xs
xsm
sm
md
lg

พรรคทักษิณชัวร์!ศึก2เจ๊ “หน่อย-แดง”ไม่ลงรอย ทำหวาดระแวงกันเอง **“ป้อม”ออกตัวไม่รู้จัก “ลุงฝัง” เจอ“มหกรรมจับผิด”ขุดภาพเก่าสมัยเยือนไทย **ตีปลาหน้าไซ! “ทนายปู”ปูดข่าว ป.ป.ช. มีงานรื้อคดี“จีทูเจี๊ยะ”ส่อกล่าวหา“บุคคลเพิ่มเติม”

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว

**พรรคทักษิณชัวร์!! ศึก 2 เจ๊ “หน่อย-แดง”ไม่ลงรอย ทำหวาดระแวงกันเอง“เพื่อไทย - เพื่อธรรม”ไม่เข้าขา เกรงเสียการใหญ่ จังหวะเดียวกัน“ค่ายประชาชื่น”ยิงข่าวพรรคใหม่เอี่ยม“ไทยรักษาชาติ”วางไว้เก็บแต้มปาร์ตี้ลิสต์ กะเกณฑ์ตัวย่อเสร็จสรรพ“ทษช.”หวังแทนชื่อ “ทักษิณ ชินฯ”เพื่อให้รู้ว่า “พรรคทักษิณชัวร์”แต่อย่าไปผันวรรณยุกต์ตรง“คำท้าย”ล่ะ ความหมายมันจะเปลี่ยน

ไม่มีคำว่านิ่ง .. การเมืองในค่ายใหญ่อย่าง“พรรคเพื่อไทย”ที่ยังไม่ลงตัว นอกจากยุทธศาสตร์ภายใต้ “สมการใหม่ - กติกาใหม่”แล้ว ยังมี “การเมืองภายใน”ที่ทำให้ต้องขยับกันแทบทุกวินาที .. ที่ชัดเจนแล้วก็คงเป็นการนำพรรค ภายหลัง 28 ต.ค.นี้ ที่ “หญิงหน่อย”คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คงได้ขึ้นถือธงนำอย่างเป็นทางการ .. อยู่ที่ว่าจะเลือกเอาตำแหน่ง“หัวหน้าพรรค”ที่ต้องเอาอนาคตไปเสี่ยงกับการสุ่มเสี่ยงถูกยุบ เป็นคำรบที่ 3 หรือจะเปิด “ตำแหน่งใหม่”ที่ใหญ่กว่าให้ .. ชัดเจนเหมือนกัน ที่ “เพื่อไทย สาขา 2”ภายใต้แบรนด์ “เพื่อธรรม”ที่มี สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค .. โดยมีร่างเงาของ เยาวภา - สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สองผัวเมียขาใหญ่ใน“ระบอบทักษิณ”ไปถือหางให้ .. เช่นเดียวกับ“เพื่อชาติ”ที่เบอร์ใหญ่อย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ - ยงยุทธ ติยะไพรัช ไปขุดหลุมใหม่ เป็นแหล่งสุมหัวของ“แดงอกหัก”ก็นัดประชุมวางตัวผู้บริหารพรรคกัน 19 พ.ย.นี้ .. เดิมที ก็ว่ากันว่า“พรรค 3 เพื่อ”ที่ไล่เรียงไป รวมทั้ง “พรรคแนวร่วม”อย่าง “ประชาชาติ - อนาคตใหม่”จะเพียงพอสำหรับยุทธศาสตร์ “แตกแบงก์พัน เป็นแบงก์ร้อย” .. ให้บทบาทแต่ละพรรค ปูพรมส่งผู้สมัครลงสมัครทุกเขตทั่วประเทศ คนชนะได้ที่นั่งเขตไป ส่วนคนแพ้ ก็คอยเก็บสแปร์-กวาดแต้มลำดับถัดลงมา สะสมไปแลกเป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ .. ทว่าคุยไปคุยมาเกิด “ความหวาดระแวง”กันเองภายใน โดยเฉพาะ 2 สาขาใหญ่ “เพื่อไทย-เพื่อธรรม”ในอารมณ์ศรศิลป์ไม่กินกันของ 2 เจ๊ “หน่อย - แดง” ..สร้างความปวดหัวให้ “นายใหญ่ดูไบ” ทักษิณ ชินวัตร ไม่น้อย ปล่อยไว้แบบนี้ แทนที่จะ “เข้าขา”อาจกลายเป็น “ขัดขา”กันเองมากกว่า ..

