xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ช.ชงปรับนโยบายนมโรงเรียน ชี้ช่องปมเสี่ยงทุจริต แนะรัฐ-มท.คุม “อปท.-โรงเรียน” ผู้มอบอำนาจจัดซื้อนม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ป.ป.ช.เสนอปรับนโยบายนมโรงเรียน จี้รัฐ-มท.คุม อปท.-โรงเรียน-ผู้มอบอำนาจจัดซื้อนม เข้มงวดขั้นตอนการจัดส่ง/รับมอบนมโรงเรียน ปูด! ตามคำสั่งมิลบอร์ด “อ.ส.ค.” ไม่ได้ดำเนินการเอง แต่เป็นผู้มอบอำนาจให้ผู้ประกอบการปฏิบัติแทน หวั่นเกิดการสมยอม “ฮั้ว” กับผู้ประกอบการ เผย “รองฯ วิษณุ” สั่งศึกษาแนวทาง ทำรายงานเสนอข้อเท็จจริง ครม.อีกรอบ ด้านมหาดไทยแนะผู้ว่าฯ ให้กลไกระดับจังหวัด-อำเภอคุมเข้มอีกรอบ

วันนี้ (31 ม.ค.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อป้องกันการทุจริตกรณีโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน เพื่อป้องกันการทุจริต กรณีโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนในส่วนขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

หนังสือระบุว่า ตามที่คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) ได้เห็นชอบประกาศมิลค์บอร์ด เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ภาคเรียนที่ 2/2560 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2560 ซึ่งประกาศดังกล่าวกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม หรือสนับสนุนและกำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีดัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง พ.ศ. 2560 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2560 กับผู้ประกอบการที่ได้รับมอบอำนาจจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในการซื้อขายอาหารเสริม (นม) โรงเรียนกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในภาคเรียนที่ 2/2560 และ กสถ.ได้มีหนังสือ ถึงจังหวัดให้แจ้ง อปท.ในพื้นที่ถือปฏิบัติตามประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าว

กระทรวงมหาดไทยเห็นว่า จากข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต มีวัตถุประสงค์แก้ไขปัญหาตั้งแต่ระดับการกำหนดนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนถึงระดับหน่วยงานปฏิบัติที่ดำเนินการจัดซื้อ ซึ่งมีความครอบคลุมและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการโครงการอย่างมาก โดยเฉพาะข้อเสนอต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการนำนโยบายไปปฏิบัติ

“ข้อ 2.2.3 (2) ที่เสนอให้ อปท. และโรงเรียนเอกชน ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดซื้อนมโรงเรียน ต้องให้ความสำคัญและเข้มงวด ในขั้นตอนการส่งมอบและรับมอบนมโรงเรียน เนื่องจาก อ.ส.ค. ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการเอง แต่ได้มอบอำนาจให้ผู้ประกอบการแต่ละรายเป็นผู้ปฏิบัติแทน จึงมีโอกาสที่จะเกิดการสมยอมการเสนอราคา (ฮั้ว) หรือร่วมมือกัน ทุจริตระหว่างหน่วยจัดซื้อกับผู้ประกอบการ”

มีรายงานว่า คำสั่งดังกล่าวได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ระดับจังหวัด มอบหมายให้บอร์ดทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ในฐานะหน่วยงานในระดับพื้นที่ ติดตามการดำเนินการจัดซื้อ อาหารเสริม (นม) โรงเรียน ของ อปท. พร้อมกำชับให้ อปท.เข้มงวดในขั้นตอนการส่งมอบและรับมอบนมโรงเรียนจากผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับมอบอำนาจจาก อ.ส.ค. ในการเป็นคู่สัญญาจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียนกับ อปท. โดยถือปฏิบัติตามประกาศมิลบอร์ดโดยเคร่งครัด

มีรายงานว่า สำหรับข้อเสนอแนะดังกล่าว สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้งว่า ป.ป.ช.ได้เสนอเรื่องมาเพื่อดำเนินการ ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีได้มีดำสั่งมอบหมาย ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว และให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์จัดทำรายงานผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวมส่งให้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะ ประกอบด้วย ต้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเจ้าของโครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ ปัญหาช่องโหว่ต่างๆจากโครงการ ส่งมาให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะประธานมิลค์บอร์ด พิจารณา มีประเด็นสำคัญคือให้โรงเรียนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยประมูลจาก อปท.

