xs
xsm
sm
md
lg

ต้องเช็กบิล!! กรรมซัด “เอวีเอ”นายหน้าค้า “ไม้ล้างป่าช้า”ศาลสั่งจำคุกผู้บริหาร 9 ปี **ดีล “โภคิน - อภิสิทธิ์”อาจไม่มีจริง แต่ “ของจริง” อยู่ที่วงดีล“นายหญิง - นายหัว” **“ป๋าเหนาะ” เย้ย “บิ๊กตู่”ได้เป็นนายกฯ ก็ทำงานไม่ได้ เจอสวน“แก่แล้วกลับไปพักผ่อน”

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว



**ต้องเช็กบิล!! กรรมซัด “เอวีเอ”นายหน้าค้า “ไม้ล้างป่าช้า”ศาลสั่งจำคุกผู้บริหาร 9 ปี ฐานขาย “จีที 200”ให้ “กรมราชองครักษ์”รวม 9 ล้านบาท แต่ใช้ไม่ได้ แปลกแต่จริง “หน่วยงานอื่น”ที่เป็นคู่ค้ากับ “บริษัทลวงโลก”ไม่ยักจะเอาเรื่องบ้าง แค่เฉพาะ“กองทัพบก”ยุค “บิ๊กป๊อก”เป็น ผบ.ทบ. ซื้อ “จีที 200”จาก “เอวีเอ”รวม 9 สัญญา มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท แต่เงียบกริบ

โดนเป็นระลอกๆ .. "นายหน้าไม้ล้างป่าช้า”บริษัท เอวีเอ แซทคอม จำกัด" ที่เพิ่งถูก "ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภค" ไม่รับฎีกา และให้ยืนตามคำพิพากษาที่ให้ชำระเงินคืน "กรมราชองครักษ์" .. จากรณีที่ขายเครื่องตรวจจับอาวุธวัตถุระเบิด และยาเสพติด รุ่น "GT200"วงเงินรวม 9 ล้านบาทให้ “กรมราชองครักษ์”แต่ "ไม่สามารถใช้การได้" .. ล่าสุด “ศาลแขวงดอนเมือง”พิพากษา จำคุก “ผู้บริหารเอวีเอ”เป็นเวลา 9 ปี จากกรณีที่ขาย “ไม้ล้างป่าช้า”ให้กรมราชองครักษ์ .. เป็นการตัดสินของ “ศาลชั้นต้น”ทำให้ทาง “จำเลย”ยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ พร้อมอ้างข้างๆ คูๆ ว่า สั่งซื้อตามสเปกที่กำหนดมา ไม่รู้ไม่เห็น ว่า “เครื่องชำรุด”..มีข้อมูลที่น่าสนใจไม่น้อยจาก “ทนายจำเลย”ที่ระบุว่า "เมื่อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดลงจากสนามบิน ก็มีรถทหารมารอรับแล้ว เราจึงไม่รู้เห็นว่าเครื่องชำรุด" .. จริงเท็จอย่างไร อันนี้ก็อยู่ในดุลพินิจของศาล ที่ยังต้องสู้กันอีก 2 ยก ในชั้นอุทธรณ์-ฎีกา .. หากแต่ “หน่วยงานรัฐ” ที่ตกเป็น “เหยื่อ”คงไม่รู้ร้อนรู้หน่วไม่ได้แล้ว ด้วยคำตัดสินของ 2 ศาล ระบุชัดเจนว่า "จีที 200 ไม่สามารถทำงานได้" ..
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
นอกจากสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายคืนได้แล้วยังเอาผิดในทางอาญาได้อีก .. ทาง “สำนักข่าวอิศรา”เพิ่งไล่เรียงรายชื่อหน่วยงานภาครัฐ ที่เป็น “ลูกค้า”ซื้ออุปกรณ์สื่อสาร และอื่นๆจาก “บริษัทเอวีเอ”ยาวเยียดเป็นหางว่าว .. ตั้งแต่ กรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด , กรมขนส่งทหารบก , กรมสรรพาวุธทหารบก , กรมสรรพาวุธทหารเรือ, กรมสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทหารอากาศ, กรมศุลกากร, กรมการปกครอง, อบจ.สระแก้ว, อบจ.สมุทรปราการ ที่ซื้อของจาก “เอวีเอ”ไปราว 1,400 ล้านบาท .. ตามรายการก็ไม่ใช่มี“จีที 200”เพียงอย่างเดียว ยังมีอุปกรณ์ชนิดอื่นอยู่ด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เป็นเหมือน “จีที 200”หรือไม่ .. ที่สะดุดตาก็คงเป็นรายของ “กรมสรรพาวุธทหารบก”ที่เป็นคู่ค้ากับ “เอวีเอ”อย่างน้อย 9 สัญญา ช่วงปี 50-52 .. ทั้ง 9 สัญญา ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องตรวจจับชนิดต่างๆ ที่พะยี่ห้อ “จีที 200”รวมมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท .. ย้ำหลายหนแล้วว่า ทบ.ยุคที่มีปัญหากับ“จีที 200”มากที่สุด ก็เป็นยุคที่ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พี่รอง คสช. เป็น ผบ.ทบ. ช่วงปี 50-53 คาบเกี่ยวกับช่วงที่ “เอวีเอ”ขายของลวงโลกให้กับ ทบ.พอดี .. แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นมีแอคชั่นใดๆ ออกจาก “กองทัพบก”หรือหน่วยงานอื่นๆ จะ “เช็กบิล”เอาเรื่อง “เอวีเอ”เหมือนอย่าง “กรมราช องครักษ์”ที่คดีใกล้จะสิ้นสุดแล้วเลย .. แล้วก็ต้องไม่ลืมแวะไปที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่อุ้มสำนวนไม้ล้างป่าช้าอยู่ ไม่ต่ำกว่า 10 สำนวน .. ที่ควรใช้ “คำพิพากษาศาล”เป็นแนวทางพิจารณาคดี ไม่ใช่ใช้ “ความรู้สึก”หรือ "ตรรกะเพี้ยนๆ" ของ สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. .. ที่ไปยก“ไม้ล้างป่าช้า”ว่าศักดิ์สิทธิ์ เข้มขลังไม่ต่าง “พระเครื่อง”แล้วตีความไปว่า คุ้มค่า ไม่มีโกง