ว่ากันว่ามีการพูดคุยถึงยุทธศาสตร์ใหม่ที่ยังไม่ตกผลึกดี กับการ“เดินสองขา” ..ให้พรรคหนึ่งระดม ส.ส.เขตที่ฐานเสียงแน่น โกยเก้าอื้เขตให้มากที่สุด .. แล้วให้อีกพรรค เติมเต็มในส่วนของปาร์ตี้ลิสต์ พร้อมเก็บเกี่ยวในบางเขตที่หลุดจากพรรคแรก .. ขณะที่ “เพื่อธรรม”ถูกลดบทบาทไว้เป็น “ทางออกฉุกเฉิน” ในกรณีที่“เพื่อไทย”อาจถูกยุบ ในช่วงโค้งสุดท้าย .. เป็นจังหวะเดียวกับที่มีการปล่อยข่าวจาก“แหล่งข่าวระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย” โดย“สื่อค่ายประชาชื่น”อย่างพร้อมเพรียง .. กับหัวใหม่เอี่ยม“พรรคไทยรักษาชาติ”ที่เป็น “พรรคดีเอ็นเอ”วางตัวไว้กวาดคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ออกมา .. ไม่ เท่านั้น ยังกะเกณฑ์ให้เสร็จสรรพว่า ต้องใช้ตัวย่อ “ทษช.”ที่แหกกฎเกณฑ์การย่อชื่อทั้งปวง ทั้งๆ ที่ชื่อ “ไทยรักษาชาติ”น่าจะย่อง่ายๆ ว่า“ทรช.”.. ขยายความไว้ด้วยว่า ตัวย่อ “ทษช.”เอามาสู้กับ “คสช.”ที่ออกเสียงคล้ายกัน และยังเป็นตัวย่อที่ต้องการให้แทนตัว“ทักษิณ ชินวัตร” ..แม้อดระคนสงสัยไม่ได้ว่า มุ้งค่ายในเครือข่ายก็มีให้เลือกสารพัด ไฉนต้องเปิดหัวใหม่ขึ้นมาอีก แต่ระดับ “ค่ายประชาชื่น”ตีข่าว “ค่ายทักษิณ”ที่แทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ก็คงมองข้ามไม่ได้ .. เช่นเดียวกับ “ตัวย่อ”ที่ตั้งใจล็อกไว้ว่า “ทษช.”เลี่ยง “ทรช.”ที่กลัวจะถูกแต่งเติมท้ายให้เป็น “ทรชน”..จริงเท็จอย่างไร ไม่ทราบ เอาเป็น ว่าถ้ามี “พรรค ทษช.”เกิดขึ้นจริง ก็รู้ไว้เลยว่า“พรรคทักษิณชัวร์” ..ใครใคร่จะผันวรรณยุกต์ลงตรง“คำท้าย”ก็ตามสะดวก แต่ระวังความหมายมันจะเพี้ยน ล่ะ

** ยินดีที่ (ไม่) ได้รู้จัก!! “ลุงป้อม”ออกตัวไม่รู้จัก “ลุงฝัง”อดีตนายพลใหญ่จีน ผู้ต้องคดีทุจริต เจอ“มหกรรมจับผิด”ขุดภาพเก่าสมัย “นายพลฝัง”เยือนไทย พบ “นายพลป้อม”ที่สภากลาโหม คารวะ “นายพลตู่”ที่ทำเนียบฯ แถมมีตรวจแถวเกียรติยศยิ่งใหญ่สมฐานะ ระดับ“ผบ.ทสส.จีน”ช่วงเดียวกับดีลซื้ออาวุธจากจีนหลายหมื่นล้าน ลงตัวพอดี

