xs
xsm
sm
md
lg

“ไพร่หมื่นล้าน” ตั้งพรรค-พันธมิตรหรือคู่แข่งเพื่อไทย !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมืองไทย 360 องศา


ถือว่าเรียกเสียงฮือฮากันพอสมควรหากพูดกันเฉพาะในกลุ่มที่เป็นนักเคลื่อนไหว แต่หากถามว่าสำหรับในแวดวงทั่วไปถ้าพิจารณาจากกระแสในวงกว้างก็ต้องยืนยันว่าการขยับตั้งพรรคของคนที่ถูกเรียกว่า “ไพร่หมื่นล้าน” อย่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่เวลานี้เป็นรองประธานกลุ่มบริษัท ไทยซัมมิต หลานชายของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตรัฐมนตรีในยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

ตามข่าวที่มีการเผยแพร่ให้ทราบก็คือ จะมีการไปยื่นขอจดจองชื่อพรรคที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันนี้ (15 มี.ค.) แต่ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้าวันเดียวกัน ก็มีการนัดพบปะกับสื่อนัยว่าเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือที่ใช้คำว่า “เพื่อปรับทัศนคติทางการเมือง”

ก็ดูแล้วมันช่างดูแล้วเห็นว่า “การเมืองนี่โลกสวยงาม” ดีจริงๆ แต่เอาเป็นว่านับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปก็จะเห็นความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองที่จะเกิดขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งพรรค และพยายามย้ำให้เห็นว่านี่คือ การ “รวมตัวของคนรุ่นใหม่” ที่มีเป้าหมายร่วมกันสร้างอนาคตของบ้านเมืองให้สดใส

เป็นคนที่กล้าประกาศว่า “ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อที่ว่านักการเมืองต้องมุ่งโกงกินเป็นเรื่องที่ผิด ผมจะทำให้เห็นว่านักการเมืองทำวาระของประชาชนอย่างจริงจังได้”

“ผมไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการศึกษา มันมีปัญหาตั้งแต่เรื่องเงิน ครู งบประมาณ แต่ถ้าคิดให้เร็วๆ ตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหมสัก 20 - 30 เปอร์เซ็นต์ล้วนำมาลงทุนในสิ่งที่ทำได้เลย เริ่มตั้งแต่สร้างสนามเด็กเล่น ซื้อคอมพิวเตอร์ มีอินเทอร์เน็ตฟรี จัดอาหารที่มีคุณภาพให้เด็กๆ” ก็ต้องบอกว่าพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นมานี้ มันช่างสวยงามเหมือนในบทละคร หรือในหนังที่เขียนให้พระเอก “ขี่ม้าขาว” เข้ามากอบกู้วิกฤตไม่มีผิด

แน่นอนว่าในทางความคิด ในทางอุดมคติ หรือบางที่ใช้ความคิดแบบนี้ “เพื่อหลอกต้มสังคม” เหมือนกับที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เคยนำมาขายฝันในช่วงก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และมาในแบบทำให้สังคมเข้าใจว่า “รวยแล้วไม่โกง” ก็มีให้เห็นมาแล้ว

