ข่าวปนคน คนปนข่าว
** รู้ทางกันดี!!“สมคิด”ประกาศโครม “คนจนหมดประเทศ”ทำเอา “นักการเมือง-นักเลือกตั้ง”ดิ้นเป็นไส้เดือนโดนขี้เถ้า ผวา“มือประชานิยม” ปล่อยลดแลกแจกแถม ก่อนเลือกตั้ง มีหวังคนลืม“ทักษิณ”สอบตกยกเข่ง
“..เป้าหมายคนไทยทุกคนที่ยังมีความยากจนอยู่ จะต้องหายจนให้ได้ในปีหน้า..”คำประกาศของ “เฮียกวง”สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ถูกนำไปตีข่าว พาดหัวประมาณว่า“สมคิดลั่นปี 2561 คนจนจะหมดประเทศ” ..ทำเอาสะเทือนเลื่อนลั่นไปทุกหัวระแหง ถูกเลือกหยิบเอาเฉพาะท่อน “คนไทยต้องหายจน”ไปเหน็บแนมกันสนุกปากไปตลอดช่วงวีกเอน ที่ผ่านมา .. หากแต่คำเหน็บแนบไม่ยักจะนำพาความ“ระหว่างบรรทัด”ไปพูดถึงกัน เพราะถ้าได้ฟังตลอด“เดี่ยวไมโครโฟน”ของ “กัปตันกวง”วันก่อน จะไม่แปลกเลยว่า ทำไมถึงหาญกล้าประกาศออกมาเช่นนั้น .. ด้วยที่ได้ไล่เลียงผลงานช่วง 2 ปีกว่า ที่รับบท “แม่ทัพใหญ่”คุมงานด้านเศรษฐกิจ ออกมาเป็นฉากๆ ตัวเลขเศรษฐกิจแมคโคร-ภาพกว้างระดับฐานบน“ทีมสมคิด”แก้ปมเงื่อนได้เกือบหมดแล้ว จึงมองว่า ปี 2561 เป็น“โอกาสทอง”ในการพลิกฟื้น “เศรษฐกิจฐานราก”บ้าง .. พร้อมแย้มๆว่า ปีหน้าฟ้าใหม่ หมายมั่นปั้นมืออัดฉีด “เม็ดเงิน”ไปฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับล่าง กระตุ้นทั้งการซื้อขาย-การลงทุนขนาดเล็ก ตรงตามที่“ข่าวปนคนฯ”มองว่า เราต้องเจอ“อภิมหาประชานิยม”กันแหงมๆ .. เป็นเหมือน“ที่พึ่งสุดท้าย”ของ “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่คงจะไปคาดหวัง “แต้มใหญ่” อย่างการปฏิรูป ที่ทำไปทำมาเป็น“ปฏิลูบๆ คลำๆ” ไม่ทันแล้ว ภาระหนักจึงตกมาอยู่ที่ “เฮียกวง”ส่วนรอดไม่รอด ก็อีกเรื่อง .. ทว่าหมากเกมนี้ของ “ขุนทหาร”ที่หวังพึ่งกึ๋นทางเศรษฐกิจของ“ทีมสมคิด”นี่ต่างหาก ที่ทำให้เหล่า“นักการเมือง - นักเลือกตั้ง”โดยเฉพาะซีก“เพื่อไทย”ดิ้นเป็น“ไส้เดือนโดนขี้เถ้า”..ก็ด้วย “รู้ทาง”ดีว่า “เฮียกวง”ที่เคยเป็น “มือประชานิยม”ใน “รัฐบาลทักษิณ”คิดอ่านการใด .. ยิ่งความที่“น่าจะ”เป็นปีสุดท้ายของรัฐบาล คสช. ท่ามกลางสถานการณ์ความนิยมตกต่ำ ก็ดูจะมีเรื่อง“ตัวเลขเศรษฐกิจ”นี่แหละที่พอจะกู้หน้า “รัฐบาลลายพราง”ได้บ้าง ..
ยิ่งล่าสุด ที่ไปพูดตอกย้ำ ที่งานสัมมนาหอการค้า ที่จ.สุราษฎร์ธานี บอกว่าปีหน้า จะเป็นปีแห่งการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนมให้มากขึ้น จะชงครม. ”ปลดล็อก อบต.-อบจ.” ให้สามารถนำเงินของหน่วยงานที่มีอยู่ประมาณแสนล้าน มาทำโครงการสร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ให้กับท้องถิ่น สอดรับกับแผนของ "อาคม เติมพิทยาไพสิฐ" รมว.คมนาคม ที่บอกว่า ในปี 61 จะทุ่มงบลงทุน ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคม ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ อีก 3 แสนล้าน บวกกับแผนรองรับการพัฒนา อีอีซี กว่า 103 โครงการ ในช่วง 4-5ปีข้างหน้านี้ อีกกว่า 7 แสนล้านบาท ทั้งปรับปรุงสนามบินอู่ตะเภา โยงระบบรางกับ สนามบินสุวรรณภูมิ และ ดอนเมือง ขยายท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 อีก อัดฉีดขนาดนี้ ถ้ายังปลุกไม่ขึ้นก็ให้มันรู้ไป
นี่ถ้าปล่อยให้ “สมคิด”ได้เดินเกมถนัดถนี่เหมือนครั้งปั้น“รัฐบาลแม้ว”จนติดลมบน หากแต่เปลี่ยนชื่อ รีโนเวตใหม่ในนาม “ประชารัฐ” ที่ผลลัพธ์ คือการอัดฉีดเม็ดเงินลงในระบบเหมือนกัน ลด-แลก-แจก-แถม วัดใจโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง .. ไม่น่าแปลกที่“สมคิด”ถูกโจมตี ดิสเครดิต ตั้งแต่ระฆังยังไม่เคาะให้เริ่มชก เพราะ“นักการเมือง”รู้ดีว่า หากปล่อย “รัฐบาลลายพราง”เดินเกมทุกอย่างเข้าทาง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้น “ประชาชน”อยู่ดีกินดีมีเงินใช้สอย .. การเลือกตั้งในช่วงปลายปี“คะแนนนิยม”จะสวิงมาที่ “บิ๊กตู่-พ้องพวก”ทันที จนอาจมีคำถามว่า “ทักษิณ นี่ใครวะ ??”.
