xs
xsm
sm
md
lg

“ไพบูลย์” ยื่นผู้ตรวจฯ ชงศาลวินิจฉัย อสส.ส่งฟ้องข้อหากบฏ ยกคำวินิจฉัยชุมนุมตามสิทธิ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ว่าที่ หน.ปชช.ปฏิรูป ยื่นผู้ตรวจส่งศาล รธน.วินิจฉัยปม อสส.ส่งฟ้องข้อหากบฏ จากเหตุชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมปี 57 ทั้งที่มีคำวินิจฉัย 11 ฉบับ ยันเป็นการชุมนุมใช้สิทธิเสรีภาพตาม รธน.

วันนี้ (11 ก.ย.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เข้ายื่นหนังสือคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉฉ่าย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยกรณีที่พนักงานอัยการได้ส่งฟ้องตนเอง และประชาชนที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในการชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเมื่อปี 2557 ต่อศาลอาญาในโทษฐานกบฏ สนับสนุนกบฏ ทั้งที่การชุมนุมดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเคยมีคำวินิจฉัยไว้รวม 11 คำสั่งนับแต่วันที่ 18 ธ.ค. 56 - 12 ก.พ. 57 ว่าเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพโดยชอบธรรมในการชุมนุมเพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลเท่านั้น เป็นการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นความผิดฐานเป็นกบฏที่จะสามารถฟ้องเอาผิดอาญาได้ เพราะไม่มีการใช้กำลังประทุษร้ายที่จะเป็นองค์ประกอบหลักให้สามารถฟ้องคดีได้

ดังนั้น จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญในเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 11 ฉบับ ว่ามีผลผูกพันให้อัยการไม่มีอำนาจนำการกระทำในการชุมนุมไปฟ้องร้องได้ นอกจากนี้ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยว่า การที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ไม่ได้บัญญัติไว้ว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการกระทำใดไม่เป็นความผิด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

“คำวินิจฉัยของศาลรัฐะรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แต่อัยการกลับเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม และนำการแสดงความคิดของผมรวมถึงประชาชนมาเป็นเหตุฟ้องคดี จึงเห็นว่าเป็นปัญหาการละเมิดสิทธิที่รัฐธรรมนูญเขียนให้เป็นอำนาจที่สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐานโดยผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงได้นำเรื่องมายื่นขอให้ผู้ตรวจฯ พิจารณา”

ด้านนายรักษเกชากล่าวว่า จะนำหนังสือร้องเรียนเข้าที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน เบื้องต้นผู้ตรวจการได้รับทราบข้อมูลแล้ว ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธจึงไม่น่าเข้าข่ายโทษฐานกบฏ



กำลังโหลดความคิดเห็น...