xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว : ชัดพอไหม!! “โพลออนไลน์” สามัคคีตอบคำถาม “ลุงป้อม” เกิน 90% ไม่ให้ไปต่อ ** ทีมงาน คสช.ร่วมด้วยช่วยปั่นราคา “ม๊อบรักลุงป้อม” **สลายชุมนุม 7 ตุลาฯ ไฉน “พัชรวาท” หัวหน้าใหญ่สีกากีถึงรอด ปล่อย “สุชาติ” ซวยเดี่ยว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว



** ชัดพอไหม!! “โพลออนไลน์” สามัคคีตอบคำถาม “ลุงป้อม” เสียงโหวตทุกสำนักพุ่งปรี๊ดเกิน 90% ไม่ให้ไปต่อ บีบเข้าไฟท์บังคับ “ไม่ออกไม่ได้” ต้องเสียสละเพื่อ “องคาพยพ คสช.” ขืนทู่ซี้ต่อมีหวังตายหมู่ อาการไม่สู้ดีถึงขนาด “ลิ่วล้อ” ต้องงัดมุกน้ำเน่า เกณฑ์คนชายแดนฝั่งบูรพาให้กำลังใจ

พูดไม่คิด ก็ต้องรับผลที่ตามมา .. หากชีวิตจริงเป็นเหมือนเกมโชว์ ป่านนี้ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็คงต้องลากกระเป๋ากลับไปนั่งตบยุงอยู่บ้านแล้ว .. ก็ดันไปออกลูกประชด ล้อเล่นกับกระแสสังคม เหมือนเอาคอไปพาดเขียงเสียเอง ไม่สำเหนียก “ต้นทุน” ความนิยมส่วนตัวเองเลย .. ประกาศที่ว่า “ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไป” จนเจอ “พลังโซเชียล” พิพากษาผ่าน “โพลออนไลน์” ที่ออกมาหลายสำนักนับไม่หวาดไม่หวั่น .. เสียงส่วนใหญ่พุ่งปรึ๊ดเกิน 90% ทุกสำนักเป็นเอกฉันท์ “คุณไม่ได้ไปต่อ” .. ครั้นจะ “หัวหมอ” แย้งว่าแค่ “กระแสโซเชียล” ที่เป็นเพียง “โลกเสมือนจริง” อย่างที่เคยไม่ให้ราคามาตลอดนั้น .. ก็ต้องบอกว่า หากตัดเรื่องวิชาการออก “โพลออนไลน์” วัดผลในเชิงปริมาณ ได้ดีกว่า “โพลมหาลัย” เป็นไหนๆ .. โพลวิชาการของสถาบันการศึกษาต่างๆ กลุ่มตัวอย่างแค่พันนิดๆ ให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำการสำรวจความผิดเห็นประชาชนเท่านั้น .. แต่ “โพลออนไลน์” สตาร์ทที่หลักหมื่น รวมแล้วก็เป็นแสน ดีดลูกคิดดีๆอาจจะเป็นล้านเอา ผนวกกับความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อ “ลุงป้อม” แล้ว บอกได้คำเดียว “ใครๆก็ไม่รัก” .. เหลือเชื่อว่ามี “ฉันทามติ” ขนาดนี้ จนอาจจะต้องจารึกไว้ว่า “ลุงป้อม” ถือเป็น “บุคคลประวัติศาสตร์” ที่โดดเด่นเหนือกว่า “เซเลปการเมือง” รายอื่นๆ ที่แม้จะมีคนเกลียดมาก แต่ก็มีคนนิยมชมชอบไม่น้อย อย่าง ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่แม้จะถูกคนเป็นล้านๆออกมาขับไล่ แต่ขณะเดียวกันก็มีแฟนคลับส่วนตัวไม่น้อย .. ผิดกับ “ลุงป้อม” ที่ดูจะโดดเดี่ยว เพียง “ลิ่วล้อ - คนข้างกาย” คอยอวยไม่กี่หน่อ

