xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว : แถวนี้มันเถื่อน ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้!! ปูด “ใบสั่งตึกไทยฯ” จัดซื้อเครื่องแสกนม่านตาพันล้าน ทำ ก.แรงงานแตกหักเด้ง “อธิบดีจัดหางาน” ไม่บอกกล่าว ผลักไส “บิ๊กบี้” ไขก๊อกไปเลี้ยงหลาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา,พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล และ วรานนท์ ปีติวรรณ
ข่าวปนคน คนปนข่าว



** แถวนี้มันเถื่อน ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้!! ปูด “ใบสั่งตึกไทยฯ” จัดซื้อเครื่องแสกนม่านตาพันล้าน ทำ ก.แรงงานแตกหักเด้ง “อธิบดีจัดหางาน” ไม่บอกกล่าว ผลักไส “บิ๊กบี้” ไขก๊อกไปเลี้ยงหลาน

แหม.. ถ้า “บิ๊กบี้” พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกจาก รมว.แรงงาน ด้วยเหตุผล “ไปทำธุรกิจ” อย่างที่ “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ้างจริง ฉากจบคงไม่ดูแตกหักเยี่ยงนี้หรอก .. อย่าปฏิเสธไปเลยว่า “ฟางเส้นสุดท้าย” ก็มาจากคำสั่งมาตรา 44 เด้ง วรานนท์ ปีติวรรณ พ้นจากอธิบดีกรมการจัดหางาน ไปเป็นรองปลัดกระทรวงฯ สลับดอกกับ อนุรักษ์ ทศรัตน์ มาเป็นอธิบดีกรมการจัดหางาน แทน .. เป็นคำสั่งที่ชัดเจนว่า ทั้ง “เจ้ากระทรวง” และ “คนโดนเด้ง” ไม่รู้เนื้อรู้ตัว .. ท่ามกลางเสียงลือจาก “กระทรวงจับกัง” ว่า เหตุที่ “อธิบดีวรานนท์” เก้าอี้หลุด จนเป็นเหตุให้ “บิ๊กบี้” ยกทีมงานลาออกทั้งคณะนั้น เรื่องงานไม่คืบหน้าก็ส่วนหนึ่ง .. แต่หลักๆมาจาก “ใบสั่ง” ของ “ดอกเตอร์ อ.” ผู้ใกล้ชิดท่านผู้นำ “สตาฟบนตึกไทยคู่ฟ้า” ให้ “กรมจัดหางาน” ตั้งเรื่องจัดซื้อ “เครื่องสแกนม่านตา” มูลค่ากว่าพันล้านบ. เพื่อใช้ในภารกิจตรวจสอบแรงงานต่างด้าว .. ด้วย “อธิบดีวรานนท์” จับสัญญาณได้ว่า “มีงาน-มีเงินทอน” ถ้าเรื่องแดงข้นมาตัวเองก็เป็น “แพะ” แบบไม่ต้องสืบ .. อีกทั้ง “ใบสั่ง” ยังมาในรูปแบบปากเปล่า ไร้ลายลักษณ์อักษรจาก จรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่ทำหน้าที่ส่งสารเท่านั้น .. พอเรื่องไม่คืบก็เลยมีคำสั่งตรงจากตึกไทยฯ โดยไม่ผ่าน “เจ้ากระทรวง” เด้งดึ๋งพ้นทางไปซะ .. ซ้ำเติมแผลใจเก่าที่ยังไม่สมาน เมื่อครั้งที่ ครม. มีมติแต่งตั้ง “ปลัดจรินทร์” จากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย มาเสียบยอดเป็นปลัดกระทรวงฯ เขี่ยทิ้งชื่อ “แคนดิเดตคนใน” ที่ “บิ๊กบี้” พยายามผลักดัน .. เท่ากับว่า “พี่ตู่” รุ่นพี่ ตท.12 ไม่ไว้หน้า “น้องบี้” รุ่นน้องร่วมสถาบัน ตท.รุ่น 13 ที่เติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาแม้แต่น้อย .. และเอาเข้าจริงๆการตั้ง “ปลัดจรินทร์” ก็เป็นการแก้ปัญหาให้กับ “พี่ป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ต้องการเลี่ยงความขัดแย้งที่ “กระทรวงคลองหลอด” ในการขับเคี่ยวชิงเก้าอี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงต้องหาที่นั่งในระนาบเดียวกันให้ “จรินทร์” เพื่อปูทางให้ “บิ๊กฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้อย่างสะดวกโยธิน .. ไล่เรียงตามนี้ ก็จะเห็นได้ว่า “น้องบี้” ถูก “พี่ตู่” ที่รับดาบจากคนใกล้ชิด ทั้งพี่เลิฟ “บิ๊กป๊อก” และล่าสุดก็ “ดอกเตอร์ อ.” กุนซือคู่ใจนายกฯอีก .. วงการนี้มันเถื่อน ลาออกไปเลี้ยงหลานดีกว่า.
 ภัครธรณ์ เทียนไชย และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
** มาตรฐานต่างกัน!! “ผู้ว่าฯอัศวิน” ฟัน “3 ผอ.เขต” เผาดอกไม้จันทน์ไม่เรียบร้อย แต่ผ่านไปร่วมสัปดาห์ “บิ๊กป๊อก” ดูย่ามใจพิกล เพิ่งตั้งกรรมการสอบ “ผู้ว่าฯชลบุรี-นนทบุรี”