ยามมัวหมอง มิตรมองเหมือนหมูหมา .. น่าจะเข้าสถานการณ์ของ พล.อ.ฝัง เฟิงฮุย อดีตประธานกรมเสนาธิการร่วม คณะกรรมาธิการทหารกลาง สาธารณรัฐประชาชนจีน .. ที่เพิ่งถูกถอดยศ พร้อมตะเพิดออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ ด้วยข้อหาทุจริต-ติดสินบน แถมมี“โทษประหาร”จ่อคอหอยอีกด้วย .. ด้วยความที่เป็น “นายพลใหญ่”นี่เอง เรื่องมันก็เลยโรมรันพันตูมาถึงเมืองไทย .. ก็ด้วยข้อหาที่“พรรคคอมมิวนิสต์จีน” กล่าวหา มันเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน และร่ำรวยผิดปกติ ตรงกับ “สมมติฐาน”เกี่ยวกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของ “กองทัพไทย”.. มีการขุดไปว่า “นายพลฝัง”มีความสนิทสนมกับทหารใหญ่ใน“คณะรัฐประหาร คสช." ตามรายงานของ“สื่อต่างชาติ”..และมีส่วนสำคัญในการผลักดันขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับ“กองทัพไทย”ทั้งรายการ "รถถัง VT-4"วงเงิน 5 พันล้านบาท สัญญาจ้างสร้างเรือดำน้ำ 1.35 หมื่นล้านบาท รถเกราะล้อยาง 2.3 พันล้านบาท รวมทั้งสัญญาจ้างสร้าง เรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ที่เป็นโครงการต่อเนื่องอีกด้วย .. มีการไล่ไทม์ไลน์ว่า ก่อนสิ้นอำนาจเมื่อเดือนส.ค.60 ไม่นาน "นายพลฝัง"ได้ต้อนรับ "คณะนายทหารจากกองทัพไทย" เป็น "อาคันตุกะชุดสุดท้าย" .. แล้วย้อนไปก่อนหน้า พ.ค.60 “นายพลฝัง”ก็ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในภารกิจเชื่อมสัมพันธไมตรีทางการทหารของ “บ้านพี่เมืองน้อง” ..เวลานั้นมีการตีปิ๊บใหญ่โตว่า“นายพลฝัง”เทียบได้ถึงขนาด “ผู้บัญชาการทหารสูงสุด”เลยทีเดียว .. เป็นที่มาของพิธีต้อนรับขับสู้เป็น “แขกบ้านแขกเมือง”มีการตรวจแถวเกียรติยศยิ่งใหญ่สมฐานะ .. รวมถึงเข้าพบ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล และไปพบ“บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ที่ศาลาว่าการกลาโหม ด้วย ..
น่าเสียใจไม่น้อย ที่เมื่อไปถาม “ลุงป้อม”ถึงเพื่อนเก่า ที่ชื่อ “ลุงฝัง”กลับได้คำตอบแบบไร้เยื่อใยว่า“เราไม่รู้จักกัน” ..แล้วยังโทษสื่อไทยด้วยว่า ชอบเอาเรื่อง คสช.ไปเขียนเลอะเทอะ ให้กลายเป็น“ตำบลกระสุนตก”.. ด้วย “นายพลจีน”ติดข้อหาร้ายแรง ก็แน่นอนว่า “ป๋าป้อม”อาจพูดถูกในแง่ว่าไม่ได้มี “ความสัมพันธ์ส่วนตัว”เพื่อปัดป้องให้พ้นตัว .. ไม่รู้จักมักคุ้นกับ“นายพลฝัง”รวมทั้ง พล.อ.จาง หยาง ที่ถูกถอดยศ-กล่าวโทษในข้อหาเดียวกัน แต่เลือกที่จะปลิดชีพตัวเอง หนีความผิดไปเมื่อปลายปีกลาย .. แต่ก็หนีไม่รอด ถูกจับผิดเมื่อ “บิ๊กป้อม”อ้างว่า “นายพลฝัง”เป็นคนละคนกับที่เคยเดินทางมาพูดคุยกับตัวเอง แล้วอ้างว่าคนที่มาชื่อ “เมิ่ง เจี้ยนจู้”ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว .. “ที่เราสนิทคือ เมิ่ง เจี้ยนจู้ อดีตกรรมการประจำคณะกรรมการกลาง และเลขาธิการคณะกรรมการการเมืองและกฎหมายพรรคคอมนิวนิสต์จีนคนเดียว”คือคำพูดของ “ป๋าป้อม”.. นำมาซึ่ง “มหกรรมจับผิด” หนึ่ง เมื่อเปิดประวัติ “เมิ่ง เจี้ยนจู้”นั้นเป็นพลเรือน มีตำแหน่งใหญ่ ดูแลสำนักงานการเมืองและกฎหมายกลาง ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตามที่“บิ๊กป้อม”ว่าไว้จริง .. รวมทั้ง“นายเมิ่ง”ยังเป็น รัฐมนตรีกระทรวงพิทักษ์สันติราษฏร์ กำกับดูแล “ตำรวจจีน”ด้วย ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับการซื้อขายยุทโธปกรณ์แต่ประการใด .. แล้วยังโดน“ขุด”ภาพภารกิจ “ลุงป้อม”เมื่อวันที่ 30 พ.ค.60 ที่ให้การต้อนรับ “ลุงฝัง”ณ ศาลาว่าการกลาโหม .. รวมไปถึงภาพภารกิจของ “ลุงตู่”ที่ให้การต้อนรับ “ลุงฝัง”ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 พ.ค.60 ว่อนโลกออนไลน์ไปหมดในตอนนี้