.. สัญญาณเข้มๆจากโซเชี่ยล กลายเป็น “ไฟท์บังคับ” ที่ “ท่านพี่ใหญ่” คงต้องตรองให้หนัก จะทู่ซี้ต่อไปให้เจ็งกะบ๊อกันทั้ง “องคาพยพ คสช.” .. หรือเสียสละถอยฉากออกไปเลียแผล เผื่อโรดแมปเข้าเป้า ได้ผงาดกลับมาครองอำนาจอีกหน .. ติดก็แต่ “เกียรติภูมิ - ศักดิ์ศรี” ของชาติชายทหารที่ค้ำคออยู่ จำเป็นต้องออกแบบ “ทางลง” ให้ดูดีที่สุด สมเกียรติ 50 ปีที่ทำงานเพื่อบ้านเมืองมา .. เพราะคงไม่มีทางที่ “บิ๊กป้อม” จะสละเรือไปทั้งที่มี ชนัก “นาฬิกาหรู” ปักหลังตัวเองอยู่ .. จึงต้องเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ของ “น้องกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ที่ต้องเร่งปลดเปลื้องข้อครหา “นาฬิกายืมเพื่อน” ฟอกขาวให้ “พี่ใหญ่” บริสุทธิ์ผุดผ่องเสียก่อน เพื่อที่จะได้ Soft Landing ปูทางลงแบบสวยๆ .. แต่หากยัง “มะงุมมะงาหรา” ปล่อยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ แล้วมีประเด็นมาซ้ำเติมให้เละไปกว่าเดิมก็คงไม่สวย ตามคิวที่เริ่มมี “ม็อบการเมือง” ออกมาท้าทายอำนาจ “รัฐบาลทหาร” มากขึ้นทุกขณะ .. เรื่องแบบนี้ต้อง “คิดไว ทำไว” เพื่อป้องกันระงับความสูญเสียให้ได้มาก และเร็วที่สุด .. ไม่ต้องไปพึ่ง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ให้เสียเวลา เพราะการตัดสินใจอยู่ที่ “พี่ใหญ่ คสช.” ผู้เสียสละทำเพื่อบ้านเมืองมากว่า 50 ปี จะ “หน้าทน” ต่อ หรือจะพิจารณาตัวเองอย่างที่หล่นวาจาไว้ จะสละไปแบบเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศส่วนตัว หรือยอมสละถอยฉากออกไปเพื่อส่วนรวม .. ยิ่งยึกยักตัดสินใจช้า ผลลัพธ์ไม่เพียงแต่ตกกับตัวเอง ยังอาจนำพาชาวคณะล่มจม มีอันเป็นไปหมดทั้งกระบิ .. น่าขันเหลือเกินกับการ “แก้เกม” ที่น่าจะออกมาจาก “ลิ่วล้อลุงป้อม” กับการงัด “มุกน้ำเน่า” สเตปนักการเมือง เกณฑ์คนขนดอกไม้มาให้กำลังใจ “พี่ใหญ่” ถึงหน้ากระทรวงกลาโหม .. นับหัวดูแล้วไม่เกิน 40 ชีวิต ประกาศสาแหรกด้วยว่ามาจากแถบอรัญประเทศ สระแก้ว ชายแดนฝั่งบูรพา พื้นที่อิทธิพล “เสือตะวันออก” จับได้ไล่ทันไม่ยาก “ม็อบจัดตั้ง” น่ะซิเพ่

** ป๋าดันปั้นม็อบ!! ทีมงาน คสช.ร่วมด้วยช่วยปั่นราคา “ม็อบปลายแถว” กลายเป็น “ม็อบดาวฤกษ์” หลงเกม "เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม" แบบนี้ที่ว่าขอ “อยู่ยาว” เห็นทีจะ “อยู่ยาก” มากกว่า ขู่ไล่เบี้ยเช็กท่อน้ำเลี้ยงทั้งที ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอก แค่ดูร่องรอย “นายน้อย - ผู้การมีชื่อ - คุณหญิงนครบาล” ก็โป๊ะเชะแล้ว