“สำนักงาน ป.ป.ช.ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีปัญหาการทุจริต ต่างๆ และปรากฏข่าวอยู่บ่อยครั้งในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์นมนมโรงเรียนในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจจะมีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการทุจริตของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจากการศึกษาพบว่า การบริหารจัดการโครงการนี้ในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยเฉพาะขั้นตอนหรือกระบวนการในการดำเนินการต่างๆ ที่ปรากฏปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น การจัดสรรสิทธิ (โควตา) และพื้นที่ในการจำหน่ายนมโรงเรียนให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าเข้าโครงการที่อาจจะไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม”

นอกจากนี้ รวมถึงอาจมีลักษณะเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนเป็นปัญหาต่างๆ ในกระบวนการจัดซื้อนมโรงเรียน เช่นการแอบอ้างหรือปลอมแปลงเอกสารของผู้ประกอบการแปรรูปนมที่อาจไม่เข้าร่วมโครงการ การเรียกเก็บเงินค่านมโรงเรียนเต็มจำนวนแต่กลับไม่มีการส่งมอบนม เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและเด็กนักเรียน ผู้บริโภคนมโรงเรียน

โดยสิ่งที่เสนอให้รัฐบาลพิจารณา คือ ให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักตรวจสอบ ประเมินผลถึงความสัมฤทธิ์ผลของโครงการ อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง ไม่ควรให้หน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะผู้ปฎิบัติเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ควรให้มีหน่วยงานนอกกระทรวงจากภาครัฐอื่นมาเป็นทำเป็นรูปแบบคณะกรรมการร่วม เพื่อถ่วงดุลการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น และกำหนดให้รายงานผลตัวชี้วัดให้ ครม.อย่างปีละ 1 ครั้งที่วิเคราะห์ให้เห็นเด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมอย่างแท้จริง

รวมทั้งกระบวนการต่างๆ ในการบริหารจัดการโครงการ ต้องป้องกันการผูกขาด และทบทวนหน่วยงานที่ทำหน้าเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขายมีความเหมาะสมหรือไม่ ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งอาจได้จากการปฏิบัติหน้าสองบทบาทในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะการกำหนดกรอบในการวิเคราะห์ให้ชัดเจน การจัดลำดับความสำคัญในการบริหาร และผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละกรณีแตกต่างกัน ระหว่างการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม การส่งเสริมการผลิตนมในระบบอุตสาหกรรมนม หรือการให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมมีคุณภาพ

ทั้งนี้ ให้พิจารณากระบวนการจัดซื้อนมโรงเรียน โดยโรงเรียนเป็นผู้สั่งซื้อโดยตรง ผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ในระบบการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ และด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดปัญหาคุณภาพนมที่เกิดขึ้นจากการจัดซื้อผ่านผ่านตัวกลาง เพื่อทุกโรงเรียนได้จัดซื้อตามความต้องการและลดความผิดพลาดขั้นตอนการขนส่ง การตรวจรับ จะได้นมมีคุณภาพและส่งถึงมือเด็กตามเวลาที่กำหนดพร้อมกับให้ปรับปรุงมิลค์บอร์ดโดยกำหนดให้หน่วยงานที่ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในระบบนมโรงเรียน เช่น กรมปศุสัตว์ มาเป็นฝ่ายเลขานุการมิลค์บอร์ด แทนองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นตัวกลางเชื่อมโยงไปสู่หน่วยปฏิบัติ จะลดความเสี่ยงในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้ และให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบทุจริต จัดชุดเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการแก้ปัญหาปราบปรามทุจริตนมโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ โดยประสานร่วมมือเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการทุจริตอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งขึ้นเว็บไซต์สื่อต่างๆ ของกฎ ระเบียบ ทุกกระบวนการ รายชื่อรัฐและเอกชน ผู้เกี่ยวข้องนมโรงเรียนเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจสอบได้ด้วยตนเอง

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิช ธานีโต ผู้ตรวจราชการและโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ที่มีตนเป็นประธาน ได้พิจารณาข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. และรัฐบาลได้ให้กระทรวงเกษตรฯ จัดทำรายงานผลการดำเนินการเรื่องนี้ส่งให้สำนักเลขาธิการ ครม.ภายใน 30 วัน เพื่อนำเสนอเข้า ครม.พิจารณา โดยเรายังมีข้อกังวลในเรื่องคุณภาพนม อาจถูกลงแต่คุณภาพเหมือนกันทุกที่หรือไม่ อย่างไรก็ตามตอนนี้มีการพัฒนานมโรงเรียนได้อย่างมีคุณภาพ ในช่วงผ่านมาไม่มีปัญหานมบูดเน่าเสีย และบางอย่าง ป.ป.ช แนะนำมาได้ปรับปรุงดีขึ้นแล้ว คุณภาพน้ำนมเป็นพรีเมียม นมพาณิชย์ยังสู้ไม่ได้ ผู้ประกอบการทำเอ็มโอยูจับคู่กับฟาร์มโคนม และสอดรับกับในพื้นที่จัดส่งไม่มีปัญหานมเททิ้ง ทั้งนี้ ขอประกาศให้ผู้ปกครองทราบว่าช่วงปิดเทอมเด็กนักเรียนจะต้องได้รับนม 30 กล่องกลับบ้านทุกคน


กำลังโหลดความคิดเห็น...