**ตีปลาหน้าไซ!! “ทนายปู”ปูดข่าว ป.ป.ช. มีงานรื้อคดี“จีทูเจี๊ยะ”ส่อกล่าวหา “บุคคลเพิ่มเติม”หลัง “จำเลยในคุก”ซัดทอด “ทักษิณและเครือญาติ”ยกคำพิพากษา ค้ำไม่ควรสอบเกินขอบเขตที่ศาลตัดสิน บล๊อก “ลูกชิ่ง”ที่อาจกระทบไปถึงระดับ “บิ๊กบอส - บิ๊กเจ๊”นึกถึงคำเปรย “กูพูดไม่ได้” ที่“บุญทรง”ว่าไว้ก่อนเข้าคุก งานนี้ “เจ๊ตัวดี”มีหนาว

น่าสนใจไม่น้อย .. กับท่าทีกระวีกระวาด ออกมาโวยวายของ นรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ “คุณหนูปู”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหนีคดี ในคดีทุจริตจำนำข้าว .. โดย “นรวิชญ์”กล่าวหาว่า “ป.ป.ช.รายหนึ่ง”ที่เคยถูก “คุณหนูปู”ระบุในชั้นศาล ว่ามี “อคติ”ต่อกัน มีความพยายาม “รื้อฟื้น”นำ “คดีระบายข้าว”หรือ “จีทูจี-จีทูเจี๊ยะ-จีทูเจ๊”ขึ้นมาดำเนินคดีใหม่เป็น “คำรบที่ 2”..ระบุด้วยว่า จะมีการกล่าวหา“บุคคลเพิ่มเติม”นอกเหนือจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง .. “โดยให้จำเลยหลายรายในเรือนจำ ให้การซัดทอดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเครือญาติ มีการจูงใจแลกกับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำ แต่ให้อยู่ในโรงพยาบาลแทน โดยมีข้ออ้างเรื่องเจ็บป่วย” คือคำพูดของ“ทนายปู”..ก่อนมาเผยภายหลังว่า ที่ว่าไปเป็น “กระแสข่าว”และเรียกร้อง คณะกรรมการป.ป.ช. ว่า อย่าได้ตกเป็นเครื่องมือ ที่จะถูกใช้เป็น“วาระทางการเมือง”ก่อนการเลือกตั้ง .. พร้อมทั้งยก“คำพิพากษาศาลฎีกา”(ที่เจ้านายตัวเองไม่ยอมรับ) เป็นหลักว่า ไม่ควรที่จะมีข้อเท็จจริงใหม่เกินขอบเขตที่ศาลฎีกาได้พิพากษาไว้ด้วย .. เป็นความพยายามของ“ทนายหน้าหอ”ที่ออกมา “ตีปลาหน้าไซ”และทำหน้าที่ลิ่วล้อในการบล๊อก “ลูกชิ่ง” ที่อาจกระทบไปถึงระดับ “บิ๊กบอส - บิ๊กเจ๊”..

