xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ช.ฟัน “พนม-นพรัตน์-ประนอม” ทุจริตงบสำนักพุทธฯ ปี 57-58 ชง อสส.ลุยอาญา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. เผยที่ประชุมฟัน 2 อดีต ผอ.สำนักพุทธฯ และ อดีตรอง ผอ.พศ. ผิดวินัยร้ายแรงคดีทุจริตงบประมาณปี 57 - 58 ชงอัยการสูงสุดดำเนินคดีศาลอาญา ระบุ คดีโกงเงินทอนวัดมี 97 คดี ไต่สวนแล้ว 8 มีตัวละครเดียวกัน

วันนี้ (19 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 14.00 น. นายวรวิทย์ สุขบุญ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุม ป.ป.ช. ว่า ตามที่ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหา นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก ร่วมกันทุจริตงบประมาณโครงการเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัด และการพัฒนาวัดของ พศ. ที่อนุมัติให้แก่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.กระมัง อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ประจำปีงบประมาณ 2557 และประจำปีงบประมาณ 2558 โดยมี นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนนั้น จากการไต่สวนพบว่า พฤติการณ์ของขบวนการทุจริตเงินทอนวัดได้มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิดเป็นขั้นเป็นตอน โดยจะมีกลุ่มบุคคลหน้าทำหน้าที่ติดต่อวัดต่างๆ โดยแจ้งว่า จะมอบเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์ และการพัฒนาวัด แต่มีเงื่อนไขว่า วัดจะต้องมอบเงินกลับคืนเพื่อนำไปใช้ในกิจการของ พศ. ในการจัดสรรให้แก่วัดต่างๆ

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ต่อมากลุ่มบุคคลดังกล่าวจะนำรายชื่อวัดที่เชื่อตามคำกล่าวอ้างไปทำเอกสารการอนุมัติเงินอุดหนุนให้แก่วัด โดยไม่มีคำขอรับเงินอุดหนุนของวัดประกอบการพิจารณาอนุมัติเงินให้แก่วัดตามขั้นตอนและระเบียบแบบแผนของทางราชการ และเมื่อ พศ. ได้โอนเงินอุดหนุนเข้าบัญชีเงินฝากของวัดแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะแจ้งให้วัดโอนเงินหรือรับเงินกลับคืนมา แล้วนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต กรณีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปีงบประมาณ 2557 น.ส.ประนอม คงพิกุล ขณะดำรงตำแหน่ง ผอ.กองพุทธศาสนสถาน ได้ติดต่อทางวัดพนัญเชิง ว่า จะจัดสรรเงินอุดหนุนจำนวน 10 ล้านบาท แต่เมื่อวัดได้รับแล้วจะให้โอนเงินจำนวน 8 ล้านบาท กลับเข้าบัญชีเงินฝากของ นางชมพูนุท จันฤาไชย ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดของนายนพรัตน์ โดยแจ้งว่า จะนำไปใช้ในกิจการของ พศ. ทั้งนี้ น.ส.ประนอม ได้จัดทำเอกสารการอนุมัติเงินจำนวน 10 ล้านบาท เสนอให้นายนพรัตน์ อนุมัติเงินอุดหนุน โดยไม่มีคำขออุดหนุนตามระเบียบของทางราชการ และหลังจาก พศ. ได้โอนเงินให้วัดแล้ว ปรากฏว่า ทางวัดได้โอนเงิน 8 ล้านบาท กลับเข้ามายังบัญชีของนางชมพูนุท โดยนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า ส่วนการทุจริตในปีงบประมาณ 2558 น.ส.ประนอม ได้ไปติดต่อวัดอีกครั้งแล้วแจ้งว่า จะโอนเงินอุดหนุนให้กับวัด 10 ล้านบาท แต่ในครั้งนี้มีเงื่อนไข ว่า วัดจะต้องคืนเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท ให้กับ น.ส.ประนอม หลังจากนั้น น.ส.ประนอม ได้จัดทำเอกสารหลักฐานการขออนุมัติเงินอุดหนุนให้แก่วัด 10 ล้านบาท เสนอ นายพนม ศรศิลป์ ขณะดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทน ผอ.พศ. พิจารณาอนุมัติเงินอุดหนุน โดยไม่มีคำขอรับเงินอุดหนุนของวัดประกอบการพิจารณาอนุมัติเงินให้แก่วัดตามระเบียบแผนของทางราชการ โดยเมื่อ พศ. ได้โอนเงินให้แก่วัด 10 ล้านบาท วัดจึงได้นำเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท ไปมอบให้กับ น.ส.ประนอม โดยนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วจึงมีมติว่า การทุจริตในปีงบประมาณ 2557 นายนพรัตน์ และ น.ส.ประนอม มีมูลความผิดเป็นตัวการร่วมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 90 และผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 82 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1) และ (4) ส่วน นางชมพูนุท ไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและพนักงานตามกฎหมาย จึงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 86

รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า สำหรับการทุจริตในปีงบประมาณ 2558 นายพนม มีมูลความผิดเป็นตัวการร่วมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 151 และ157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 90 ส่วน น.ส.ประนอม มีมูลความผิดฐานเป็นตัวการร่วมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 83, 90 และ 91 และมีมูลความผิดฐานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162 (1) และ (4) อีกบทหนึ่งด้วย นอกจากนี้ นายพนม และ น.ส.ประนอม ยังมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 82 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1) และ (4) ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. มีความเห็นให้ส่งรายงานและเอกสาร พร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนวนการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเงินทอนวัดใน ป.ป.ช. ขณะนี้ยังเหลืออีกกี่สำนวน นายวรวิทย์ กล่าวว่า กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.ตร.) ได้ส่งมาจำนวน 2 ล็อต รวม 35 คดี และยังมีที่ประชาชนร้องเรียนกรณีทุจริตเงินทอนวัดปีงบประมาณ 2557 - 2558 อีก 62 แห่ง รวมทั้งสิ้น 97 คดี ไต่สวนไปแล้ว 8 คดี โดยพฤติกรรมการทุจริตมีลักษณะคล้ายคลึงกัน และตัวละครเดียวกัน จึงจะใช้เวลาพิจารณาคดีที่เหลือไม่นาน ซึ่ง ป.ป.ช. จะค่อยๆ ทยอยดำเนินการไปทีละวัด


กำลังโหลดความคิดเห็น...