รมว.ท่องเที่ยวเผยเร่งกู้ซากเรือฟีนิกซ์ล่มในทะเลภูเก็ตได้สิ้นเดือน ต.ค.นี้ เพื่อตรวจหาข้อสรุปและมีคำอธิบายที่ชัดเจน หลังนักท่องเที่ยวจีนกังวลอยากรู้สาเหตุ ขณะเดียวกันหนุนจัดระเบียบหมู่เกาะสิมิลัน-สุรินทร์ ฟื้นฟูธรรมชาติก่อน แนะภาคเอกชนปรับตัวรับ
วันนี้ (24 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความคืบหน้าการกู้ซากเรือฟีนิกซ์ที่ถูกคลื่นซัดล่มในทะเลจนทำให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 คน ว่าคาดว่าจะสามารถกู้เรือได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยเราต้องให้ความสำคัญต่อการหาสาเหตุเรือล่มในครั้งนี้ เพราะสำคัญต่อการสื่อสารเนื่องจากขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนมีความกังวลเพราะต้องการทราบสาเหตุ โดยตนได้ให้ความสำคัญที่สุดในเรื่องความปลอดภัยว่าเหตุการณ์เรือล่มเกิดจากอะไร ถ้าเรายังกู้ซากเรือไม่ได้เราจะตอบเรื่องนี้ไม่ได้ และขณะนี้เรือเริ่มลอยขึ้นมาจากก้นทะเลแล้ว
นายวีระศักดิ์กล่าวต่อถึงมาตรการดูแลท่องเที่ยวว่า จากการสื่อสารอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาต้องขอบคุณภาคเอกชนที่เห็นความสำคัญต่อการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น จะไม่ใช้เรือที่ไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย เป็นต้น
นายวีระศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีชมรมเรือท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน-สุรินทร์ เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าตนคิดว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยว่าต้องดูแลรักษาธรรมชาติก่อน และเราควรต้องทำ ส่วนเรื่องรายละเอียดว่าผู้ประกอบการที่จดทะเบียนไว้กับกรมอุทยานฯ จะได้รับโควตาในการนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังหมู่เกาะสิมิลันหรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะเจ้าของพื้นที่ ตนไม่มีสิทธิ์ไปกำหนด
อย่างไรก็ตาม ตนเห็นด้วยกับการคุ้มครองธรรมชาติ เพราะเขาไม่สามารถส่งเสียงได้ ส่วนผู้ประกอบการนั้นสามารถต่อรองและเรียกร้องได้ เพื่อให้เกิดการปรับระบบ เป็นธรรมดาที่การเข้าระบบครั้งแรกจะมีความขรุขระบ้าง ยืนยันไม่ถอยเดินหน้าต่อไป
เมื่อถามถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ความเดือดร้อนมีกันทั่ว แต่ขณะนี้ความเดือดร้อนที่มาก่อนคือความเดือดร้อนของธรรมชาติ และตนก็ได้พูดคุยกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ถึงหลักการและทิศทางมาโดยตลอดว่าขอให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ขณะที่การศึกษาผลกระทบนั้นยิ่งดึงคนมาร่วมเท่าใดยิ่งดี การทำงานจะได้ราบรื่น
“ถ้าเราต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรต้องเอาเป้าหมายหลักเป็นที่ตั้ง แต่ก็เห็นใจผู้ประกอบการ เพราะไม่ใช่ความผิดของเขา และที่ผ่านมาเราไม่เคยมีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวมีเท่าใดก็ปล่อยเข้าไปหมด เชื่อว่าผู้ประกอบการคงเห็นด้วยกับมาตรการนี้ ว่าถ้าเราไปเที่ยวตามชายหาด หรืออุทยานฯแล้วเห็นแต่ศีรษะคนไม่เห็นธรรมชาติคงไม่ใช่เป้าหมายแน่ๆ ดังนั้นต้องยึดธรรมชาติก่อน ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนและคงน่าเสียดาย” นายวีระศักดิ์กล่าว


