สถานการณ์การเมืองไทยจากวันนี้จนถึงการเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้ง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวิกฤตครั้งใหม่ จริงหรือไม่ และห้วงเวลาในการเลือกตั้งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศไว้ ประเมินสถานการณ์จากนี้ที่กำลังจะมีการคลายล็อก ปลดล็อก หาเสียง และเลือกตั้งประเมินการเมืองไทยจากจุดนี้ไปยังวันเลือกตั้งอย่างไร อาจารย์พิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และ ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จะมาให้คำตอบทั้งหมดในรายคนเคาะข่าวในหัวข้อเรื่อง “วิกฤตการเมืองไทย นับหนึ่งใหม่หลังเลือกตั้ง?”
คำต่อคำ
เติมศักดิ์ - สวัสดีครับ ขอต้อนรับสู่รายการคนเคาะข่าววันพุธที่ 22 สิงหาคม 2561 วันนี้เราจะมาประเมินสถานการณ์ การเมืองไทย จากวันนี้จนถึงการเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้ง วาทกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสงครามยังไม่จบ หรือบางคนบอกผลการเลือกตั้งครั้งเลือกครั้งหน้าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวิกฤตครั้งใหม่จริงหรือไม่ เราไปสนทนากับ 2 ท่านนะครับ ท่านแรกนะครับ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) อาจารย์พิภพ ธงไชย และอาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง ถามทั้ง 2 ท่านด้วยภาพกว้างก่อนละกันนะครับ ประเมินสถานการณ์จากนี้ที่กำลังจะมีการคลายล็อก ปลดล็อก หาเสียง และเลือกตั้งประเมินการเมืองไทยจากจุดนี้ไปยังวันเลือกตั้งอย่างไรบ้างครับ อ.วันวิชิต
วันวิชิต - คำถามแรกยังคิดว่ามีการเลือกตั้งในห้วงเวลาที่ คสช.ประกาศไว้หรือ
เติมศักดิ์ - แสดงว่าอาจารย์ไม่คิดว่ามี
วันวิชิต - ผมก็ว่าอย่างไรรู้ไหมครับ สิ่งที่ประเด็นขึ้นมาใหม่วันแรกที่ กกต.รับงาน ก็ทำปืนลั่นทันที การทำปืนลั่นคือไม่ได้ปรึกษา คสช.แน่ๆ และวันรุ่งขึ้นมีหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ก็แก้ข่าวว่า 24 กุมภาพันธ์ ที่ กกต.ชุดใหม่ประกาศว่าเร็วที่สุดจะมีการเลือกตั้ง เป็นแค่ตุ๊กตา มันเลยนำไปสู่การเชื่อมโยงว่าวันที่กำหนดนั้นอาจเป็นการบีบบังคับให้ คสช.ต้องตัดสินใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าคงไม่ใช่ห้วงเวลานั้นแน่ๆ นั้นคือประเด็นหนึ่ง
เติมศักดิ์ - คำว่าห้วงเวลาของอาจารย์นี้ หมายถึงแค่ 24 กุมภาพันธ์ หรือถึงพฤษภาฯ เลยหรือครับ คำว่าห้วงเวลา
วันวิชิต - คำว่าห้วงเวลา เท่ากับบีบบังคับเขาเพราะจริงๆ แล้ว อยู่ที่ คสช.ต่างหาก เพราะถ้าเอากำหนดตามเกณฑ์อย่างนี้ พูดกันแฟร์ๆ ผมให้ผู้ชมทางบ้านคิดถ้าสมมุติคลายล็อกปลอดล็อกจริง พรรคการเมืองระดับกลางระดับเล็ก ไม่สามารถรวบรวมสรรพกำลัง หรือสมาชิก ได้ทันแน่ตามจำนวน ด้วยกรอบของกฎหมายการเลือกตั้งต่างๆ ที่ต้องให้มีกี่ร้อย หรือคน 5,000 คน ในห้วงเวลากี่เดือนๆ ผมว่าทำไม่ทัน ไม่ทันแน่นอนไม่ต้องไปพูดในรายละเอียดปีกย่อย พรรคใหญ่ได้เปรียบ ผมมองดูแล้วหลายคำพูดเริ่มต้องถอดปริศนา เช่นผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ก็พูดว่าประมาณกัรยายนก็ปลดล็อกแน่ คือกันยายนท่านนายกฯจะพูดเรื่องความชัดเจนของตัวเองในทางการเมือง และท่านผู้บัญชาการทหารบกที่กำลังเกษียณนั้นพูดว่ากันยายนน่าจะปลดล็อก แต่หลายคนอย่าลืมไปว่าเป็นเดือนสุดท้ายที่ท่านจะเกษียณอายุ ผมคิดว่าอาจโยนเผือกร้อน หรือภาระให้ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่หรือเป็นผู้ให้คำตอบแทนเพราะว่าในขณะนั้นท่านจะเป็นนายทหารเกษียณคงไม่มีภารกิจหรืออำนาจใดๆที่จะมาตอบ ผมคิดว่าเรื่องของการเล่นคำที่เอาระยะเวลามาเล่นคำให้คนทิ้งช่วงไประยะหนึ่ง พอมาดูระยะเวลามันเหมาะสมไหมที่คนเกษียณมาพูดคำตอบแบบนี้ ดีที่สุดให้คนใหญ่เขาเริ่มมารับงานดีกว่า
เติมศักดิ์ - กันยายนเป็นเดือนที่ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ยืนยันหลายครั้งละว่าชัดเจนแน่ ความชัดเจนในเดือนกันยายน ถ้ามีความชัดเจนจริงจาก พล.อ.ประยุทธ์เรื่องอนาคตทางการเมืองมันจะเป็นตัวแปรของสถานการณ์หลังจากนั้นไหม
วันวิชิต - มีผลอย่างมาก ทำให้พรรคการเมืองหลายๆ พรรคหรือคนที่คิดจะย้ายพรรคตัดสินใจอนาคตของตัวเองได้มากขึ้น เราจะเห็นว่าพรรคเกิดใหม่หลายๆ พรรค แน่นอนว่า มีไม่กี่พรรคหรอกที่ออกมาต่อต้าน นโยบาย คสช. เพราะทุกพรรคพยายามผูกประโยชน์ตัวเองกับยุทธศาสตร์ 20 ปีที่ คสช.เขียนทิ้งไว้ หลายๆ คนที่มาตั้งพรรคก็เอาด้วยกับพล.อ.ประยุทธ์แน่ๆ คือดูแล้วลู่ลมทิศทาง ทางการเมืองหลายคนเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์จะกลับมา และจะกลับมาแบบไหนท่านนายกฯ ก็พูดได้น่าสนใจว่า ก็จะดูตนเองว่าถ้าเข้ามาจะอยู่ในลักษณะอย่างไร พอเขาพูดอย่างนี้ผมถอดปริศนาว่าเขาคงไม่ลงมารับสมัครเลือกตั้งเขตแน่ๆ หรือแม้กระทั่งบัญชีรายชื่อแน่ๆ
เติมศักดิ์ - บัญชีนายกฯ ล่ะ
วันวิชิต - นั่นละ น่าสนใจสุดๆ เพราะมาตามกลไกรัฐธรรมนูญ อยู่ที่ว่าใครจะเป็นผู้เสนอแต่ผู้เสนอวันนั้นต้องดูว่าเสียงโอนถึงไหม ว่าขอให้เกิน 376 จาก 750 ใช่ไหมครับ คือ ส.ส.ถ้า 250 สมมุติตนเองคัดมาอย่างแน่นๆ บวกมาอีก 126 เสียง เป็น 376 สมมติพลังประชารัฐหรือพรรคอะไรก็แล้วแต่ ที่เชื่อว่าอย่างพรรคพลังชน หรือรวมใจไทย พัฒนาชาติไทย ไทยพัฒนา ต่างๆ ขอได้ไหมสำหรับ 126 เสียงขึ้นไป ถ้าวันนั้นเสียงเกิดทำได้ เป็นไปได้พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมา แต่หลายคนเชื่อว่าโดยเฉพาะคุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ก็พูดว่ามันยากมากครับ เพราะว่าท้ายที่สุดว่าจะไปกระบวนการรอบ 2 ส.ส.เขาต้องจบให้ได้ในรอบแรก คือนักการเมืองต้องเล่นแร่แปรธาตุประสานผลประโยชน์ก่อนจะให้คนอื่นมาจัดการทำไมเราไม่มีงานทำมา 5 ปี คุยกันให้เรียบร้อยก่อน สมมุติวันดีคืนดีเราไม่สามารถนักการเมืองอยากให้จบเรื่องราวภายในบ้านเขาเองก่อนหมายถึงสภาผู้แทนราษฎรว่าตัวเองจะฟอร์มว่าให้ใครเป็นนายกฯ ผมเข้าใจว่าทุกพรรคโดยเฉพาะพรรคขนาดกลางลงมาตอนแรกเขาต้องพูดแบบแบ่งรับแบ่งสู้ สามารถทำงานกับใครก็ได้แต่ด้วยมารยาททางการเมืองไทยใครชนะการเลือกตั้งหรือได้คะแนนมากที่สุดแล้วคะแนนมันทิ้งห่างพอสมควร สมควรที่มีความชอบธรรมมันก็ไม่สามารถปฏิเสธฉันทามติประชาชนดูว่าประชาชนต้องการอะไร ซึ่งตรงนี้มันก็นำไปสู่ความชอบธรรมว่าพล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาในรอบที่ 2 ที่ ส.ว.จะมาช่วยมีน้ำหนักเพียงพอหรือไหม ในเวลานั้น