เรื่องนี้“แหล่งขาวใน ป.ป.ช.”ยืนยันว่า “จริง”แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า“คดีระบายข้าว - จีทูเจี๊ยะ”มีอยู่ 2 สำนวน .. หนึ่งคือ ที่ศาลตัดสินจำคุก “คุณหนูปู”แต่เลือกที่จะหนีไป ปล่อยให้ "เสี่ยฮุก" บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ พร้อมพวกโดยจำคุกแบบขังลืมนั้น เป็นในส่วนของ 4 สัญญาแรกที่พบการกระทำผิดเท่านั้น .. ยังมีอีกคดี ในส่วนของการระบายข้าวรอบหลังจาก 4 สัญญาแรก ที่ยังอยู่ในชั้นการไต่สวน ของป.ป.ช. .. จึงไม่ใช่การ “รื้อคดี”อย่างที่ “นรวิชญ์”ซึ่งรู้ไทม์ไลน์และรายละเอียดคดีดีกว่าคนอื่น พยายามกล่าวหา .. หากแต่การออกมาพูดในลักษณะนี้ ก็ไม่ต่างจาก“ตีกิน”ด้วยรู้ว่า ป.ป.ช. ยังมีดาบรอเชือด “จีทูเจ๊”อยู่อีกคดี ด้วยรู้ว่าอาจจะลงดาบดันในช่วงใกล้เลือกตั้ง ..

ที่ต้องตามต่อคือ “กระแสข่าว”ที่ “นรวิชญ์”อ้างถึงว่า จะมีการกล่าวหา “บุคคลเพิ่มเติม”ที่ระบุว่าเป็น“ทักษิณและเครือญาติ” .. ด้วยทุกคนต่างเชื่อกันว่า คดี“จำนำข้าว-จีทูเจี๊ยะ”มันมีเบื้องหลังที่ใหญ่กว่า “บุญทรง”และยังใหญ่กว่า “ยิ่งลักษณ์”อีกด้วย .. หากจำกันได้ ในช่วงที่“บุญทรง”ต้องโทษทั้งอาญา-แพ่ง แบบอ่วมอรทัย 42 ปีใหม่ มี “จดหมายถึงเพื่อน”โดย “เดอะปุ้ม”สุรนันทน์ เวชชาชีวะ”อดีตเลขาธิการนายกฯรัฐมนตรี และอดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมา .. บรรยายถึง “เพื่อนฮุก”แบบเจ็บปวด และสะท้อนข้อเท็จจริงของ“เด็กในบ้าน” ที่จำต้องทำตามคำสั่ง “นาย”แบบไม่อาจปฏิเสธได้ .. “กูพูดไม่ได้”คือคำพูดของ “เพื่อนฮุก”ที่เปรยกับ “เพื่อนปุ้ม”เมื่อครั้งถูกถามถึงเบื้องลึก เบื้องหลังโครงการระบายข้าว จีทูจี ที่คนเจนจัดทางการเมืองอย่าง “สุรนันทน์”ถึงกับเอ่ยปาก “ใครดูให้มึง แต่ละเรื่องน่ากลัว” ..หากคำกล่าวอ้างที่ว่า “จำเลยหลายรายในเรือนจำ ให้การซัดทอดถึงทักษิณ และเครือญาติ”เป็นจริง คนที่ร้อนๆ หนาวๆ อาจไม่ใช่ “บิ๊กบอส”อย่าง ทักษิณ ชินวัตร อย่างที่คิด .. ด้วยใครก็รู้ว่า “บุญทรง”เด็กบ้านไหน อาจถึงคราวซวย “เจ๊”ที่ซุ่มโป่ง สร้างอาณาจักรใหม่ของตัวเองลุยเลือกตั้ง แต่หนนี้ “บัวคงจะไม่บาน”เหมือนก่อน.

ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น...