ผลพวงจาก “ม๊อบรักลุงป้อม” .. ไม่เพียงไม่ได้แต้มเพิ่ม ยังทำให้ท่านรองนายกฯความมั่นคง เจอคำถามเรื่อง “มาตรฐานการชุมนุม” อีกด้วย .. มีอย่างที่ไหนชุมนุมเหมือนกัน ฝ่ายหนึ่งจัดกิจกรรมประท้วงรัฐบาล คสช. โดนเสิร์ฟคดีเป็นหางว่าว .. อีกฝ่ายมากันอึกทึกครึกโครม แต่เชียร์ “บิ๊ก คสช.” ต้อนรับขับสู้อย่างดี .. อย่าลืมว่า ที่ไปเย้วๆกันหน้ากระทรวงกลาโหม พิกัดติดกำแพงพระบรมมหาราชวัง เขตพระราชฐานชัดเจน แบบนี้ต้องโดนกี่กระทง นายพลจักรดาวรายล่า “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล รอง ผบ.ตร.น่าจะตอบได้ดีที่ซู้ดดด .. พูดถึงเรื่อง “ม็อบการเมือง” ช่วงนี้ ก็เห็นๆอยู่ว่าจำนวนผู้ชุมนุมก็ไม่มาก แกนนำก็หน้าเดิมๆ แต่ดันถูกให้ความสำคัญแบบ “โอเวอร์เรต” .. ก็ “ทีมงาน คสช.” รับบท “ป๋าดัน” ร่วมด้วยช่วยปั่นราคา “พวกลิ่วล้อปลายแถว” กลายเป็น “ดาวฤกษ์” โดดเด่นขึ้นมาซะงั้น .. ทั้งที่ไม่ควรมาเสียเวลา แก้อะไรที่ปลายเหตุ ควรไปแก้กันตั้งแต่ต้นเหตุ เคลียร์คัทข้อครหา หรือตัดจบประเด็น “บิ๊กตัวถ่วง” ให้ได้มากกว่ามาหลงเกม "เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม" ที่ "ฝ่ายความมั่นคง" เคยปรามาสไว้แบบนี้ .. ไปมั่นใจในอำนาจที่มี เอะอะๆอ้าง “รัฐฏาธิปัตย์” ยืนกระต่ายขาเดียว ไม่คิดแก้ไขปรับปรุงตัวเอง .. จนตอนนี้ทุกภาคส่วนออกมารุมยำ ตามคิวที่เริ่มมี “ม็อบการเมือง” ออกมาท้าทายอำนาจ “รัฐบาลทหาร” มากขึ้นทุกขณะ

.. อีกทั้งประเด็นเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆก็สอดรับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องเลือกตั้ง เรื่องการทุจริต ความไม่โปร่งใส หรือความเดือดร้อนจากประเด็นปัญหาต่างๆ อาจสามัคคีชุมนุมขับไล่ คสช.ได้ไม่ยาก .. ที่ขอเวลา “อยู่ยาว” อีกสักระยะ มันจะกลายเป็น “อยู่ยาก” นะสิครับท่าน .. แล้วที่ว่าจะไล่เบี้ยเช็ก "ท่อน้ำเลี้ยง-เบื้องหลัง" ของ "ม็อบอยากเลือกตั้ง" ก็อย่าแค่พูดส่งเดชไป .. ถ้าทำก็สืบไม่ยากเย็น อยู่ที่จะเช็กจริงหรือเปล่า เมื่อหน้าฉากก็กลุ่มเดิมๆ หน้าเดิมๆ “กุนซือ - นายทุน” ก็ไม่พ้นหน้าเดิมๆเหมือนกัน .. ไล่เรียงให้เอาบุญ ตั้งแต่ “นายน้อย” ที่มีคดีใหญ่จวนตัว ตอนนี้ใช้สถานีโทรทัศน์แถมวิภาวดีฯเป็นฐานทัพ .. มี “ผู้การมีชื่อ” ช่วยวางกลศึก และประสานกับเหล่า “นักศึกษาโข่ง” ทั้งหลาย .. “ผู้การ” คนที่ว่า ฐานะหนึ่งก็เป็นซี้ร่วมก๊วนแฮงเอาท์ของ “นายน้อย” อีกสถานะก็เป็นมือขวาของ “คุณหญิงนครบาล” .. ไม่ได้ลึกลับซับซ้อน เป็นท่อน้ำเลี้ยงจากเมืองนอกเมืองนาอะไรหร๊อกกก.

**ถอดรหัสคำพิพากษา!! “ศาลปกครองสูงสุด” ชี้ชัด “ตำรวจ” ผิดต้องชดใช้ สลายชุมนุม 7 ตุลาฯ ไม่ทำตามหลักสากล-แก๊สน้ำตาไร้คุณภาพ แล้วไฉน “พัชรวาท” หัวหน้าใหญ่สีกากีถึงรอด ปล่อย “สุชาติ” ตกพุ่มซวยเดี่ยว