เติมศักดิ์ - คิดว่าอย่างไรก็ตาม ส.ส.ต้องพยายามเดินเกมส์ให้จบภายในรอบแรก
วันวิชิต - ครับผมคิดว่าอย่างนี้มันนานมาแล้วนะ 5 ปี และเราจะเห็นได้ว่าท้ายที่สุดนักการเมืองเขาก็คือเพื่อนฝูงกันไม่เล่นกันหนักๆอย่างเหมือนช่วง 4-5 ปีก่อน หลายคนก็ผ่อนคลายบทบาทตัวเองไปปรับบทบาทพูดคุย อย่างนปช. หันไปคุยกับสามมิตร ส.ส.ในภาคอีสานมีมองลู่ทางละพยายามจะปรับคลาย ปลดล็อกตัวเองปลดแอกตัวเองเพื่อจะนำไปสู่ความสะดวกในการหาเสียงในอนาคตได้ง่ายขึ้น
เติมศักดิ์ - อาจารย์คิดว่าคำตอบของพล.อ.ประยุทธ์ ในเดือนกันยายนถ้ามีจริงตามที่ท่านพูดคำตอบจะผูกมัดตัวเองแค่ไหน เช่นจะบอกเลยไหมว่าลงบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคการเมืองใด หรือจะอ่อนลงไปกว่านั้น
วันวิชิต - ผมคิดว่าท่านจะไม่พูดอะไรหรอก ผมดูสัญญาณจากสามมิตรเริ่มแผ่วลงมา คุณสมศักดิ์พูดว่ามีตัวเลขในมืออย่างน้อย 200 ที่จะทำงานร่วมเป็นตัวเลขต้มกันหรือไหม ก็ไม่รู้ 1 เดือนเศษๆไม่รู้พลังดูดตรงนี้ สามารถมีตัวเลขที่สามารถดลบันดาลถึงวันนั้นจริงๆ หรือไม่ 200 ในมือจริงไม่ ท่านต้องช่างใจพอสมควร และดูความแข็งแกร่งที่ฝ่ายตรงข้ามหรือพรรคกาเรมืองหลายๆพรรค หลายภาคส่วนด้วยที่กลุ่มการเมือง กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองยังเข้ใแข็งอยู่ไม่ ในห้วงเวลานั้น
เติมศักดิ์ - หมายความว่าคำตอบของ พล.อ.ประยุทธ์ ในเดือนกันยายนนี้จะเป็นคำตอบหลวมๆ เช่นจะเป็นนายกฯ ต่อ ในกติกาตามรัฐธรรมนูญ หรือจะเป็นอะไรประมาณนี้ไหม คำตอบจะแข็งแค่ไหน
วันวิชิต - ผมว่าคือมาตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรผมก็มาตามรัฐธรรมนูญแต่แบบไหนก็รู้กัน อาจบอกมาตามรัฐธรรมนูญแน่นอนผมยังเชื่อด้วยวิถีของท่านนายกฯ คงไม่ลงสมัครแบบส.ส.เดินสายหาเสียง อาจจะพูดได้ว่า คสช.ชุดนี้หน้าบาง ใช้รัฐบาลใช้ทีมงานของรัฐบาลไปหาเสียงลงพื้นที่ก็จะหาทีมมาแก้ต่าง ผมคิดว่าไม่สามารถทนแรงเสียดสีแบบนี้ได้ ผมคิดว่าจะมาด้วยแบบกลไกแบบเสนอรายชื่อ แต่จริงๆพรรคพันธมิตรที่ว่าจะจับมือสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เขาอาจชั่งน้ำหนักตัวเองแล้วว่าจะได้กี่ที่นั่ง ถ้ามีตัวเลขที่มองแล้วว่าได้ตัวท็อปสามารถฟอร์มทีมได้ พล.อ.ประยุทธ์อาจมีความมั่นใจขึ้นพูดได้มากกว่าที่เป็นอยู่
เติมศักดิ์ - หมายความว่าท่านอาจใช้ห้วงเวลาที่เหลือตรงนี้ประมาณสักเดือนหนึ่ง ค่อยๆประเมินสถานการณ์ไป วันนี้อาจไม่ฟันธงคำตอบจะไปฟันธงเมื่อประเมินสถานการณ์รอบด้านแล้ว
วันวิชิต - แล้วมันก็ผูกติด ถ้าสมมติพูดอะไรชัดเจน สมมติกุมภาพันธ์เลือกตั้งจริง 24 จริง พรรคกาเรมืองหลายพรรคโวยนะครับ หาเสียงไม่ทัน แล้วคุณเพิ่งมาประกาศแบบนี้ ได้เปรียบเสียเปรียบก็เห็นๆ กันอยู่ อันนี้ต้องเป็นการแบกภาระแรงกดดันโดยใช่เหตุ
เติมศักดิ์ - แต่ถ้าสถานการณ์ ณ วันนี้ เท่าที่เห็นตัวแปร ณ ตอนนี้ อาจารย์คิดว่าเลยพฤษภาฯ ไหม เลือกตั้งครั้งหน้า
วันวิชิต - มันมีปัจจัยหลายอย่างแล้วอย่าลืมว่าท่านนายกฯ ก็เลื่อนการเลือกตั้งไปหลายครั้งก็หน้าแตกหลายหนแล้ว ผมว่าเลื่อนอีกสักครั้ง และเรื่องการเลือกตั้งผมก็ไม่ได้มองว่าจะเป็นประเด็นหลัก นอกจากท่านก็จะเสียคำพูดเรื่องประเด็นตรงนี้ต้องมีมูลเหตุต้องมีน้ำหนักสนับสนุนเพียงพอถามว่าอะไรบ้าง สิ่งหนึ่งที่จะนำไปสู่การที่รัฐบาลคสช.ขยายเวลาอยู่ต่อประเด็นหนึ่งคือการปลดล็อกให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อน เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นมันจะได้รู้ว่าการใช้กฎหมายการเลือกตั้งเอาไปทดลองใช้ว่าคณะกรรมการเลือกตั้งมีการควบคุมกลไกการจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพเพียงใดมีปัญหาร้องเรียนไหมในรูปแบบเพราะว่าท้องถิ่นก็มีสังกัดพรรคการเมืองด้วย เขาจะได้รู้เลยเช็กฐานเสียง ว่าตัวนักการเมืองท้องถิ่นผูดติดกับ ส.ส.เขตเดิมหรือไหม นักกาเรมืองระดับชาติหรือไม่ เขาประเมินสถานการณ์ว่าอ่อ เสียงออกมาเป็นไง ตัวเองจะสามารถประเมินทิศทางลมถูก เพราะเป็นการทดลองเพราะจริงๆ แล้วตามหลักที่ควรเป็นควรให้เลือกท้องถิ่นค่อยๆ ไล่ไปถึงระดับชาติ หลายๆคนพูดว่าทำไมไม่เอาระดับชาติก่อนค่อยเอาท้องถิ่นทีหลังด้วยวัฒนธรรมทางการเมือง ส.ส.จังหวัดก็ชอบไปควบคุมกลไกนักการเมืองท้องถิ่น แทรกแซงผู้มีอิทธิพล ซึ่งอย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรม
เติมศักดิ์ - อาจารย์เชื่อว่า คสช.จะเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อทดสอบตลาดก่อน ทดสอบเรตติ้งก่อน และมันจะทำให้การเลือกตั้ง ส.ส.มันจะถูกเลื่อนออกไป อาจจะเมษายน หรือพฤษภาคม หรือนานกว่านั้น
วันวิชิต - อาจนานกว่านั้นเพราะมันมีกลไกหลายอย่าง ถามว่าวุฒสมาชิก 200 กว่าไม่เห็นต้องสรรหาไม่เห็นมีการพูดถึงกันสักที
เติมศักดิ์ - สักครู่กลับมาถามอาจารย์ โอกาสที่เพื่อไทยจะได้เกิน 250 อย่างที่เฉลิมว่าไว้เมื่อวาน กับการเมืองเรื่องสามก๊ก 2 เรื่องนี้ขอติดไว้ก่อน สักครู่กลับมาครับ อาจารย์พิภพละครับมองภาพรวมของการเมืองไทยที่เขาบอกว่าเลือกตั้งไปวิกฤตก็ไม่จบ เผลอเลือกตั้งครั้งนี้นำไปสู่วิกฤตใหม่ ไม่ว่าจะได้คนในหรือคนนอก
พิภพ - เห็นด้วย วิกฤตไม่จบหรอกครับ เพราะไม่มีการแก้วิกฤตเลยที่ผ่านมา โดยเฉพาะวิกฤตทางเศรษฐกิจไม่มีการแก้ หรือพยายามแก้แต่แก้ไม่ขึ้น 2. ตัวแปรยังอยู่ที่คุณทักษิณอยู่ วิกฤตยังอยู่ที่คุณทักษิณ
เติมศักดิ์ - ยังก้าวไม่ข้ามคุณทักษิณหรือครับ
พิภพ - ใครก้าว
เติมศักดิ์ - คนมักจะพูดแบบนี้ ทำไมประเทศไทยไม่ก้าวข้ามสิ่ง
