เมืองไทย 360 องศา
แม้ว่านาทีนี้ยังไม่อาจสรุปได้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่สำหรับ การ “เดินคารวะแผ่นดิน” ที่อ้างว่าเพื่อหาสมาชิกพรรคของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กับคณะที่เริ่มเดินมาตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมมา จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่เมื่อพิจารณาจากกระแสตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าวก็ต้องบอกว่า “ไม่ปัง” อย่างที่คาดหมายเอาไว้ ในทางตรงกันข้ามกลับมีแรงต้าน จากชาวบ้าน แม้อาจจะมองว่านั้นเป็นพวก “จัดตั้ง” จากกลุ่มอำนาจเก่าก็ตาม แต่ถึงอย่างไรเมื่อดูจากปฏิกิริยาของสื่อหรือคนรอบข้างกลับไม่ได้ฮือฮาอย่างที่คาดเอาไว้
ดังนั้นทำให้น่าจับตามองว่าการรณรงค์เพื่อหาสมาชิกพรรคของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะ เช่น “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค และนายสุริยะใส กตะศิลา เป็นต้น ที่มีเป้าหมายต่อไปที่ภาคตะวันออกจะได้รับการตอบรับอย่างไรกันบ้าง รวมไปถึงทั่วประเทศในหลายจังหวัดที่เป็นเป้าหมาย
แต่ที่น่าสนใจและน่าจับตาเป็นอย่างยิ่งก็คือคำพูด “กระตุกขา” จากคนกันเองอย่าง “อาทิตย์ อุไรรัตน์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โดยพิจารณาจากข้อความที่เขาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ที่บอกว่า
“เฮ้อ! เมืองไทย คุณสุเทพ หม่อมเต่า อาจารย์เอนก อาจารย์สุริยะใส เลิกเถอะ อย่าทำต่อเลย ผมสงสาร คนเขาไม่เชื่อแล้ว” ถือว่าน่าสะอึกมากที่สุด และน่าจะสร้างแรงกดดันได้มากที่สุด เพราะหากเป็นคนอื่นพูดก็อาจมองได้ไม่ยากว่าอาจเป็น “มวลชนจัดตั้งของฝ่ายตรงข้ามมาก่อกวน” ตามที่ นายสุเทพ เคยออกมาพูดหลังจากมีคนออกมาต่อต้านในเส้นทางที่เขาเดินไปก่อนหน้านี้
เพราะคนอย่าง นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ถือว่าไม่มีส่วนได้เสีย ถือว่าเป็น “กัลยาณมิตร” เป็นคนกันเอง และที่ผ่านมาในช่วงการเปิดตัวพรรครวมพลังประชาชาติไทยเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมาก็ยังได้ใช้สถานที่ในมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นสถานที่เปิดตัวมาแล้ว และสำหรับแกนนำพรรคนี้เช่น นายสุริยะใส กตะศิลา ก็ยังเป็นรองคณบดีคณะนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตอีกด้วย
ดังนั้น การออกมาบอกว่า “เลิกเถอะ ชาวบ้านเขาไม่เชื่อแล้ว” แม้ว่าจะฟังดูแรง แต่มันก็ย่อมมีเหตุผลและมีสาเหตุที่เขาได้เห็นปฏิกิริยาจากสังคมมาเป็นตัวชี้วัดมาแล้ว
อย่างไรก็ดี สำหรับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อาจจะเชื่อฟังหรือเลือกที่จะมองไปอีกมุมหนึ่งก็ได้แล้วเดินหน้าเดินคารวะแผ่นดินต่อไปให้ครบทั่วประเทศตามที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกก็ต้องเดินคารวะแผ่นดินกันต่อไป
แต่สำหรับในมุมมองของสังคมภายนอกที่พิจารณาได้จากความรู้สึกที่สะท้อนออกมาจาก นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ดังกล่าว สามารถสรุปได้ในนาทีนี้ว่าการเปิดตัวของพรรครวมพลังประชาชาติไทยยังไม่มีแรงส่งที่ดีพอ อาจเป็นเพราะสังคม “ไม่ยอมรับ” กับการ “กลืนน้ำลาย” ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่ข้องแวะกับการเมือง ซึ่งเป็นการลั่นวาจาบนเวทีชุมนุม กปปส.แต่เมื่อทุกอย่างเป็นตรงกันข้าม “ความศรัทธา” จึงหดหาย เพราะต้องไม่ลืมว่าการชุมนุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อการ “ปฏิรูป” แต่เมื่อทุกอย่างกลับไปกลับมาแบบนี้มันจึงไม่ต่างจากการเมือง “น้ำเน่า” ที่เคยโจมตีต่อต้านกันมาแล้ว
แน่นอนว่าเมื่อความศรัทธาที่สังคมเคยมีให้ต่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลดน้อยถอยลง หรืออาจเป็นเพราะผิดคาด หรือ “สำคัญตัวเองผิด” ก็แล้วแต่ แต่ก็ถือว่ามีผลกระทบโดยตรงต่ออนาคตทางการเมืองของ “บิ๊กตู่” เข้าอย่างจังไปด้วย เพราะรับรู้กันมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า นายสุเทพ ได้ออกตัวเป็นผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ “ไปต่อ” และการตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็รู้กันว่าเป็นพรรคแนวร่วมเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลผสมของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังการเลือกตั้ง
ดังนั้น เมื่อแรงศรัทธาของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ได้ไปตามคาดหมาย ทุกอย่างเริ่มกลับตาลปัตร มันก็ย่อมมีผลกระทบต่อพรรคแนวร่วมที่จะถูกวางมาเป็นรัฐบาลผสมในวันหน้า และแม้ว่าตัวแปรทางการเมืองยังไม่นิ่ง เพราะปี่กลองยังไม่เชิด ทุกอย่างยังพลิกไปได้ทุกมุม แต่เมื่อสัญญาณเริ่มต้นออกมาอย่างที่เห็น มันก็ย่อมเหนี่อยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า!