป็น และเหมาะสม ดังนี้ (1) กรณีการกักสัตว์ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (2) ภายหลังครบกำหนดระยะเวลาตาม (1) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการเลี้ยงดูสัตว์แทนเจ้าของจนกว่าเจ้าของสัตว์จะมาขอรับ หรืออาจจัดการขาย หรือขายทอดตลาดได้

(3) ให้เทศบาลและ อบต. จัดทำทะเบียนสัตว์ตาม (1) ให้เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ ตามแบบที่ กสถ.กำหนด และ (4) สถานสงเคราะห์สัตว์ ซึ่งเป็นที่เลี้ยงดูสัตว์ให้เป็นไปตามแบบรูปรายการก่อสร้าง ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด

กรณีเทศบาล หรือ อบต. เห็นว่าหากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นมากกว่าการที่เทศบาล หรือ อบต. จะดำเนินการเอง เทศบาล หรือ อบต. อาจร้องขอให้อบจ.ดำเนินการแทนได้

สำหรับค่าใช้จ่ายในการกักสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เทศบาลและอบต.สามารถเบิกจ่ายได้ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้ (1) ค่าก่อสร้างสถานสงเคราะห์ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแบบรูปรายการก่อสร้างที่ กสถ.กำหนด (2) ค่าอาหารให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจ่ริงแต่ไม่เกินอัตราที่ กสถ.กำหนด (3) ค่าทำหมัน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราที่กรมปศุสัตว์กำหนด (4) ค่าเวชกรรม ได้แก่ ยา วัคซีน เป็นต้น ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราที่กรมปศุสัตว์กำหนด (5) ค่าตรวจวินิจฉัยให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราที่กรมปศุสัตว์กำหนด (6) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นหรือเกี่ยวเนื่องกับการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จำเป็นและประหยัด เช่น ค่าอุปกรณ์บังคับสัตว์

“อบจ.สามารถอุดหนุนเงินให้เทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่ของตนเพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้ได้ เมื่อได้รับการร้องขอจากเทศบาล หรือ อบต. สำหรับหลักเกณฑ์การอุดหนุนให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนของ อปท. โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของเมืองพัทยาที่ไม่มีบัญญัติเกี่ยวกับส่วนฐานกลางเกี่ยวกับการคลัง การงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน ให้ กสถ.ไปหารือเพื่อกำหนดแนวทางให้เมืองพัทยาเพื่อสามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้ด้วย”

มีรายงานว่าระเบียบดังกล่าว ร่างขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติและมีข้อทักท้วงจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ กรณีหากเกิดการทับซ้อนกัน เช่น อบจ. และเทศบาล หรือ อบต. ซึ่งสมควรให้เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบสวัสดิภาพสัตว์ ส่วนกรณี อบจ.หากจะดำเนินการได้จะต้องได้รับการร้องขอจากเทศบาล หรือ อบต. และกำหนดให้ อบจ.สามารถอุดหนุนเงินให้กับอปท. อื่นในพื้นที่ของตนได้ สำหรับหลักเกณฑ์การอุดหนุน ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุนของ อปท. พ.ศ. 2559

ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (10 ต.ค. 61) รับทราบหลักการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีรายละเอียดกำหนดให้ อปท.สามารถออกข้อบัญญัติท้องถิ่นให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง นำสัตว์มาขึ้นทะเบียน และกำหนดโทษเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามได้ เป็นค่าปรับไม่เกิน 25,000 บาท ซึ่งก่อให้เกิดกระแสถกเถียงในหมู่คนรักสัตว์ โดยเฉพาะเจ้าของสุนัขและแมว

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกส่งกลับไปให้กระทรวงเกษตรฯ ทบทวนใหม่ หลังนายกรัฐมนตรีเห็นว่า จะก่อให้เกิดภาระแก่ประชาชนมากเกินไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...