แม้ว่าคำพูดของ ธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ จะพยายามออกตัวและวิงวอนให้สังคมเปิดใจให้กว้าง เช่น พูดว่า “ถ้าคุณใจแคบก็ดูที่นามสกุลผม แต่ถ้าคุณใจกว้างก็ขอให้ดูสิ่งที่ผมพูดและถ้าคุณใจกว้างขึ้นไปอีกก็ขอให้ดูจากสิ่งที่ผมทำ” ซึ่งจากคำพูดดังกล่าวมันก็สะท้อนออกมาได้หลายมุม ทางหนึ่งเขาก็พอจะรู้ดีว่าภายในสิ่งที่เขามีนั้นมัน"ขัดแย้งกันเอง"ในตัวเอง จากนามสกุล “จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่รุ่นอาของเขาคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สร้างวีรกรรมเอาไว้แบบสะเทือนเลื่อนลั่น จากข้อกล่าวหาทุจริตโครงการตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ เป็นต้น ภาพของ “ทุนใหญ่” และ “ธุรกิจการเมือง” มันก็ยังตามมาหลอกหลอนได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ดี จากวาทะที่เคยได้ยินมาว่า “คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกอนาคตด้วยตัวเองได้” หรือตัวอย่างที่เคยมี “คนรวยที่หลงใหลในลัทธิคอมมิวนิสต์” ในอดีตก็มีให้เห็นมากมาย ดังนั้น ในเมื่อบอกว่าขอโอกาสให้สังคมให้โอกาสด้วยการกระทำก็น่าจะรอดูกันสักครั้ง เพราะอย่างน้อยการโดดออกมาลงสนามการเมืองด้วยการพิสูจน์ตัวเองแบบของจริงมันก็น่าชื่นชมไม่ใช่หรือ

ขณะเดียวกัน ในอีกมุมหนึ่งการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองนี้ จะมีผลอย่างไรกับพรรคเพื่อไทย แน่นอนในทางตรงๆ อาจไม่ใช่คู่แข่งกันอย่างชัดเจน แต่ก็น่าจะมีการผลทางด้านแย่งคะแนนเสียงกลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาวที่มองโลกแบบอุดมคติที่คนพวกนี้พยายามชี้ชวนให้เห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วฐานเสียงหลักน่าจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในเมืองกับชนบท หรือระหว่างคนรวย คนชั้นกลาง และกับกลุ่มคน"รากหญ้า"ที่กระจายในภาคอีสานและภาคเหนือที่เคยเป็นฐานเสียงหลักคนพวกนี้น่าจะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคขนาดกลางอื่นๆ คงไม่น่าจะโน้มเอียงไปทางพรรคการเมืองใหม่ดังกล่าว

แต่อย่างไรก็ดี มันก็น่าจะมีบางส่วนที่ “ทับซ้อน” กันในกลุ่มของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่นิยมชมชอบกับกลุ่มนักวิชาการเด็กๆ ที่เป็นแนวร่วมของเครือข่ายทักษิณ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งกลุ่มที่เรียกว่า “นิติราษฎร์” ที่มีบางคน เช่น ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคนี้ เป็นต้น

และจากความเคลื่อนไหวตั้งพรรคดังกล่าวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็เริ่มสร้างกังวลลึกๆ ให้กับคนในพรรคเพื่อไทย อย่าง วัฒนา เมืองสุข ที่สรุปออกมาให้เห็นภาพว่าการเกิดขึ้นของพรรคนี้ จะทำให้เกิดการตัดคะแนนของฝ่ายประชาธิปไตย แทนที่จะไปตัดคะแนนของฝ่ายเผด็จการ ซึ่งแม้ว่าหลายคนอาจจะรำคาญกับเรื่องนิยามของคำว่า “ประชาธิปไตย” ของคนพวกนี้ก็ตาม แต่นั่นก็รวบรัดตัดความได้ว่าคนพวกนี้เริ่มอึดอัดมากขึ้น

ดังนั้น หากพิจารณากันแบบเฉพาะหน้า การเกิดขึ้นของพรรคการเมืองที่ก่อตั้งโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มองกันแบบโลกสวยก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องน่ายินดี น่าสนับสนุน หากพูดให้เข้าสูตรก็ต้องบอกว่า “เป็นทางเลือก” ให้กับชาวบ้านได้เลือก แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยในอนาคต แม้ว่าระยะสั้นน่าจะเป็นพันธมิตร มากกว่าเป็นคู่แข่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าในโลกความเป็นจริงพวกเขาจะทำได้ตามอุดมคติหรือเปล่า ถ้าทำได้ นั่นก็จะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับ “ฝ่ายประชาธิปไตย (ปลอมๆ)” แน่นอน เพียงแต่ว่าตอนนี้ต้องเกิดให้ได้ก่อน!!


กำลังโหลดความคิดเห็น