**ดีล “นายหญิง - นายหัว”!! “โภคิน - อภิสิทธิ์” ประสานงาน ปัด “ดีลผสมพันธุ์” แต่ทางลึกแกนนำ 2 ฝ่ายรับ“คอนเซปต์”เชื่อเป็น “ทางรอดเดียว”ของ “ฝ่ายการเมือง”ในสถานการณ์ที่ “ขุนทหาร”ได้เปรียบทุกประตู แต่นายกฯ ต้องไม่ใช่ “มาร์ค”ต้องเป็น“ชวน หลีกภัย”ที่พอรับกันได้ ถึงวงคุย “โภคิน - อภิสิทธิ์”อาจไม่มีจริง แต่ “ของจริง” อยู่ที่วงดีล“นายหญิง - นายหัว”ต่างหาก
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ  โภคิน พลกุล
ปัดกันให้วุ่น .. สูตรผสมพันธุ์ “เพื่อไทย - ประชาธิปัตย์”จับมือกันตั้งรัฐบาล ส่งทหารกลับกรมกอง .. ตามคิวที่ “ตัวละคร”ตามท้องเรื่องต้องออกมาปฏิเสธ ทั้ง โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา จากค่ายเพื่อไทย เบรกข่าวดังเอี้ยด .. เคยพบปะ “พี่มาร์ค”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จริง แต่ไม่เคยคุยเรื่องการเมือง .. อีกฟาก “อภิสิทธิ์”ก็บอกปัดทำนองเดียวกัน “แหลมกว่า”นิด ก็ตรงที่ว่าคุยกับ “โภคิน”บ้าง แต่ก็เป็นประเด็น “กฎหมายพรรคการเมือง” .. พร้อม “ทิ้งเชื้อ”ไว้หน่อย ตรงที่ว่าทำงานการเมืองโดยยึด “อุดมการณ์”ถ้าอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ก็ไปกันไม่ได้ .. แล้วหาก “เพื่อไทย”ยังอยู่ภายใต้ร่มเงาของ “ตระกูลชินวัตร”ก็คงไม่สามารถร่วมงานกันได้ .. ขณะที่ “เสี่ยอ้วน”ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาฯเพื่อไทย ก็ไม่ได้ปิดประตูร่วมมือกับ “อริ”อย่าง “ประชาธิปัตย์”แต่ก็ยิง “เงื่อนไข”กลับเช่นกัน .. ระบุว่า สามารถทำงานกับฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหมดได้ ถ้ามี “จุดยืน”ว่า ไม่เอาการสืบทอดอำนาจ .. ต่างฝ่ายต่างยื่นเงื่อนไข ตาม“บทบาทที่ควรจะเป็น”ที่ฟังๆ ดูเหมือน “เส้นขนาน”ไม่มีวันบรรจบกันได้ .. หากแต่ “ลึกๆ”แล้ว ต่างฝ่ายก็ต่างยอมรับ “คอนเซปต์”การรวมกันเฉพาะกิจ ที่เป็น “หนทางเดียว”ในการต่อกรกับ “พรรคทหาร”ที่มีทั้ง อำนาจ-กติกาอยู่ในมือ ..
ชวน หลีกภัย  และ   คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์