พิภพ - ผมไม่ชอบคำนี้นะ เพราะคนชอบพูดว่าพวกพันธมิตรก้าวข้ามเรื่องทักษิณวิธีไม่ใช่ๆ ปัญหาอยู่ที่ทักษิณ ไม่ใช่คุณทักษิณ เขาเป็นคนสร้างปัญหา แต่ในอดีตที่ผ่านมา เขาไม่ได้รู้สึกว่าเขาผิด อันนี้สำคัญ เพราะฉะนั้นเขาต้องสู้ เพื่อที่จะให้ฐานะเขากลับคืนมา เหมือนเดิม คุณจะไม่ให้คุณทักษิณสู้เหรอ เงินก็เยอะ ฐานเสียงก็ยังดี ถามหน่อย 2 คดีความก็เยอะ เงินก็จะถูกยึดไปแล้ว แล้วยังจะน้องสาวอีก ถามหน่อยว่าให้คุณทักษิณอยู่เฉยๆเหรอ เขาไม่อยู่เฉย
เติมศักดิ์ - เขาประกาศสงครามยังไม่จบ
พิภพ - ไม่จบ ผมคิดว่ายังไม่จบ เพราะฉะนั้นตัวแปรของคุณทักษิณยังเป็นตัวแปรอยู่ ที่ทำให้ทหารเขากังวล ว่าจังหวะการเปิดเลือกตั้งคือเช็ก ตรวจสอบตัวนี้ว่าเสียงของคุณทักษิณเป็นอย่างไร ใช่ไหม ตรวจสอบตัวนี้ตัวเดียวครับ และกลไกต้องมาดูที่ออกแบบทั้งหมด ไม่ต้องการให้คุณทักษิณสามารถตั้งรัฐบาลได้ แต่ปัญหาอยู่ที่กลไกทั้งมวลทั้งหมด จะทำให้คุณทักษิณได้เสียงมากกว่าพรรคการเมืองอื่นไหม ผมคิดว่ายังจะทำให้ได้เสียงมากกว่าพรรคอื่น แต่กลไกรัฐธรรมนูญอย่างอื่นไปกันไม่ให้คุณทักษิณตั้งรัฐบาลได้ ผมว่าตัวนี้ และวิกฤตมันจะตามมาตรงไหนรู้ไหมครับ สมมุติว่าคุณทักษิณได้คะแนนเสียงมาก แต่อาจจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ คะแนนเสียงตัวนี้สามารถสร้างวิกฤตได้ ไม่ว่าใครมาเป็นนายกฯ
เติมศักดิ์ - หมายถึงคะแนนอันดับหนึ่งของไทย แม้จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตามด้วยกติกาตามรัฐธรรมนูญ แต่คะแนนนี้จะเป็นตัวสร้างวิกฤต
พิภพ - เป็นตัวสร้างความชอบธรรมของเขา ที่เขาจะยกมาต่อสู้ในทางการเมือง
เติมศักดิ์ - และแนวโน้มที่จะเป็นอย่างนั้นด้วย หมายถึงคะแนนของเขา
พิภพ - ถ้าคะแนนของเขายังดีอยู่ ผมดูโพลทุกสำนัก แม้แต่โพลภายใน ผมเอ่ยชื่อไม่ได้ เขาเช็กแล้วคะแนนของคุณทักษิณยังดีอยู่ ใช่ไหมครับ เพราะอะไร เพราะว่านายกประยุทธ์ ไม่สามารถแก้วิกฤตเศรษฐกิจ คือหัวใจสำคัญ คือแก้วิกฤตเศรษฐกิจและปากท้อง และทุกคนหลายคนยังคิดว่าพรรคเพื่อไทยสามารถแก้วิกฤตเศรษฐกิจได้ และคุณทักษิณสามารถที่จะนำพาประเทศไปให้ฟื้นทางเศรษฐกิจได้ และเขายังสร้างว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในทางการเมืองตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้เขาดีใจมากที่จะมีการเลือกตั้ง เขาอาจจะหยุดการต่อสู้ในการใช้ความรุนแรง เท่าที่ผมได้ข่าววงในมา เขาจะหยุดการต่อสู้ที่จะใช้ความรุนแรง แต่เขาจะไม่หยุดความต่อสู้ในการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นช่องทางเดียวเท่านั้นเองที่เขาจะกลับเข้ามาสู่อำนาจได้ ทีนี้ทหารก็กังวล ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ที่ว่าทหารจะเช็กตรวจสอบก่อนว่าให้เลือกตั้งท้องถิ่นก่อนว่าเสียงของคุณทักษิณเป็นอย่างไร เขาจะเช็กตัวนี้ อย่าลืมว่ามีการพิสูจน์มาแล้วถึงจะแปรพรรคกันหลายคนของคุณทักษิณ แต่คนอีสานคนเหนือเขาไม่เอาด้วย คนแปรพรรคนะ พิสูจน์กันมาแล้ว
เติมศักดิ์ - แสดงว่าที่สามมิตรดูดๆ กันมาเสียเปล่าสิครับอาจารย์
พิภพ - อะไรนะ
เติมศักดิ์ - ที่สามมิตรเขาพยายามไปดูดคนนั้นคนนี้เข้ามา เขาอ้างว่าไปดูดพวกดาวฤกษ์มา
พิภพ - ดาวฤกษ์จะเป็นดาวลวก ความนิยมอยู่ที่คุณทักษิณ ใช่ไหมครับ มากกว่า เพราะฉะนั้นคุณทักษิณชี้นก แต่ปัญหาของคุณทักษิณคือจะเอาใครมาเป็นหัวหน้าพรรค อันนี้จะเป็นตัวแปร
เติมศักดิ์ - เดี๋ยวลืมเอาเรื่องนี้เลยแล้วกัน ผมถาม อาจารย์วันวิชิต ต่อ หัวหน้าพรรคคนใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวแปรอย่างไร วันนี้มีคนพูดถึงลูกชายใจแดง มีคนพูดถึงคุณหญิงสุดารัตน์ มีคนพูดถึงคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และว่ากันว่าสุดท้ายจะไปจอดป้ายที่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้นแหล่ะ อาจารย์วันวิชิต
วันวิชิต - ผมคิดว่าหลายคนเริ่มไม่สบายใจสำหรับมวลมิตรแฟนคลับของพรรคเพื่อไทย ยังเป็นคนในว่านเครือตระกูลชินวัตรอีกนะครับ ภาพหนึ่งโอกาสที่เขาจะนำไปสู่การต่อสู้ หมายถึงว่าที่คุณจตุพรพูด ต้องเดินออกจากคุณทักษิณให้ได้นะครับ แต่ว่าการเป็นพรรคหรือสถาบันทางการเมือง พรรคการเมืองน่าจะดำรงอยู่ คือผมว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่เขาปวดหัวมากที่สุด ยังไม่มีการเลือกตั้ง อย่างน้อยพรรคเพื่อไทยน่าจะแฮปปี้ว่ายังไม่มีหัว ยังดีเสียกว่า เพราะอย่างน้อยก๊กก๊วนต่างๆ ยังดำรงอยู่ แต่วันใดวันหนึ่งที่คลายล็อก ปลดการเลือกตั้ง คลายล็อกให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเมื่อไร สิ่งหนึ่งความกดดันเกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทยเอง กำหนดหัวหน้าพรรค และผมคิดว่าถ้าเป็นไปได้ ถ้าเขาโดนยุบพรรค ผมคิดว่าน่าจะดีเสียกว่าเพราะอย่างน้อยแต่ละกลุ่มสามารถออกไปตั้งพรรค กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ และประโยชน์ข้อหนึ่งคืออะไรรู้ไหม อาจจะทำสัตยาบันหลวมๆ สร้างพรรคพันธมิตรขึ้นมาสัก 4-5 พรรค เสียงอาจจะพรรคหนึ่งได้ 40-50 แต่คะแนนที่จะได้มันจะไปเพิ่มคดีบัญชีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์
เติมศักดิ์ - อ่อ แยกกันเดินแต่ว่ารวม
วันวิชิต - มารวมที่นั่งในปาร์ตี้ลิสต์ เพราะว่าด้วยกติกาที่ อ.พิภพ บอกว่าอย่างไรพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลโดยพรรคเดียวไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าซอยออกมามีพรรคพันธมิตร 2 3 4 อย่างนี้ อาจจะเป็นสัญญาใจที่อะไรอย่างนี้ มันได้ จะคุมเป็นสหพรรค อะไรอย่างนี้ มันอาจจะคุมได้ง่ายกว่านะครับ ลดตัวแปรเรื่องค่าใช้จ่ายลงไปเยอะ แต่ถามว่า มันก็เป็นปัญหาอีกว่า การต่อรองเก้าอี้จะปวดหัวอีกว่า อีกใช่ไหมครับ ถ้าสมมุติว่าเขา วันนั้นเร่งจากรัฐบาลจริงๆ แต่ต้องหาว่ามีวันนั้นไหมอีกเรื่องหนึ่ง
เติมศักดิ์ - ถ้าเป็นคุณสมชาย ละครับ
วันวิชิต - ผมคิดว่าไม่น่าจะขายได้ เพราะยังมีประเด็นต่างๆนะครับ จริงๆแล้วคือ ผมไม่อยากจะใช้คำว่าแปดเปื้อนทางการเมือง เพราะว่าช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยผลงานอะไรต่างๆไม่มีเลย และดันมาเกิดช่วงวิกฤตทางการเมือง เพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์นายกฯของไทย 29 คน คนที่มีปัญหาวิกฤติทางการเมืองส่วนมากจะพอยุติบทบาทกันทั้งสิ้น ไม่มีหรอกครับที่จะกลับมาเพื่อล้างมือ กลับมาเป็นฮีโร่อีกครั้ง น้อยมาก