** โฆษกขวัญใจมหาชน !! “อธิบดีไก่อู”ทุบโต๊ะห้ามช่อง 11 กรมประชาฯ ถ่ายทอดสดงานรัฐบาล จงใจให้“เจ๊ง”รายได้หด ก่อนหาทาง “เจี๊ยะ” ชงของบสนับสนุนก้อนใหม่ ส่วนที่สำนักโฆษกฯ ก็โดนเม้าต์แซ่ด หาเรื่องตั้งหน่วยงานใหม่ยุ่บยั่บ เปิดที่นั่งให้“เด็กในเครือ”
ต้องบอกว่าปฏิบัติการเชิงรุก“ไอโอ”สู้ศึกข้อมูล-ข่าวสาร “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คาดหวังกับ“โฆษกขวัญใจมหาชน” อย่าง “ทั่นไก่อู”พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ค่อนข้างมาก .. ถึงขนาดให้ถ่างอีกขามาควบเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เลยทีเดียวเชียว .. ยิ่งช่วงสุดท้ายของรัฐบาล หากงานด้านข่าวสารยังอืด มีสิทธิ์โดนคาดโทษกันบ้าง แต่ได้ข่าวมาว่าการทำงานใน “กรมประชาสัมพันธ์” ไม่ค่อยสู้ดีนัก .. ผลงานไม่มี สนใจแต่ขยายอำนาจใน“กรมกร๊วก”มีทั้งส่ง“คนข้างกาย”เหล่ากอ“ลูกหลานผู้มากบารมีโซนภาคเหนือ”ไปนั่งคุม แถมตั้ง “ทีมงานอาจารย์”ถือตำราไปทำงาน จนบรรดาพนักงานทั้งระดับสูง-ระดับล่าง ส่ายหัว ต้านนโยบาย .. และจู่ๆ “ทั่นอธิบดี”ก็มีคำสั่งไม่ให้ “ช่องหอยม่วง” ถ่ายทอดสดงานของรัฐบาล อุทานกันใหญ่“เฮ้ย มีงี้ด้วย!!” ..เรื่องของเรื่อง “อธิบดีไก่อู”โอนไปให้ “ช่องลายพราง”ทำหน้าที่แทน อ้างเหตุผลลดค่าใช้จ่ายต่างๆ นานา ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า“เส้นเลือดใหญ่”ของ “ช่องหอยม่วง”ที่ทำให้ “พนักงาน”ลืมตาอ้าปากได้ ก็งานถ่ายทอดสดที่ทำให้มี“โอที”.. วิธีบริหารของ “ทั่นโฆษก”ไปตัดงบหลักของช่อง เพราะจะหวังจาก“โฆษณา”ที่แทบจะไม่มีอยู่แล้ว หากไม่ได้ถ่ายทอดสดงานของรัฐบาล คำถามจาก“พนักงาน”ถึง “ทั่นโฆษก”แล้วท่านจะเอาเงินมาจากไหน .. คำตอบไม่ยาก จากปาก“บิ๊กช่องหอยม่วง”ก็แค่ชงเรื่องของบฯสนับสนุนจากรัฐบาล .. พูดกันให้เข้าใจง่ายๆ บริหารให้ “เจ๊ง”ก่อน “เจี๊ยะ”ด้วยการของบประมาณจากภาษีประชาชน ..
ข้ามมาที่ “สำนักโฆษก”ที่ “ทั่นโฆษกไก่อู”ถางขาคุมอยู่ ส่อแววได้ปรับโครงการสร้างกันอีกครั้ง เมื่อ “ทั่นโฆษก”ยังคงไอเดียบรรเจิด เตรียมเพิ่ม “กองงาน”ขึ้นใหม่ หวังให้การขับเคลื่อนไฉไลกว่าเดิม แต่คนเพิ่ม-งานเท่าเดิม .. เหมือนครั้งที่ปรับโครงการสร้างตั้ง “กลุ่มสื่อสารเชิงกลยุทธ์”โยก “ขรก.คนสนิท” มานั่งแท่นผู้อำนวยการ จ้างบุคลากรสัญญาจ้างอีก 3 คน รับเงินเดือน 17,000-20,000 ต่อเดือน ต่อปีตกปีละ 612,000-720,000 บาท ที่ต้องเสียไป .. แถมยังพูดกันหนาหูว่า งานหลักของ “กลุ่มสื่อสารเชิงกลยุทธ์”คือการทำแฟนเพจ “เปรี้ยง”ที่ไม่เปรี้ยงสมชื่อ ดีแต่เอาข้อมูลอินไซด์ ครม. มาปั่นยอดไลค์วูบวาบเป็นพักๆ แค่นั้น .. หาก “ทั่นไก่อู”จะตั้ง “กองงาน”ขึ้นมาใหม่อีก คงต้องลองถามใจตัวเองดู จะตั้งมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร แล้วจะทำงานบรรลุเป้าหมายหรือไม่ .. เพราะงบประมาณที่ใช้ “จ้างบุคลากร”มาจากภาษีประชาชน ไม่ได้มาจากกระเป๋าของ “ทั่นอธิบดีไก่อู”เอง.
ช.ชฎา