เห็นว่า “ระดับแกนนำ”ของ 2 ฝ่าย มีการเลียบๆ เคียงๆ กันมาตลอดถึง “สูตรผสมพันธุ์”ภายหลังการเลือกตั้ง .. จริงไม่จริงน่าจะลองไปถาม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หรือ จุติ ไกรฤกษ์ แกนนำประชาธิปัตย์ ดูก็ได้ .. แม้ว่า “เพื่อไทย”จะการันตีจำนวน ส.ส.ว่าได้ “เสียงข้างมาก”แน่ แต่หากไม่ประเคน “เก้าอี้นายกฯ”ให้ “ประชาธิปัตย์”ที่มีเสียงในมือประมาณ “100ที่นั่งบวกลบ”ก็เชื่อว่าอีกฟากฝ่าย คงปันใจเข้าร่วม “รัฐบาลทหาร”มากกว่า .. ทว่าก็มี “คนค้านหัวชนฝา”ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร เป็น“หัวหน้ามาร์ค”แห่งค่ายสีฟ้า ที่หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่เอาสูตรนี้ ด้วยไม่สามารถทำใจร่วมงานกับ“เพื่อไทย” หรือ “ระบอบทักษิณ”ได้ .. ผิดกับ “ผู้ใหญ่ในพรรค”ที่ดูจะ “เข้าใจโลก”มากกว่า และโอนอ่อนว่าเป็น “ทางรอดทางเดียว”ของ “ฝ่ายการเมือง”ในสถานการณ์นี้ .. จนมีการตะล่อมๆ ออฟเฟอร์แบบสุดซอย ยกเก้าอี้ “นายกฯ”ล่อใจ “จารย์มาร์ค”ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนปัจจุบัน เผื่อว่าจะเปลี่ยนใจ .. หากแต่ในความเป็นจริง ทาง “เพื่อไทย”ก็มี “เงื่อนไขซ้อน”ไว้ว่า “ผู้นำรัฐบาลผสมพันธุ์”ต้องไม่ใช่ “อภิสิทธิ์” ..เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงหาเหตุผลดีๆ มาตอบ “แฟนคลับ”กระทั่ง “คนเสื้อแดง”ไม่ได้เช่นกัน .. จึงมีการโยนชื่อ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ 2 สมัย เป็นทางเลือก เพื่อให้ “สูตรผสมพันธุ์”พอเดินไปได้ .. แม้ภาพของ “นายหัวชวน”จะไม่ได้เป็นที่ปลาบปลื้มของ “ติ่งเพื่อไทย”แต่ก็ยังดีกว่าทู่ซี้ ชู “พี่มาร์ค”เป็นนายกฯ .. อีกทั้งเป็นที่รู้กันว่า แม้จะอยู่ตรงข้าม และห้ำหั่นกันมา แต่ “นายหัวชวน”ก็เป็นที่เคารพนับถือของ ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ นายใหญ่-นายหญิง แห่งค่ายเพื่อไทย มาตลอด .. ดังนั้นที่ปัดกันให้วุ่นว่า วงดีลระหว่าง “โภคิน - อภิสิทธิ์”ไม่เป็นจริงนั้น ก็คงต้องเชื่อไปตามนั้น .. เพราะ“ของจริง” อยู่ที่วงสนทนาของ“นายหญิง - นายหัว”มากกว่า.