เติมศักดิ์ - หรือเขาไม่ได้กลัวเรื่องการขาย เพราะว่าอย่างไร เขาก็ขายทักษิณ แต่ว่าสมชายอาจจะเป็นแค่ แม่บ้านที่ลงตัวที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้
วันวิชิต - ผมว่าเป็นเป้าหลอก เพราะผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ หากติดตามเครือข่ายหรือการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่สื่อพันธมิตรของเขา เขาพยายามขยายชูเด็กรุ่นใหม่ในพรรคเพื่อไทย หลายๆคน เห็นว่า Generation คนที่จะมาปกครองหรืออย่างไร ต้องมีรับมุกแนวคิดอะไรกับคนรุ่นใหม่ที่เขาเตรียมมาลงมาเลือกตั้งด้วย คงจะไม่ใช่คนรุ่นเก่า
เติมศักดิ์ - ตกลงอาจารย์เชื่อว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เป็น Generation ใหม่นะ
วันวิชิต - ผมคิดว่าไม่ใช่คนในตระกูลชินวัตร
เติมศักดิ์ - สมชาย วงศ์สวัสดิ์ แค่เป้าหลอกนะ
วันวิชิต - ผมคิดว่าเรียกว่าเป้าหลอก เพราะไหนๆก็ถูกด่าฟรีมาตลอดอยู่แล้ว ทนอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป
เติมศักดิ์ - นะครับ อ.พิภพ มองต่างไหมครับเรื่องนี้ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
พิภพ - ถ้าพรรคเพื่อไทยถูกยุบ พรรคอนาคตใหม่จะขึ้นนะ ถ้าพรรคเพื่อไทยถูกยุบ และผมคิดว่า
วันวิชิต - ฝากเลี้ยง
พิภพ - อันที่สองผมคิดว่ายุทธศาสตร์ของทักษิณ ไม่ใช่ยุทธศาสตร์หลังการเลือกตั้งคราวนี้ แต่เป็นยุทธศาสตร์อีกการเลือกตั้งหนึ่ง การเลือกตั้งคราวนี้ ถึงอย่างไรทหารก็เป็น เลือกตั้งคราวนี้ ทหารต้องเป็นนายกฯ ทหารยอมไม่ได้ที่จะให้คนอื่นเป็น แต่จะเป็นประยุทธ์หรือเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ และถ้าผมเป็นทักษิณนะ ผมอยากให้ทหารเป็น เมื่อตะกี้ผมพูดไปแล้วใช่ไหมครับ ถ้าคะแนนเสียงได้มามาก เพราะทหารเป็น และทหารเกิดทำไม่ดี ล้มกลางกระดาน ประโยชน์จะได้ที่ใคร ก็ได้ที่พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยจะมารอบที่ 2
เติมศักดิ์ - รอจังหวะ 2 เหรอครับ
พิภพ - ใช่ รอจังหวะ 2 ผมคิดว่าคุณทักษิณฉลาดพอ ว่าจังหวะแรกให้เขาเป็น รอได้มาเป็น 10 ปี นี่ทางการเมืองนะ ให้เขาเป็น
เติมศักดิ์ - เพราะฉะนั้น ฉากสมมุติตอนนี้จะได้พรรคเพื่อไทยอย่างไรก็มาที่ 1 แน่ จะ 250 หรือเกิน 250 เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคเพื่อไทยประเมินเองแล้วว่าให้พรรคทหารเป็นไปก่อน
พิภพ - พรรคเพื่อไทยจะไม่ตั้งรัฐบาล
เติมศักดิ์ - รอให้เจ๊งไปก่อน
พิภพ - เชื่อเถอะ
เติมศักดิ์ - ต่อให้ได้ที่ 1 อันดับ 1 นะ
พิภพ - คืออันดับไม่พอตั้งอยู่แล้ว ในทางสูตรนี่นะครับ
เติมศักดิ์ - จะไม่ดิ้นรน
พิภพ - ต่อรองทางการเมือง เราให้รัฐบาลเป็นทหาร เราต่อรองกัน คือการเมืองเป็นเรื่องการต่อรองประโยชน์นะครับ ใช่ไหม ต่อรองกัน ทีนี้ผมมองว่าถ้าทักษิณใจเย็นอีกสักนิด แต่จุดอ่อนของทักษิณ เป็นคนใจร้อน และรอไม่ได้ และ 2. มีตัวแปรเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ทักษิณรู้ว่าตัวแปรตัวนั้นคืออะไร เขาต้องจะระมัดระวังตัวแปรตัวนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเขาใจเย็นอีกสักนิดหนึ่ง คือปล่อยให้ทหารเป็นรัฐบาล ถ้าความเห็นของผมนะ ถ้าเป็นคนกำหนดยุทธศาสตร์นะ ถ้าหากเป็นรัฐบาล แต่เขามีเสียงอยู่ในมือ เขาอาจขอเป็นรัฐมนตรีบางกระทรวง ที่ทำให้เขากลับมา ที่นี้โอกาสที่จะแก้รัฐธรรมนูญมีไหม เขาบอกว่ายากใช่ไหม ยาก แต่หากจะแก้รัฐธรรมนูญได้ ที่ผมพูดตอนต้น ถ้าทักษิณมีคะแนนเสียงมาก ไม่ใช่ว่าจะตั้งรัฐบาลได้นะ หรือพอตั้งรัฐบาลเขาจะมีความชอบธรรมในการเขย่าการเมืองไทย
เติมศักดิ์ - ทฤษฎีของ อ.พิภพ อ.วันวิชิต มองอย่างไรครับ
วันวิชิต - ถ้าสนใจนะครับ
เติมศักดิ์ - แม้ได้ที่ 1 แต่จะไม่ดิ้นรนตั้งรัฐบาล เพราะอย่างไรก็ตั้งไม่ได้ ก็ให้ทหารเป็นเจ๊งคามือไป แต่ว่าให้ทหารเป็นภายใต้ความต่อรอง ใช่ไหมครับอาจารย์ครับ ภายใต้การต่อรองเพื่อจะกลับมาอีกรอบหนึ่ง
วันวิชิต - ผมคิดว่าทหารไม่ต่อรอง ผมสนใจแนวคิดเรื่องความอดทนและการรอคอย หรือว่าความชอบธรรมคุณทักษิณจะกลับมามันเพียงพอได้ คนจะโหยหาว่า ถ้ารัฐบาลทหารล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ผมเชื่อว่า ผมไม่อยากใช้คำว่าดันทุรัง ผมอยากให้คิดว่า รัฐบาลทหารสมมุติคราวหน้า ผมเห็นพลเอกประยุทธ์กลับมาได้จริงๆ เมื่อยุทธศาสตร์สานต่อไว้แล้ว ยุทธศาสตร์ 20 ปีผมว่าต้องดึงดัน ผลักดันต่อไปได้ โครงการเมกะโปรเจคต่างๆ ให้มันออกดอกงอกผลนะครับ เพราะฉะนั้น สมมุติว่าปี 63 64 อะไรเกิดขึ้นระบบสาธารณูปโภค ระบบคมนาคมต่างๆ มันเริ่มเห็นดอกเห็นผลแล้ว จะเป็นผลงานมันเกิดขึ้นใน คสช.มาเป็นรัฐบาลมาก่อน จู่ๆจะดิวให้นักการเมือง สู้ใช้พลังไฮพาวเวอร์ดูดเอาคนที่เคยเป็น เคยอยู่ในพวกคุณ มาอยู่กับผมไม่ดีกว่าเหรอนะครับ อาจจะมองแบบนี้ เป็นประเด็น และที่สำคัญ ผมคิดว่าการที่เอาสามมิตรใช้ยุทธศาสตร์ในการเดินเกม ผมสังเกตเข้าไปดูคลิปหลายครั้ง ของสามมิตรเวลาไปพื้นที่ภาคอีสาน สามมิตรใช้แท็กติก เอานโยบายของ คสช.ที่ทำ รัฐบาลของ คสช. 4- 5 ปี ว่าทำอะไรบ้าง เป็นโทรโข่ง ป่าวประกาศว่าผลงานไปในตัว เพราะว่าด้วยลักษณะ หรือการพูดการจา การโฆษณาให้ คสช.สู้นักการเมืองไม่ได้อยู่แล้ว นั่นคือวิถีที่ทีมสามมิตรประเมินแล้วว่าเป็นช่องทางที่ตัวเองจะสามารถหนีบแนบแพ็กเกจตัวเองว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร และบอกว่าผลงานต่างๆที่รัฐบาล คสช.ทำคืออะไร ภารกิจที่ 2 คือสมมุติว่าสามมิตรต้องการมาในลักษณะสลายสี สลายขั้ว เริ่มจากภาคอีสาน หรือภาคอะไรก่อนก็แล้วแต่ กลุ่มการเมืองต่างๆ โอเคแหล่ะ กลุ่มเสื้อแดง นปช. หากบางกลุ่มที่เข้าไปร่วมกับสามมิตรอาจจะยาก ในการหาเสียงในการเลือกตั้งลงสมัครนะครับ แต่แน่นอนครับว่าภาพที่จะได้ว่าทุกคนที่เข้ามาอยู่กับสามมิตรหรือวงเล็บพลังประชารัฐหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ปรารถนาให้การเมือง บ้านเมืองเรากลับมาไปสู่ความขัดแย้งกับเสื้อสีอีก เขาอยู่ในบทฐานะของฮีโร่ที่จะเข้ามาสลายขั้วหรือความรู้สึก ความแตกต่างทางการเมืองได้สำเร็จหรือไม่สำเร็จเป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่ผมว่าเจตนาเนี่ย ผมคิดว่าภาพตรงนี้มันจะดำเนินการต่อไป
