xs
xsm
sm
md
lg

ภาค ปชช.เชียร์ปลดประกาศ พณ.ห้ามนำเข้า “บุหรี่ไฟฟ้า” ชี้ 2 กม.ยาสูบควบคุมได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า” ชี้ประกาศ พณ.ห้ามนำเข้า “บุหรี่ไฟฟ้า” หมดความจำเป็น เหตุ 2 กม.ยาสูบมีข้อกำหนด “ควบคุม” ได้แล้ว ยกรายงาน WHO ไม่ฟันธงหนุนนักสูบหน้าใหม่เพิ่ม ชู 143 ประเทศออกกฎหมายควบคุมไม่แบนเหมือนไทย เสนอรัฐควรทำการศึกษาวิจัยอย่างเป็นกลางเพื่อทบทวนนโยบายแบน ลดระดับเหลือแค่ควบคุม เปิดทางเก็บภาษีเข้ารัฐมากกว่าลักลอบซซื้อขายในปัจจุบัน

จากกรณีที่ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดประชุมทบทวนมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า จากปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติถูกจับปรับฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าเข้าประเทศไทย รวมทั้งสถิติการเจ็บป่วยเสียชีวิตจากบุหรี่มวนไม่ลดลง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมไปถึงภาคประชาชนในนามเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST)” และเฟสบุ๊ค “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นที่ประกาศกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้าม เมื่อช่วงปี 2557 ซึ่งขณะนั้นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ยังไม่มีการกำหนดนิยามให้ครอบคลุมถึงบุหรี่ไฟฟ้า จึงไม่มีอำนาจในการควบคุมและเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าได้ จำเป็นต้องใช้อำนาจของกระทรวงพาณิชย์ในการห้ามการนำเข้าแทน แต่ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข สามารถควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าภายใต้กฎหมายดังกล่าวได้แล้ว ก็สามารถยกเลิกประกาศห้ามนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์ และ สคบ. แล้วบังคับใช้มาตรการตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อห้ามการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ ห้ามการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า และกำหนดอายุขั้นต่ำผู้ซื้อผู้ขายได้ เช่น ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าต้องมีอายุมากกว่า 21 ปี ได้แล้ว

นายมาริษ กล่าวต่อว่า เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าฯ ได้แสดงความคิดเห็นในประชุมเพื่อให้มีการทบทวนมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้า โดยชี้ให้เห็นว่าเป็นมาตรการที่ปิดกั้นโอกาสของผู้บริโภคในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อันตรายต่อสุขภาพน้อยกว่า หลายหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมเห็นตรงกันว่าการแบนก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตไม่ได้ ผู้ใช้ถูกจับกุมรีดไถเพราะความไม่ชัดเจนของกฎหมายและมีบทลงโทษรุนแรง นักท่องเที่ยวโดนจับปรับ ที่สำคัญกระทรวงสาธารณสุข ก็เสียโอกาสในการลดโรคจากพิษภัยของบุหรี่ ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ และไม่สามารถป้องกันเยาวชนจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้จริง ที่สำคัญหากเรายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ เรายังต้องเห็นคนเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละกว่า 5 หมื่นคนต่อไป นอกจากนี้ยังได้หยิบยกรายงานฉบับล่าสุดของ องค์การอนามัยโลก (WHO’s Basic Handbook on Tobacco Product Regulation) ปี 2018 ที่ระบุว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่หรือช่วยให้เลิกบุหรี่ได้จริง ดังนั้นที่มีการกล่าวอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่นั้นจึงไม่ใช่เหตุผลหลักที่ห้ามการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สหภาพยุโรป ต่างยอมรับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและมีกฎหมายควบคุมที่เหมาะสม ทั้งนี้ 143 ประเทศออกกฎหมายควบคุมที่แตกต่างกัน เช่น สินค้าบริโภคที่ได้รับการควบคุม อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ ในขณะที่มีเพียง 30 ประเทศ เช่น เกาหลีเหนือ เวเนซุเอลา และประเทศแถบตะวันออกกลางรวมทั้งไทยที่แบนบุหรี่ไฟฟ้า

นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยต้องเลือกว่าจะเอาอย่างเกาหลีเหนือหรือสหรัฐอเมริกา องค์การอนามัยโลกเองยังไม่สามารถฟันธงว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวดึงดูดเยาวชนได้เลย ข้อมูลเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศเราก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่และน่าเสียดายที่การประชุมเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ยังไม่มีข้อสรุป รัฐบาลควรจะถือโอกาสนี้ตั้งคณะทำงานที่เป็นกลางเพื่อรวบรวมผลวิจัยบุหรี่ไฟฟ้าหรือทำการศึกษาอย่างเป็นระบบ เราจะได้มีนโยบายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ทันต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้าขึ้น.


กำลังโหลดความคิดเห็น...