xs
xsm
sm
md
lg

ถึงคิว “บิ๊กตู่” เร่งงานพี่ใหญ่ แผนลงทุนแก้ไขน้ำเสีย 16 โครงการ 4.9 หมื่นล้าน พ่วงแผนคลองแสนแสบสะอาด ระยะ 2 ปี 5 โครงการ 7 พันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ถึงคิว “บิ๊กตู่” เร่งงาน “พี่ใหญ่” แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขน้ำเสีย พื้นที่ กทม.16 โครงการ 4.9 หมื่นล้าน พ่วง “แผนคลองแสนแสบสะอาด ระยะ 2 ปี” 5 โครงการ 7 พันล้าน สั่ง “มหาดไทย” ประสาน ก.เกษตร ก.คมนาคม ก.ทรัพย์ เร่งดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เน้นไม่มีมลภาวะกลิ่น-เสียง สภาพคลองพร้อมสัญจร สะดวกปลอดภัย พร้อมสั่ง 6 กระทรวงจัดระบบเดินเรือโดยสารคลองแสนแสบใหม่ ชูสเปกเรือไร้กลิ่น-เสียง สั่งนำร่อง “เรือขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า” หนุนผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เรือ สั่งศึกษาแผนเชื่อมเรือคลองแสนแสบไปยังระบบขนส่งอื่นๆ ให้เกิดความสะดวก และคล่องตัว

วันนี้ (15 ส.ค.) แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้เสนต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (7 ส.ค. 61) เพื่อดำเนินการในแผนปฏิบัติการเพื่อให้คลองแสนแสบสะอาดภายใน 2 ปี โดยในส่วนของระยะเร่งด่วน ปี 2560-2561 โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เร่งรัดการดำเนินการ ตามแผนปฏิบัติการดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้คลองแสนแสบมีความสะอาด ไม่มีวัชพืช หรือมีการทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูลลงในคลอง ไม่มีมลพิษทางกลิ่นและเสียง และสภาพคลองมีความพร้อมในการใช้สัญจร ได้อย่างสะดวกปลอดภัย

นายกฯ ยังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงวิทยาคาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น ดำเนินการจัดระบบการเดินเรือโดยสารในคลองแสนแสบใหม่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยมุ่งเน้นการนำเรือที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทั้งทางกลิ่นและเสียงมาให้บริการประชาชน เช่น การนำเรือที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้ามานำร่องในการเดินเรือ การสนับสนุนผู้ประกอบการในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของเรือโดยสาร เป็นตัน รวมทิ้งให้เชื่อมต่อการเดินทางช่องประชาชนจากคลองแสนแสบไปยังระบบขนส่งอื่นๆ ให้เกิดความสะดวก และคล่องตัวด้วย

ทั้งนี้ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 เรื่องการทบทวนแผนปฏิบัติการเพื่อให้คลองแสนแสบ สะอาดภายใน 2 ปี โดยนายกรัฐมนตรีได้รับทราบและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ทุก 6 เดือน เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน (กขป.) คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ทั้งนี้ยังให้คณะกรรมการ กขป.คณะที่ 5 และสภาพัฒน์ เร่งรัดติดตามการดำเนินการทั้ง 2 ข้อข้างด้น ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ต่อไป

มีรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธาน กขป.คณะที่ 5 เห็นชอบให้ปรับแผนภาพรวมการดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะ 1 ปี (2562) ระยะ 5 ปี (2566) และระยะ 20 ปี (2581)

“ให้มีการปรับแผน โดยเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขน้ำเสียเป็นการดำเนินการที่ใช้งบประมาณจำนวนมากทั้งในระยะ 5 ปี (ก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสีย 3 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 2,611.50 ล้านบาท ก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย 5 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 15,171 ล้านบาท และก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.3 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 2,178.80 ล้านบาท) และระยะ 20 ปี (ก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย 5 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 29,420 ล้านบาท) โดยสรุปมี 16 โครงการ วงเงินรวม 49,381.3 ล้านบาท”