เติมศักดิ์ - ขอต่อยอดคำพูดเรื่องสลายสี สลายขั้ว อาจารย์ พิภพ มองยังไง มีหลายคนชูประเด็นนี้ พยายามชูจุดนี้
พิภพ - ไม่ๆอ่ะ สลายสี สลายขั้ว สำหรับผมเนี่ยนะเป็นภาพรวม มวลชนไม่สลายหรอก มวลชนไม่สลาย แต่หัวกระบวนอาจจะสลาย แต่มวลชนไม่สลาย ที่นี้ผมสนใจของอาจารย์ เมกกะ โปรเจคเนี่ย ฝ่ายทหารเนี่ย หวังว่าเมกกะ โปรเจคเนี่ยเป็นตัวฟื้นเศรษฐกิจ อันนี้ทักษิณ ก็อาจจะกลัวอยู่บ้าง ถ้ามันฟื้นเศรษฐกิจจริงเนี่ย โอการศที่ทักษิณจะกลับมา ก็จะยากขึ้น เพราะเมืองไทยยังไงก็ตัดสินด้วยเศรษฐกิจ 2 ตัดสินด้วยการคอร์รัปชัน ทหารสามารถลดบรรเทา เรื่องทุจริตคอร์รัปชันได้หรือไม่ มาดูตัวเลขปัจจุบัน ตัวเลขปัจจุบัน ทหารมีอำนาจมาก มากที่สุด แต่ว่าเป็นรัฐบาลใหม่เนี่ย อำนาจจะมีไม่มากเท่าเป็นรัฐบาลขณะนี้ จะมีอำนาจในสภาว่าแล้วมีอำนาจมาก ประเด็นก็คือว่าอำนาจจะถูกลดลงไป การเคลื่อนไหว ของนักการเมืองจะแรงขึ้น การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนแรงขึ้น ทหารถ้ามาเป็นรัฐบาลเนี่ยจะดูแลการเคลื่อนไหวนี้อย่างไร อันนี้ที่ 2 ถ้าดูตัวเลขกันจริงๆ เนี่ย ในช่วงรัฐบาลทหาร มีอำนาจอยู่ 5 ปี คนรวยที่สุด 10 ตระกูลเนี่ย รวย 10 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าจีดีพีเนี่ยเพราะฉะนั้นช่องว่างระหว่างความรวยกับความจนเนี่ย มันจะห่างมากขึ้น ปัญหาที่มันห่างมากขึ้น มันจะตีกลับ ไปหาใครที่มากขึ้น ประชาชนยากแค้นมากขึ้น เอาละเมกกะ โปรเจคทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่มันจะไปถึงข้างล่างไหม ซึ่งตอนนี้มีตัวเลขมาประมาณ 15 ล้านคน ที่เป็นคนจน ที่ดูจากบัตรคนจน ยังไม่รวมคนชนชั้นกลาง ระดับล่าง ซึ่งต้องส่งผ่อนบ้านประมาณ 15 ปี หรือ 30 ปี ส่งผ่อนรถยนต์ตอนนี้ประมาณ ตอนนี้ขึ้นมาถึง 7 ปีแล้วนะ รถยนต์เนี่ยใช่ไหม ให้สูงสุด ดอกเบี้ยกินท่วมหัวเลย จะอยู่กันยังไง นี่คือคำถามต่อไปว่า เมกกะ โปรเจค จะช่วยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แล้วการฟื้นฟูจากเศรษฐกิจ จะส่งผลไปยังชนชั้นกลางระดับล่างและคนยากจนไหม อันที่ 3 ที่จะถามต่อไปว่า เศรษฐกิจที่ฟื้นขึ้นเนี่ยสร้างชนชั้นกลางใหม่ไหม แล้วที่จะถามต่อไป ชนชั้นกลาง คิดอะไรตอนนี้พรรคอนาคตใหม่ กำลังจะบอกกับชนชั้นกลางใหม่ ว่าคิดแบบนี้สิ
เติมศักดิ์ - เหมือนเขากำลังเป็นคำตอบของชนชั้นกลางใหม่
พิภพ - ชนชั้นกลางใหม่ บอกคิดแบบนี้สิ
เติมศักดิ์ - ซึ่งชนชั้นกลางใหม่ เป็นตัวแปรคะแนนเสียงใช่ไหมอาจารย์
พิภพ - ใช่ๆ แล้วอย่าลืมมีตัวเลขตัวหนึ่ง ที่คนไม่สนใจ 30 เปอร์เซ็นต์ของคนไทย ปรากฏว่าเป็นแอนดี คือกระบวนการเรียนรู้ช้า แล้วก็เป็นตัวเลขออกมา คืออ่านหนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ที่จบ ป.6 คนพวกนี้จะกลายเป็นคนชนชั้นแรงงาน และเป็นชนชั้นที่เรียกว่าไร้ประโยชน์ทางการเมือง แต่ถูกชักจุง เพื่อประโยชน์ทางการเมืองนี่ผมห่วงตัวแปรตัวนี้ ตัวแปรชนชั้นกลางใหม่ใช่ไหมที่เกิดขึ้น กับตัวแปนโคลนซิ่ง จะกลายเป็นผู้ไร้ประโยชน์ทางการเมืองแต่ถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ตัวเลขนี้ เป็นตัวเลขริงนะ 30 เปอร์เซ็นต์แล้วผมอยู่กับเด็ก ผมเห็นเลยว่าอาการที่เป็นโรคแอนดี เป็นอาการที่เรียนรู้ช้าเนี่ย มันเพิ่มขึ้นๆ แล้วคนพวกนี้มีสิทธิ์ มีเสียงในการลงคะแนนเสียง เลือกตั้ง แต่รัฐไม่สนใจแต่พรรคการเมืองสนใจเพราะฉะนันจึงถูกชักจุงไปในลงคะแนนเสียงทางการเมืองง่าย เพราะฉะนั้น ตัวแปรซึ่งมันจะเกิดขึ้น ในโลกอนาคตแต่ไม่ถึงอนาคตมาก แต่ในการเลือกตั้งใหม่
เติมศักดิ์ - กำลังก่อตัวอย่างเงียบๆ บางคนใช้คำว่าอาจจะสร้างสึนามิทางการเมือง
พิภพ - แล้วสื่อสมัยใหม่ ที่เรียกว่าโซเชียลมีเดีย ตอนนี้ยังไม่มีใครวิเคราะห์ได้ว่ามันจะเป็นตัวแปรอะไร แล้วยิ่งพอเปิดเสรีภาพขึ้นมันก็จะยิ่งพูดเรื่องพวกนี้ แลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกันมากขึ้น ผมยังไม่รู้ว่าความคิดของสังคมไทยเนี่ยจะเปลี่ยนไปยังไง ตอนนี้ก็มีหนังสืออะไรออกมาระดับโลกด้วยนะ ไม่ใช่เฉพาะสังคมไทย มันจะเปลี่ยนไปเยอะเลย เพราะฉะนั้นเราพูด เมื่อคืนนี้ผมอึดอัดมากในวงสนทนากัน เราพูดแต่เรื่องการเมืองเก่าๆ ทั้งนั้นเลย เราไม่ได้พูดการเมืองในอนาคตเลย เพราะตัวเลขมันไม่มี เพราะไม่มีความคิด ว่าคนไทยคิดอะไร
เติมศักดิ์ - ขอต่อประเด็น จากอาจารย์พิภพหน่อย เรื่องตัวแปร เรื่องคนรุ่นใหม่ พวกที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก จะทำให้เกิดสึนามิทางการเมืองอะไรบ้างอย่าง ในครั้งนี้
วันวิชิต - ผมคิดว่านิวส์ วอเตอร์จะมาใช้สิทะธิ์เยอะเพราะ เราห่างเหินจากการเลือกตั้งปี 54 เนี่ย ถ้าปี 62 ปี มันเกือบ 8 ปีอ่ะมันคือเจนเนอร์เรชั่น เด็ก10 ไปเด็ก 18 เนี่ย เขาได้เห็นการเมือง เห็นเหตการณ์ต่างๆ เห็นอะไรจากข้อมูลที่อาจารย์พิภพท่านบอกไว้ว่า เป็นเรื่องของระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ค มันจัสติส ฟอร์ ออล มันตัดสินความยุติธรรมไว้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวนี้ใครทำผิด หรือทำอะไรต้องขอโทษสังคม ผิดถูกแทนที่ต้องขอโทษคู่กรณีหรือไม ต้องขอโทษสังคมก่อนซึ่งผมก็งงดี ไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือด้วยโรคซึมเศร้าเป็นคำแก้ตัวยอดฮิต สิ่งที่อาจารย์พิภพพูดว่า 30 เปอร์เซ็นต์คนไทยที่เป็นแอนดี ผมเห็นมาสักพักนึงแล้ว คนที่หางานทำไม่ได้ด้วยผลการเรียนรู้ ทักษะการเรียนรู้ต่างๆนช่วงที่เรียนหนังสือเนี่ย อาจจะไม่ได้เกณฑ์นี้ไปทำงาน ในลักษณะที่ว่างานเป็นสีเทาๆ มากขึ้นหรือว่างาน สุจริตก็เป็นงานหาบแร่ เปิดท้ายขายของอะไรแบบนี้ ผมด้วยความเคารพ บางคนก็ไม่ได้มี จะเป็นลักษณะที่เราเห็นสังเกตสิ่งหนึ่งที่เศรษฐกิจไม่ดี เพราะคสช. มาปรับ พวกธุรกิจสีเทาพวกนี้เยอะ ให้อยู่ในระเบียบ ในกติกานะ พวกวินต่างๆ วินรถตู้ วิมอเตอร์ไซค์เนี่ย เงินตัวเลขเงินสะพัดตรงนี้มันไม่คลื่อน คนเที่ยวกลางคืนลดน้อยลง