**ผู้เฒ่าบ้านแตก!! “ป๋าเหนาะ”โอ่ “เพื่อไทย”ได้ไม่ต่ำ 200 ที่นั่ง เย้ย “บิ๊กตู่”ได้เป็นนายกฯ ก็ทำงานไม่ได้ เจอสวน“แก่แล้วกลับไปพักผ่อน” พลิกปูม “ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น”ที่แนบแน่น “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์”เปิดหน้าหวด คสช. เหตุ “หลานๆ”ย้ายหนี “เพื่อไทย”ไปสวมเสื้อ “พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย”กระทั่ง “เสี่ยบอย”ลูกหัวแก้วหัวแหวน ที่เห็นว่าต้องอยู่ค่ายเดิมด้วย“ความจำใจ”
เสนาะ เทียนทอง
“แก่แล้วกลับไปพักผ่อน”.. เดือดปุดๆ ทีเดียว “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สวน “ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น”เสนาะ เทียนทอง ทันควัน .. หลัง “ท่านผู้เฒ่า”ยึดฟลอร์ประชุมพรรคเพื่อไทย พูดปลุกใจ “ลูกพรรค”ประกาศศักดาว่า เพื่อไทยจะได้ส.ส.ไม่ต่ำ 200 ที่นั่ง .. แล้วยังพาดพิงไปถึง “พรรคทหาร”ที่มี “พรรค ส.ว.”ตุน 250 เสียง เป็นแบ็กอัพ ว่าถึงโหวตเป็นนายกฯได้ แต่ก็ทำงานตามระบบสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ .. ความมาถึงหู “ท่านนายกฯ”ที่วันนี้แทบจะเป็น “นักการเมืองเต็มตัว”แล้ว ก็เลยโต้กลับไปแสบๆ คันๆ .. แม้แนววิเคราะห์ของ “ป๋าเหนาะ”ในฐานะผู้อาวุโสทางการเมืองระดับ “นักปั้นนายกฯ”จะไม่ผิดไปจากการประเมินของปุถุชนทั่วไป เท่าไร .. แต่ที่ตอก “ขุนทหาร”ไปแรงๆ แบบนั้น อาจมาจาก“ปมส่วนตัว”ก็เป็นได้ .. ตามร่องรอยในอดีต ที่ “ป๋าเหนาะ”ก็แนบแน่น “ขุนทหาร”เป็นทุน โดยเฉพาะขุมข่าย “บูรพาพยัคฆ์”ที่มี “ป๋าป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นพี่ใหญ่ .. แต่ระยะหลังมาหงุดหงิดใจ เมื่อ “หลานๆ”โดน “พลังดูด”กระชากไปอยู่พรรคอื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ..
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทั้ง 2 พี่น้อง ฐานิสร์-ตรีนุช เทียนทอง ทายาท ขวัญเรือน เทียนทอง น้องสะใภ้ ป๋าเหนาะ ที่รับปากไปร่วม “พลังประชารัฐ”แล้ว .. เห็นว่ารายของ "ฐานิสร์" อดีต รมช.มหาดไทย อาจจะขอเว้นวรรคไป 1 สมัย แล้วให้ "ตรีนุช" น้องสาว ลงรักษาพื้นที่ เขต 2 สระแก้ว .. ส่วนพื้นที่ เขต 1 เห็นว่า วิทยา เทียนทอง น้องชายป๋าเหนาะ จะดัน ทรงยศ เทียนทอง นายกอบจ. สระแก้ว ลงสมัคร แต่เป็นในนาม“พรรคภูมิใจไทย”..ขณะที่ “เสี่ยบอย” สรวงศ์ เทียนทอง อดีต รมช.สาธารณสุข ลูกชายคนโตของ ป๋าเหนาะ ยังลงรักษาพื้นที่ เขต 3 สระแก้ว แต่ก็มีหมายเหตุว่า ด้วย “ความจำใจ”..ที่ดูจะเต็มใจมั่นคง กับ “เพื่อไทย”เห็นจะมีเพียงลูกชายอีกคนของป๋าเหนาะ “เสี่ยอ๊อบ”สุรชาติ เทียนทอง อดีต ส.ส.กทม. ที่เคยประกาศกร้าวว่า “ตระกูลเทียนทอง”เหมือน “ลอดช่อง”ดูดเท่าไรก็ดูดไม่ขึ้น เมื่อไม่นานมานี้เท่านั้น .. ปรากฏการณ์ “บ้านแตก”ที่ใครต่อใครก็คิดว่า “ป๋าเหนาะ”ต้องกดไฟเขียว ให้ลูกหลานย้ายพรรคด้วยตัวเอง .. แล้วอาจทำให้ "คนเพื่อไทย" หวาดระแวง จนทำให้ “ป๋าเหนาะ”ต้องออกมาหวดใส่ คสช. แรงๆ แบบนี้

ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น...