ถือนิมิตหมายอันดี .. หลังจากที่ “ศาลปกครองสูงสุด” ได้พิพากษา คดีสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่ส่งผลให้ผู้ชุมนุมได้รับความเสียหายแก่ชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน .. โดยคำพิพากษาระบุให้ สตช. รับผิดชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอด รวมทั้งสิ้น 254 ราย จำนวนตั้งแต่ 7,120 - 4,152,771.84 บาท พร้อมดอกเบี้ย .. แง่หนึ่ง แม้จะเทียบไม่ได้กับชีวิต และเลือดเนื้อที่สูญเสียในระหว่างการต่อสู้ของภาคประชาชนเมื่อ 9 ปีก่อน แต่อย่างน้อยก็ถือว่า ได้ความยุติธรรมตามกระบวนการ .. เหนือสิ่งอื่นใด ในคำพิพากษาของ “ศาลปกครองสูงสุด” ยังสะท้อนให้เห็นถึง “ความบกพร่อง” ในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในฐานะ “โจกท์” ที่เคยยื่นฟ้อง “ชายจืด” สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.และ “บิ๊กเบื๊อก” พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง .. เป็น 4 จำเลยฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 .. แม้ว่า ศาลฎีกาฯจะพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 4 ราย ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ก็ตาม หากแต่ ป.ป.ช.ในฐานะโจทก์ ที่มีสิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์ กลับ “เลือก” ที่จะยื่นอุทธรณ์เฉพาะกรณีของ “บิ๊กเบื๊อก” เพียงรายเดียว .. แต่หาก “ใคร่ครวญ” คำพิพากษาล่าสุดของศาลปกครองก็จะพบว่า ระบุความผิดชัดเจนไปที่ “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักมาตรฐานสากลในการสลายการชุมนุม-ใช้แก๊สน้ำตาไร้คุณภาพ .. แน่นอนว่าในส่วนนี้นั้น “ฝ่ายปฏิบัติการ” ย่อมมีความผิดเต็มประตู ไม่เพียงแต่ “บิ๊กเบื๊อก” ที่อนาคตเริ่มไม่สดใสเท่านั้น แต่ “เจ้าหน้าที่ระดับล่าง” อีกหลายรายก็อาจต้องคดีในส่วนการทำร้ายร่างกาย-ทำเกินกว่าเหตุด้วย
 
.. ที่น่าแปลกก็คือคำพิพากษาที่ระบุชัดว่า “ฝ่ายตำรวจ” มีความผิด ซึ่งเขียนล้อมาจากสำนวนชี้มูลความผิดของ “ป.ป.ช.ชุดเก่า” ที่ครอบคลุม “ฝ่ายนโยบาย - ฝ่ายปฏิบัติ” ไว้อย่างครบถ้วนด้วยซ้ำ .. แต่เหตุไฉนดุลยพินิจของ “ป.ป.ช.ชุดใหม่” ซึ่งมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นประธาน กลับมุ่งหมายที่จะล็อคเป้าความผิดไปที่ “ฝ่ายปฏิบัติ” เฉพาะ “บิ๊กเบื๊อก” ที่เป็น “ผู้บัญชาการเหตุการณ์” เพียงรายเดียว .. เสมือนหลับตาข้างเดียว มองไม่เห็นว่า “ตัวละครสำคัญ” ในเรื่องนี้ยังมี “นายตำรวจใหญ่” ซึ่งนั่นก็คือ อดีต ผบ.ตร. “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” อยู่ด้วยอีกคน .. และในเมื่อ สตช.ซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาจำต้องชดใช้ค่าเสียหาย ผู้บริหารอย่าง “บิ๊กป๊อด” ก็ไม่น่าจะปฏิเสธส่วนร่วมไปได้ .. เดชะบุญ ที่มี “จุดอ่อน” ของประธาน ป.ป.ช.คนปัจจุบันกระมัง ที่มีรับหน้าชื่นว่า มีความสนิทชิดเชื้อกับ “บิ๊กป๊อด” ที่ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น “น้องชายสุดเลิฟ” ของ “พี่ใหญ่ คสช.” .. อีกทั้ง “บิ๊กป๊อด” ยังเป็นอดีตเจ้านายเก่าของ “บิ๊กกุ้ย” สมัยรับราชการตำรวจ เคยอุ้มชูกันจนได้ขึ้นชั้น “เบอร์ 1 กรมปทุมวัน” มาก่อนอีกด้วย .. นี่ละมั๊งที่ทำให้ “บิ๊กป๊อด” รอดบ่วงกรรมไปอย่างค้านสายตาสังคมเช่นนี้.


ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น...