เพราะว่าคสช. มาจัดระเบียบตรงนี้ อันน้เราต้องยอมรับ ความจริงบางอย่าง ที่เขาเจตนาทำดีแต่จริงๆ เราคุ้นเคยต่อการใช้เงิน ในวงจรแบบนี้มายาวนาน แล้วก็คนที่เขามาวงจรเนี่ย คือคนที่ไม่ได้เข้าสู่กลไกอย่างตรงไปตรงมาแบบระบบสังคมอาจจะผ่านการสอบแข่งขันไม่ได้ หรืออะไรมันมีโอกาศที่เราจะสร้างโอกาศหาเม็ดเงิน สร้างอาชีพเราก็มาทำะธุรกิจแบบนี้ มาหาบแร่เปิดในพื้นที่ ที่เขาห้ามขาย ซึ่งบางทีก็ไม่รู้กฏหมายอะไรแบบเนี่ย ตรงนี้ก็กลายเป็นเครื่องมือที่ว่า ต่อไปถ้าสมมุติเลือกพรรคเรานะนักการเมืองก็เห็นช่องทาง เลือกพรรคเราก็จะเห็นการจัดระเบียบพื้นนี่โซนนิ่ง จะทำยังไงให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยว เราไม่ได้มองว่า ที่คุณทำอยู่ มันได้ขัดกติกาการจัดระเบียบบ้านเมืองอย่าไง เพราะสังคมเป็นอย่างนี้ซะเยอะ เอาความสะดวกสบายเข้าว่า แล้วก็ระดับหรืออุณหภูมิต่อมสำนึกทางการเมืองหรือต่อมสำนึกทางจริยธรรมในสังคมลดลงไปเยอะ อันนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เป็นสิ่งที่ง่ายมากที่ คนรุ่นใหม่ ผมด้วยความเคารพน้องๆหรือคนรุ่นใหม่ เขาอาจมีความเชื่อหรือมีไอดอลหรือมีคนในดวงใจที่ตัวเองตัดสินใจแล้วเนี่ย แต่ก็ไม่ได้ศึกษาถึงรากแท้ จริๆความขัดแย้ง ทางการเมืองหรืออาจประทับใจวลีหรือคำพูดสวยๆ ที่เชื่อว่าจะเปลี่ยนแปรงทางการเมืองได้เนี่ย แต่มันไม่ง่าย
เติมศักดิ์ - คือถ้าว่า สังเกตในโซเชียลมีเดียแล้ว โซเชียลมีเดียจะเป็นภาพลวกตาหรือไม่ก็แล้วแต่แต่ว่าเท่าที่สังเกตก็คือว่า ผิวนอก เปลือกนอกที่เห็น เขามีขวัญใจอยู่คนหนึ่ง พรรคใหม่ที่ว่าเนี่ย กลายเป็นขวัญใจของเขาไปแล้วมันจะกลายเป็นโหวตเตอร์ ที่เป็นตัวแปรสำคัญ
วันวิชิต - แต่อย่าลืมนะครับ คุณเหล่านี้เราคือถ้าไม่ตามบรรลุหรือตามขับเคลื่อนเหมือนที่โฆษณาไว้จริงเนี่ย อารมณ์ผิดหวังมันก็จะเกิดขึ้นรุนแรง แล้วคราวนี้มันก็จะได้ประโยชน์อย่างหนึ่ง คือเด็กเราได้เรียนรู้วุฒิภาวะทางการเมืองตัวเองมากขึ้น ผมไม่เชื่อว่าเด็กเหล่านี้ จะกลายเป็นแบรนด์ รอยัลตี้ ของพรรคการเมืองใดตลอดกาลซึ่งพวกนี้ต้องไม่ลืม พรรคการเมืองไทยบ้านเรามันผูกติดกับเจ้าของพรรค จะมีสถาบันทางการเมืองหรือสืบทอดมา มันน้อยหรือมีมาเนี่ย มันก็คือค่อยๆย่อยสลายร่างกายของพรรคจากที่เคยใหญ่ ก็เล็กลงจากอดีตเนี่ย พรรคใหญ่ๆ อย่างพรรคชาติไทย มันก็มีตัวอย่างอยู่แล้ว ผมคิดว่าท้ายสุดนี้ คนจากมีส่วนร่วมในการเมืองจะมีการเปลี่ยนพื้นที่ข่าว ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คมากขึ้น ค่อยพิพากษาในพื้นที่ โลกไซเบอร์มากขึ้น ตรงนี้น่ากลัวกว่าเพราะว่ารัฐจะควบคุมยังไม่ได้ประสิทธิภาพ
เติมศักดิ์ - ที่สุดนี้ มีคนพูดว่า โอเคทางสองแพร่ง ถ้าได้นายกแบบที่สืบทอดอำนาจ ก็จะจบแบบพฤษา 35 แต่ถ้าได้นายกฯ ในระบบก็อยู่ได้ไม่นาน เป็นการอยู่เพื่อรอให้มีนายกคนนอกอีกครั้งหนึ่ง มองยังไงกับทาง 2 แพร่งอันนี้ครับ คนนอกคนในก็มีปัญหาทั้งนั้น
พิภพ - คือปัญหาเนี่ยมันมีได้ เพราะเราไม่ได้แก้วิกฤตอะไรเลย แล้วมันสะสมกันมานานมาก บางคนไปเชื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะ แต่ผมดูรัฐธรรมนูญ 50 เนี่ย เลือกตั้งมาจากรัฐธรรมนูญ 50 เนี่ยแล้วก็เกิดวิกฤต ใช่ไหมแต่พอรัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย มาจัดกติกาเรียกว่าบล็อคกันอย่างเต็มที่ บล็อคใคร บล็อคไม่ ให้ทักษิณกลับมาใช่หรือเปล่า บล็อคไม่ให้นักการเมืองเก่ากลับมาใช่หรือเปล่า เอาจริงๆ ผมกลับมาตรงนี้ดีกว่า อาจารย์เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สมมุติผมเเบ่งคนเป็น 30 30 30 นักศึกษาที่ยอมมหาลัยปริญญาตรีเนี่ย ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ไหม
วันวิชิต - หมายถึงทั้งหมด
พิภพ - แล้ว 30 ตรงกลางนี้ ใคร แต่ 30 ข้างล่างเนี่ย ผมเห็นแล้วว่า เป็นที่เมื่อกี้อาจารย์ใช้คำว่า เรียนไม่สำเร็จ เรียนไม่ได้ ที่ผมใช้เอง เป็นแอนดี เป็นอะไรก็แล้วแต่นะ ถ้าจบป. 6 แล้วอานหนังสือไม่ออกเนี่ยพวกนี้ต้องการระบบที่ไม่ต้องการมีกฎเกณฑ์อะไรเลยมากมาย แล้วพอที่อาจารย์พูดเมื่อกี้ ทหารไปบล็อคการทำมาค้าขายแบบที่ต้องใช้กฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์นั้นมันเหมาสำหรับคนที่มีสตางค์ แต่คุณไม่มีสตางค์คนนี้จะยังไงแล้วก้ไม่สามารถคิดธุรกิจอะไรที่สามารถจะสร้างงาน ของตัวเองได้ คนพวกนี้ที่ผมใช้คำเมื่อกี้จะกลายเป็นคนที่ถูกใช้ทางการเมือง
วันวิชิต - แล้วเป็นคนที่ใช้สิทธิ์มากกว่ากลุ่มอื่น
พิภพ - แต่ที่ผมมอง มองไม่ออก ตรง 30 เปอร์เซ็นต์ตรงกลางเนี่ย แต่ 30 ข้างบนเนี่ยนะก็คือพวกที่จบ อาจารย์บอกไม่ถึงซะด้วย แต่อะไรคุณภาพของคน นี่เราพูดถึงคุณภาพของคน ที่จะไปลงคะแนนเสียงทางการเมือง แล้วทีนี้พอไปถามเรื่องนายกคนต่อไปเนี่ยนะ ก็เมืองฐานทางสังคมมัน เป็นแบบนี้จะทำยังไง
วันวิชิต - ก็ต้องเรียนรู้กันไป ต้องตอบแบบวลี แบบสวยๆ
พิภพ - เราก็จะใช้คำตอบแบบนี้ว่า ให้วิกฤติสร้างกระบวนการเรียนรู้ ใช่ไหมครับ อันนี้ก็กลายเป็นในหลักระดับสากลก็เป็นวิกฤติทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแม้แต่ไข้หวัดใหญ่ สเปนตายไปกว่า 40-50 นะเกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะฉะนั้นปัญหาที่เขากังวลกันมาก วิกฤติในเมืองไทยมันจะเท่ากับสมัยกรุงศรีอยุธยาแตก แรงที่สุด กระทบแรงที่สุด แล้วก่อให้เกิดรัตนโกสินทร์ ทีนี้คนก็กลัวกัน ผมก็มาวิเคราะห์ดูว่า กลุ่มทุนจะยอมไหมให้เกิดวิกฤตแบบกรุงศรีอยุธยา ผมว่ากลุ่มทุนไม่ยอม สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่มีกลุ่มทุนที่เป็นดุลอำนาจ ทหารต่างชาติก็ไม่มี จะมีก็ไม่มีความหมายเป็นเรื่องของขุนนางกับกษัตริย์เท่านั้นที่บริหารจัดการแล้วแพ้พม่า แต่ตอนนี้วิกฤตใหญ่ที่จะเกิดแบบนั้นผมคิดว่าเกิดยากสำหรับผม ทุนไม่ยอม ทุนมันหญ่มากนะตอนนี้ มันยอมให้เกิดวิกฤติแบบกรุงศรีอยุธยาไหม มันจะกระทบทุนมโหฬาร เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าตั้งแต่รัตนโกสินทร์มา การเกิดวิกฤตต่างๆมันขีดวงจำกัดไว้ไม่ให้มีวิกฤตใหญ่ แม้แต่เหตุการณ์เมษาที่สี่แยกคอกวัวมาจนถึงเวิลด์เทรดก็ขีดวงจำกัดแค่นั้น