ส่วน “โครงการคลองแสนแสบสะอาด ระยะ 2 ปี” ในระบบการรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย รวม 5 โครงการ กรอบวงเงินรวม 7,145.4 ล้านบาท ได้แก่ (1) งานก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียเพิ่มเติมริมคลองแสนแสบช่วงถนนวิทยุ-คลองตันเข้าโรงควบคุมคุณภาพน้ำดินแดง (2) โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสีย (เพิ่มเติม) พื้นที่เขตห้วยขวางเข้าโรงควบคุมคุณภาพน้ำดินแดง (3) โครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะที่ 3 (4) โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. พร้อมระบบรวบรวมน้ำเสียคลองแสนแสบจากบริเวณประตูระบายน้ำมีนบุรีถึงบริเวณประตูระบายน้ำหนองจอก และ (5) โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.คลองแสนแสบ จากบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ถึงบริเวณประตูระบายน้ำคลองตัน

สำหรับ มติ ครม.12 ก.ย. 2560 ได้เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการตามแผนปฏิบัติการดังกล่าวต่อไป โดยให้พิจารณาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการให้ภาคเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ในโครงการขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณสูง

นอกจากนั้น ยังให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม รับความเห็นของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับปริมาณน้ำทิ้งที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม ควรพิจารณาใช้มาตรการบำบัดที่แหล่งกำเนิด (point source control) จะประหยัดและมีประสิทธิภาพมากกว่ามาตรการรวบรวมน้ำเสียไปบำบัดยังโรงบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง สำหรับการเดินเรือในคลองแสนแสบซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มเติมอากาศในน้ำซึ่งเป็นผลดีต่อคุณภาพน้ำ ควรปรับปรุงเครื่องยนต์ให้เป็นรูปแบบที่สะอาดเพื่อลดมลพิษที่ปล่อยลงสู่ลำคลอง

รวมทั้งควรพิจารณาแนวทางการเพิ่มการไหลเวียนของน้ำในคลองแสนแสบเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำและลดการตื้นเขิน ส่วนการออกแบบเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กในบริเวณริมคลองสามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรตลอดแนวคลอง ควรออกแบบให้ชุมชนริมฝั่งได้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจกรรมสันทนาการหรืออื่นๆ ตามความต้องการของชุมชน และควรมีโครงสร้างที่เอื้อต่อการขุดลอกเพื่อกำจัดวัชพืชได้ดี ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย

มีรายงานว่า สำหรับแหล่งเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ครม. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน เหมาะสม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ แผนบูรณาการ ภารกิจ และศักยภาพของหน่วยงานเพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการดำเนินการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ คุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน เกิดประโยชน์สูงสุด

“ทั้งนี้ โครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีวงเงินลงทุนสูง เห็นควรให้ใช้จ่ายจากเงินรายได้ของกรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และเงินอุดหนุนรัฐบาลไม่เกินร้อยละ 50 โดยให้นับรวมอยู่ในสัดส่วนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ”

นอกจากนี้ ยังให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการให้ภาคเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ในโครงการขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณสูง โดยเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขน้ำเสีย ทั้งในระยะ 5 ปี และระยะ 20 ปี โดยให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป

มีรายงานว่า โครงการดังกล่าว คณะรัฐมนตรีเคยมีมติเห็นชอบ 2 ครั้ง ตามแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ มีมติเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 เห็นชอบในหลักการแผนปฏิบัติการเพื่อให้คลองแสนแสบสะอาดภายใน 2 ปี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบการดำเนินงานตามแผนของกระทรวงคมนาคม และให้กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการติดตามและประเมินผล ขณะที่กรุงเทพมหานคร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมเจ้าท่า และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สามารถบังคับใช้กฎหมายในความรับผิดชอบในพื้นที่คลองแสนแสบและคลองสาขาอย่างจริงจัง

ต่อมามติ ครม.14 กุมภาพันธ์ 2560 เห็นควรให้ปรับปรุงการดำเนินการเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียคลองแสนแสบให้เป็นระบบและเกิดความยั่งยืน โดยให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาโครงการตามแผนปฏิบัติการฯ โดยโครงการใดที่ได้มีการลงนามในสัญญาแล้วให้ดำเนินการต่อไปได้ ส่วนโครงการใดที่ยังไม่มีการลงนามในสัญญาให้ชะลอการดำเนินการไปก่อน และให้สภาพัฒน์เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม ทบทวนและจัดทำแผนการบำบัดน้ำเสียคลองแสนแสบในระยะยาวอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ ระยะ 1 ปี ระยะ 5 ปี และระยะ 20 ปี ทั้งนี้ ให้รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี


กำลังโหลดความคิดเห็น...