คำสั่ง คสช. โอนย้าย ขรก.- พนง.- ลูกจ้างประจำกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำ 246 อัตรา และตั้งกรอบอัตราใหม่ 87 อัตรา พร้อมตั้ง “สำเริง” เป็นรองเลขาฯสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
วันนี้ (22 ม.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2561 เรื่อง การจัดสรรภารกิจและบุคลากรของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หลังจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 เพื่อให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และจัดงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2562 ทันต่อระยะเวลาและกระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระยะ 20 ปี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูประบบการจัดการน้ำ ด้วยการให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างประจำของกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำตามบัญชีรายชื่อที่ประกาศกำหนดมาปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงานในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภายในเวลา 180 วัน นับแต่วันที่ได้ไปรายงานตัวต่อเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พร้อมทั้งให้แต่งตั้งข้าราชการหรือทำสัญญาจ้างพนักงานราชการที่มาปฏิบัติราชการและผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยคงกรอบอัตราเงินเดือนเช่นเดิมจากต้นสังกัดเดิม
ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งโอนย้ายเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทาน 246 อัตรา ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติมีผลบังคับใช้ และตั้งกรอบอัตราใหม่ 87 อัตรา
นอกจากนี้ ได้มีคำสั่งให้นายสำเริง แสงภู่วงศ์ พ้นจากตำแหน่งรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แล้วให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จากนั้นให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการ พร้อมกันนี้ ให้กรมเจ้าท่า กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่น กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ ดำเนินการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกการให้ข้อมูลและเชื่อมต่อข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำ ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติกำหนด โดยคำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ลงวันที่ 22 มกราคม 2561