เติมศักดิ์ - ก็หมายความว่าวิกฤติที่รออยู่ข้างหน้า เป็นวิกฤตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บางคนอาจจะใช้คำว่าเป็นปีศาจที่จำเป็นเลยก็ได้
พิภพ - ผมต่อนิด และจะไม่ใหญ่พอที่จะทำให้เกิดการเแลี่ยนแปลง
เติมศักดิ์ - คือกำลังจะถอดจากที่อาจารย์บอกว่า มันเป็นวิกฤติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หลายคนบอกว่ามันเป็นวิกฤติที่เมื่อเกิดแล้วมันจะนำไปสู่การคลี่คลายหรือเปล่า หรือเป็นวิกฤติที่จะตามด้วยวิกฤติที่จะใหญ่กว่านั้นอีก คิดยังไงอาจารย์
วันวิชิต - คือผมคิดว่าวิกฤติเนี่ยถ้าให้สุดมันต้องดีขึ้นทุกที่ในโลก พอแผลเราเลือดไหล เรารีบเช็ดทันที เราไม่ได้ดูหรอกแผลเรายาวกี่เซนต์ อันนี้คือบทเรียนของเรา แต่เราดูประเทศเพื่อนบ้านของเรา ผมไม่คิดว่าคนมาเลเซียทำไมอดทนได้เป็นทศวรรษหลังจาก ด็อกเตอร์ มหาเท ลงจากอำนาจ รัฐบาลมาเลเซียเห็นนายกฯ 2 คน มีปัญหาเรื่องความชอบธรรม เรื่องธรรมาภิบาล คนทนมา 10 กว่าปีได้อย่างไร แล้วท้ายสุดมันหนองแตก มันก็เห็นคนทุกกลุ่ม คนมาเลฯ เชื่อสายจีน คนมาเลฯ ที่เป็นภูมิปุตราจริงๆ จับมือกัน เลือกตั้งสั่งสอนไม่เอา อัมโน ขึ้นมา เพราะเห็นวิกฤติแล้วมันไปต่อไม่ได้ สิ่งที่เขาคิดหรือมันเกิดความผิดหวังว่า รัฐบาล อัมโน ในอดีตไม่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง แล้วคนที่เป็นภูมิบุตร คนที่เป็นมาเลย์ฯ โดยมาตุภูมิแท้ๆ ก็รับไม่ได้กับการทุจริต คอร์รัปชัน เห็นไหมว่าอย่างน้อยบ้านเมืองเขาสมานฉันท์เพราะมันถึงวิกฤติอย่างที่สุดแล้ว หรือแม้กระทั้งอาร์เจนติน่า วิกฤตเศรษฐกิจที่ล่มสลาย มันนำไปสู่อย่างน้อยกองทัพไม่กล้ามายุ่งทางการเมืองอีกต่อไป แล้วก็ได้รัฐบาลที่ธรรมาภิบาลถูกตรวจสอบมากขึ้น มันก็ยังมีคุณภาพ ยกระดับไปเรื่อย
เติมศักดิ์ - ก็คือตอนนี้เหมือน เป็นอย่างนี้ไหมครับ อย่างที่อาจารย์ว่า เหมือนกับตอนนี้ทุกก๊กในสมการการเมืองไทยก็จะรอดูว่าวิกฤตที่จะมีแน่ๆ มันจะระดับไหนแล้วเราจะวางท่าทีต่อวิกฤตินั้นอย่างไร แต่มีแน่
วันวิชิต - หลายคนยังยุให้รู้สึกว่าต้องรบกัน รบราฆ่าฟันกันด้วยซ้ำ ผมเคยได้ยินคำพูดพวกนี้ แต่ผมก็เชื่อว่าท้ายจริงๆคนไทยค่อนข้างประณีประนอมกันพอสมควร อาจจะมีบทเรียนในอดีต แล้วผมคิดว่าเขาถอดสมการต่างๆ ท้ายสุดเราพยายามหลีกเลี่ยงหรือแสดงอาการรังเกียจว่าตัวปัจจัยหรือตัวละครที่สำคัญที่สุดเราพยายามไม่ให้เขามาพูดด้วย แต่เราต้องดึงเขามาพูดนะคือ กองทัพ พฤษภาทมิฬ เราก็มองว่ากองทัพคือปัญหา 49 ทหารกลับเข้ามาเหมือนลักษณะเข้ามาแก้ไข กู้วิกฤติทางการเมืองแบบหนึ่ง หรือ 57 อะไรก็แล้วแต่ แต่หลายคนเขามาองว่ากลุ่มที่ปฎิเสธกองทัพ มองเขาคือปัญหา แล้วทำไมเราไม่มองว่าจัดวางระเบียบหรือแถวให้กองทัพยืนอยู่ตรงไหนในวงจรวัฏจักรการเมืองไทย เรามองว่าเป็นการต่อสู้ของกลุ่มทุน กลุ่มการเมือง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่จริงๆ เราก็มองว่าหลายคนว่าเอากองทัพไว้ท้ายสุดสำหรับรอปาฏิหาริย์หรือการแก้ไข ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ กองทัพจริงๆ ผมเชื่อว่าเขาก็ไม่อยากมาทำตัวในลักษณะอย่างนี้ ผมก็อยากให้เขาเห็นว่า เขาอยากเป็นทหารอาชีพ ไม่เข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมือง แต่สถานการณ์บีบให้เขาไปยืนอยู่เป็นผู้เล่นแบบนั้น
พิภพ - อันนี้ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดมาก แทนที่จะกันกองทัพออกไปแบบที่ความคิดที่เป็นมาตลอด กันไม่สำเร็จ ผมคิดว่าการเมืองใหม่ที่จะทำต่อไปจะต้องจอยผลประโยชน์ให้หมด กองทัพก็จะต้องมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ทางการเมือง นี้วิธีคิดของผมนะ
เติมศักดิ์ - แต่ว่าไม่ใช่แค่ให้ ผบ. เหล่าทัพมาอยู่ในรายชื่อ 250 สว. นะอาจารย์
พิภพ - ไม่ๆ อันนี้ซับซ้อนกว่า ต้องมาคิดกัน ไม่ใช่คิดแบบรัฐธรรมนูญฉบับ 60 ง่ายๆ แบบนั้นแต่ก็ควรจะต้องเป็นโจทย์ใหม่ว่า เราถามจริงๆ เรากันกองทัพออกได้ไหมจากการเมืองไทย ถามกันอย่างเปิดอก กองทัพเป็นองค์กรที่เข้มแข็งที่สุด มีระเบียบวินัยที่สุดและอยู่มาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5
วันวิชิต - คือประชาชนไม่สามารถปฏิเสธและยังมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งภาขีดความสามารถของกองทัพ น้ำท่วมคิดอะไรไม่ออกก็กองทัพ เห็นไหม เพชรบุรี หมูป่าก็กองทัพเข้ามา พลเรือนหรือหน่วยงานอื่นๆ ไม่สามารถมาทำเองได้ตามลำพัง อันนี้เป็นปัจจัยว่าท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้องเรียกร้อง แม้กระทั้งวันอาทิตย์ผมไปศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เขามีการประกวดพระเครื่อง ทหารก็ต้องไปเป็นตัวกัน มี สห. มาเฝ้า การแข่งขันประกวดพระเครื่อง มี สห. มาคุ้มครองความปลอดภัย เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าเรื่องไม่เป็นเรื่องทหารก็ยังต้องมาอำนวยความสะดวก
พิภพ - อันนั้นคนไทยคงไม่รังเกียจหรอก แต่ตอนนี้โจทย์ที่คนไทยตั้งก็คือเข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมืองมากน้อยแค่ไหน
วันวิชิต - เพราะอะไรใช่ไหมครับ เพราะว่า แน่นอนว่างบประมาณด้านการสนับสนุนสมรรถภาพกองทัพ ความมั่นคง เขามีส่วยอยู่ตรงนี้อยู่ในการจัดระเบียบ คือเราต้องวางบทบาทเขาในฐานะเป็นที่ปรึกษา หลายประเทศที่เขาทำให้กองทัพหันหลังให้การเมือง เพราะอะไร เขายกระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้กองทัพมีรายได้ลดการพึ่งพิงงบประมาณของงบประมาณจากรัฐบาล เมื่อกองทัพมีหม้อหุงข้าวตัวเอง เขาก็ไม่จำเป็น คือความทะเยอทะยานของเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาพึ่งพา มาเบียดเบียน ยินดีให้มาเป็นผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญหรือเป็นที่ปรึกษารัฐบาลที่ดีได้
เติมศักดิ์ - แล้วก็ไม่มีใครมาทุบหม้อข้าวเขา คือไม่มีใครมายุ่งกับหม้อข้าวเขา มันก็ไม่เกิดวิกฤติ