มูลเหตุจากความไม่เรียบร้อยของพิธีวางดอกไม้จันทร์เหมือนกันแท้ๆ แต่ภาวะผู้นำต่างกัน .. ด้านหนึ่ง กระทรวงมหาดไทยของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ออกตัวมาอุ้ม “ผู้ว่าฯหนุ่ย” ภัครธรณ์ เทียนไชย พ่อเมืองชลบุรี ที่กำลังถูกกระแสกดดันจากชาวบ้านให้ออกนอกพื้นที่ .. เงื้อง่าตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่อง “ผู้ว่าฯชลบุรี” พร้อมๆกับ “ผู้ว่าฯนนทบุรี” ที่มีปัญหาเดียว ขีดเส้นรู้ผลใน 7 วัน .. อีกด้าน “บิ๊กวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้รับรายงานว่า 3 สำนักงานเขตเผาดอกไม้จันทน์ที่ประชาชนนำมาบริจาคไม่หมด เท่านั้นล่ะ สั่งการย้าย 3 ผอ.เขตที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยราชการสำนักปลัดฯทันที เด็ดขาดกว่ากันเห็นๆ .. มีร้องรอบความน่าสนใจถึงสาเหตุที่ “ท่าน มท.1” ดูไม่ค่อยตื่นเต้นกับสถานการณ์ในพื้นที่ชลบุรี ที่มีการนัดหมายชุมนุมเรียกร้องให้ “ผู้ว่าฯชลบุรี” ลาออกจากตำแหน่ง-ย้ายนอกพื้นที่ จากข้อหาฉกรรจ์ “ไม่สมพระเกียรติ - ไม่เห็นหัวประชาชน” ที่ผ่านมาร่วมสัปดาห์ ทางกระทรวงฯเพิ่งมาตั้งกรรมการสอบ .. ใจเย็นดีแท้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
** หมูเขาจะหาม เอาคานไปสอด!! “กฤษฎีกา” ไม่ไว้หน้า “ป๋าป้อม” เบรก “สมาคมว่ายน้ำ” หัวทิ่ม หลังขอเงินกองทุนกีฬา 357 ล้าน สร้างสระว่ายน้ำ-สระกระโดดน้ำมาตรฐาน

ไม่รู้ซะแล้วว่าไผเป็นไผ .. เมื่อ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่อนหนังสือลงนามโดย ดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการฯกฤษฎีกา ตอบกรณีที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สอบถามว่าจะเอาเงิน กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ราว 357 ล้านบาท ไปสนับสนุน สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยฯ ในการสร้าง “สระว่ายน้ำ-สระกระโดดน้ำ” ได้หรือไม่ .. สรุปว่า “เบรกหัวทิ่ม” ด้วยเหตุผลที่ว่า ขัดกฎหมายและไม่เข้า “หลักเกณฑ์” การใช้จ่ายเงินของกองทุนพัฒนาการกีฬา ที่เน้นประโยชน์ “ตัวนักกีฬา - บุคลากรกีฬา” เป็นหลัก ไม่สามารถใช้สนับสนุนด้าน “โครงสร้างพื้นฐาน” ทั้งที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง หากไม่เกี่ยวกับการจัดมหกรรมกีฬาระดับชาติ พร้อมไล่ส่งให้ กกท.ไปทำเรื่องขอจากงบประมาณปกติ .. ถ้าดูเนื้อหาหนังสือจาก กกท.ก็จะพบว่า ทาง กกท.เองก็แม่นหลักเกณฑ์อยู่แล้ว แต่ที่ถาม “กฤษฎีกา” ไป ก็คงประมาณ “เผื่อฟลุก” จะได้เมคชัวร์ว่า ไม่เอาเท้าแหย่เข้าตาราง .. ด้วย “ออเดอร์” ที่ขอมา ก็มาจาก สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ที่มี “บิ๊กบราเทอร์ส คสช.” อย่าง “ป๋าป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นั่งเป็น “หัวเรือใหญ่” อยู่ จะบอกปัดเองเลย ก็คงไม่เป็นคุณกับ “บิ๊ก กกท.” ทั้งหลาย .. ทว่า “กฤษฎีกา” ก็ยังเปิดช่องให้อีกว่า “บอร์ดกองทุนพัฒนากีฬา” มีอำนาจในการพิจารณาเป็นกรณีๆไปได้ .. ตัวประธานกองทุนพัฒนากีฬา ก็ไม่ใช่ใครเป็น “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯกำกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นั่นเอง .. ต้องจับตาดูต่อไปว่าทั้ง “บิ๊กป้อม - บิ๊กเจี๊ยบ” จะเดินหน้าโปรเจ็คต์นี้ต่อไปท่าไหน อาจจะมีการเล่นกล ดัดแปลงโครงการให้เป็น “ศูนย์บำบัดนักกีฬา” อย่างที่กฤษฎีกาได้ชี้ช่องไว้ก็เป็นได้ .. จริงๆหากเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็น่าจะสร้างๆไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ต้องถามว่าที่ระยะหลังผลงาน “สมาคมว่ายน้ำ” จากที่เคยชิงตำแหน่ง “เจ้าสระอาเซียน” กับหลายชาติอย่างสูสี มาวันนี้ตกต่ำแบบไม่มีแววกระเตื้อง ทั้งที่มีผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่าง “ป๋าป้อม” อุตส่าห์ให้เกียรติมาเป็นนายกสมาคมฯ จนโดนนินทาว่า แค่มาเหยียบเป็นบันไดไปนั่ง “ประธานโอลิมปิคไทย” รึเปล่า .. แล้วปัญหามันอยู่ที่ขาดสนามฝึกซ้อม หรือไร้ปัญญาวางแผนพัฒนานักกีฬากันแน่ ตอบตัวเองให้ได้ก่อนเต๊อะ.

ช.ชฎา
กำลังโหลดความคิดเห็น