วันวิชิต - ใช่ครับ ไม่เกิดวิกฤติ คือให้เขามีขีดความสามารถ อย่างสมมุติว่าให้งบประมาณก้อนหนึ่งเขาไปทำอุตสาหกรรมพัฒนาป้องกันประเทศ สามารถพัฒนาอาวุธ พัฒนาส่งขาย จะได้ไม่ต้องมาซื้อ จะได้ไม่ต้องมาผูกเอี่ยวว่ารัฐมนตรีกลาโหมต้องมาจากทหาร ในฐานะผู้รักษาผลประโยชน์ให้กองทัพ เพราะเราคิดอย่างนี้ไงว่า คือฝ่ายการเมืองเองก็มองกองทัพด้วยความไม่สบายใจว่า กลัว ต้องเอาใจเขา ซึ่งจริงๆ เป็นวิธีคิดที่ผิด
พิภพ - ถ้าอาจารย์อ่านประวัติศาสตร์ก็จะเห็นว่า เดิมทีประเทศไทยก็ทำอย่างนั้นนะ ให้กองทัพสามารถผลิตอาวุธเองได้ ผลิตเครื่องบินเองได้ แต่ตรงนี้ผมไม้ได้ศึกษาว่ามันหายไปได้อย่างไร จึงกลายเป็นว่าต้องซื้อจากต่างประเทศอย่างเดียว ประเด็นคืออย่างนี้มากกว่า รายละเอียดเราพูดกันเยอะ ประเด็นว่าเราถึงเวลายอมรับที่จะให้กองทัพมีบทบาททางการเมืองแค่ไหน ไม่ใช่ใช้วิธีคิดแบบเก่าที่พูดนี้ไม่ได้เชียร์ทหารนะ เอาออกไปเหมือนกับเราบอกว่าให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีบทบาททางการเมืองแค่ไหน ในรัฐธรรมนูญก็มักจะเขียนไว้ ตอนที่เราพูดถึงเรื่องมาตรา 7 ว่าอยากให้สถาบันกษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องแบบที่มาตรา 7 กำหนดไว้ ผมว่าวันนี้ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องพูดว่า องคาพยพ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศให้มีความเกี่ยวข้องทางการเมืองแค่ไหน กลุ่มทุนมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองแค่ไหน
เติมศักดิ์ - ครับ คงต้องสรุปนะครับ ผมพูดอย่างนี้ได้ไหมครับว่า เลือกตั้งจะมีช้า เร็ว อย่างไรก็ตามวิกฤติรออยู่แน่ๆ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้วิกฤตรอบใหม่ที่มาแน่ๆ มันสูญเสียน้องที่สุด หรือไม่สูญเสียเลย ตั้งโจทย์อย่างนี้ได้ไหมครับอาจารย์ เชิญครับ
พิภพ - ผมไม่ใช่พวกซาดิสต์นะ หรือชอบความรุนแรง แต่คนไทยมักจะพูดอย่างนี้ จะให้สูญเสียน้อยที่สุด ก็ ผมว่าควบคุมไม่ได้หรอก ควบคุมไม่ได้ว่าจะแค่ไหน แต่อย่างที่ผมวิเคราะห์ไปเมื่อกี้นี้ว่า มันมีตัวแปรไม่เหมือนกับสมัยการเสียกรุงครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีกลุ่มที่มีอิทธิพลเข้ามาควบคุมไม่ให้วิกฤตมันใหญ่ แต่สุดท้ายมันก็จะทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก ปัญหาว่าเราจะใช้ทฤษฎีอะไรว่า การเปลี่ยนแปลงจะต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อ ตัวของเราก็คือว่าทำอย่างไรให้มีการเปลี่ยนแปลงคือการปฏิรูป ซึ่งเป็นคำที่คนเขาไม่ค่อยชอบกันแล้ว ทำให้มีการปฏิรูปประเทศโดยเสียเลือดเนื้อน้อยที่สุด โจทย์อันนี้แก้ได้ไหมละ ตอนนี้กำลังทำกันอยู่ ปฏิรูปตำรวจไปไม่ได้แล้ว ปฏิรูปการศึกษายังไม่รู้ลูกผีลูกคน แล้วคุณ มีชัย ก็ตั้งโจทย์ว่าจะต้องมีปฏิรูป 2 อันนี้ ไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เขียนในรัฐธรรมนูญครั้งแรกนะ ทีนี้โจทย์ของเราก็คือว่าเราจะปฏิรูปประเทศได้ โดยไม่เสียเลือดเนื้อได้ไหม สมัยรัชกาลที่ ๕ ปฏิรูปประเทศได้เพราะถูกแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้ พอตอนนี้เรามีแรงกดดันอะไรที่จะทำให้เราต้องเอาตัวรอดให้ได้โดยการปฏิรูป มีแรงอะไร
เติมศักดิ์ - คือไม่ให้การปฏิรูปมันมีราคาที่ต้องจ่ายขนาดที่เป็นชีวิตเลือดเนื้อใช่ไหมอาจารย์
พิภพ - มีแรงอะไร
เติมศักดิ์ - อาจารย์ครับ อาจารย์วันวิชิตเชิญครับ
วันวิชิต - ผมรู้สึกว่าลมทางการเมืองในกระแสบริบท สังคม ในภูมิภาค เขาก็ต้องจับตาดูว่าเราไม่สามารถยืนในลักษณะรูปแบบการปกครองนี้ได้ตามลำพัง ทำให้รู้สึกว่ากระบวนการเลือกตั้งที่จะต้องเกิดขึ้นมันก็ต้องเข้าสู่กลไกของประชาธิปไตย แต่ท้ายที่สุดว่านักการเมืองต้องรีบปฏิรูปบทบาทตัวเองก่อน หลายคนบอกว่าจะเข้ามาแก้ไขอย่างนั้นจะไม่ให้มีกองทัพมามีอำนาจทางการเมือง ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดต้องเอาตัวผู้เล่นทุกตัวอย่างองคาพยพ ในทางการเมืองทั้งหมดมาพูดคุยกันเพื่อวางบทบาทของตัวเองทางการเมือง แล้วอย่างนั้นผมว่าวิกฤตเราหลบเลี่ยงได้
เติมศักดิ์ - อาจารย์ยังเชื่อว่าวิกฤตครั้งหน้าที่รออยู่หลบเลี่ยงได้ ไปสายอื่นได้ที่ไม่เจอวิกฤตนี้แล้ว
วันวิชิต - หลบเลี่ยงได้ถ้าเปิดใจคุยตัวที่คุณมองว่าเป็นนักการเมือง มองว่าอีกฝ่ายเป็นปัญหา ผมอยากให้ตัวละคร ยังดีว่าตัวละครทุกคนยังมีชีวิตอยู่ไม่ว่าคุณจตุพร ออกมาจากคุย วิธีคิดฟังดูอุณหภูมิก็เบาลงไปเยอะ อย่างน้อยว่าผู้เล่นหลักสำคัญที่เคยเกี่ยวข้องเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ ยังมีชีวิตอยู่เปิดพื้นที่พูดคุยกันถามว่าคนเป็นกลางใคร ก็ต้องเป็นกองทัพอีกนั่นแหละ คือจัดกันเองไม่ได้หรอกครับ เพราะท้ายที่สุดหากทุกคนเห็นบทบาทเปิดการยอมรับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อกันและกันผมคิดว่าอย่างน้อยมันจะได้คำตอบชุดหนึ่งว่า การเมืองจะมีคำตอบร่วมกันเป็นอย่างไร
เติมศักดิ์ - อาจารย์ยังมองว่า วิกฤติตรงนี้เรายังเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาได้
วันวิชิต - มันอาจจะเลี้ยงไปเจอวิกฤติอีกแบบหนึ่งก็ได้
เติมศักดิ์ - แต่บางคนบอกว่าชนอย่างไรให้เบาที่สุด
พิภพ - ผมเห็นด้วยกับอาจารย์นะ เพียงแต่ว่าผมต้องถามนักการเมืองก่อนตอนนี้ถ้าพูดเดียวจะหาว่าไปเชียร์พรรคอนาคตใหม่ มีเพียงอนาคตใหม่เท่านั้นที่พูดว่าจะปฏิรูปเรื่องอะไรบ้าง เราอาจจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดว่าจะปฏิรูปอะไรบ้าง แต่เกือบจะเป็นพรรคเดียวตอนนี้ ตอนนี้พรรคคุณ สุเทพ ก็ไม่เห็นพูดเลยว่าจะปฏิรูปอะไร นักการเมืองใหม่ๆ กลุ่มสามมิตร ไม่มีสักคนที่จะมาพูดว่าตัวเองจะปฏิรูปอะไร เพียงแต่มาพูดบอกว่ามารวมตัวกันเพื่อให้ได้คะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ เพราะฉะนั้นประเด็นของอาจารย์ก็คือมาสุมหัวพูดกันก็ต้องสุมหัวว่าเราเห็นปัญหาวิกฤตครั้งนี้แล้วจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยการปฏิรูปแล้วมาพูดกันว่าจะปฏิรูปอะไร
เติมศักดิ์ - ครับ ตามนี้ก่อนนะครับ โอกาสหน้าคงได้มาพูดคุยกันเรื่องสถานการณ์การเมืองกันอีกนะครับ วันนี้ขอบคุณอาจารย์ วันวิชิต อาจารย์พิภพ “คนเคาะข่าว” ลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ


