xs
sm
md
lg

ฟันเพิ่มอีก 3 คดี ทุจริตมัดตราสัง “แม้ว” ดิ่งนรก !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมืองไทย 360 องศา



ถ้าบอกว่า “กระอัก” ก็ต้องถือว่าใกล้เคียงกับสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานี้ สำหรับ ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวของเขา และถ้าจะเหมารวมหยาบๆ ว่า เป็นการ “กลั่นแกล้ง” ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะทุกเรื่องย่อมมีที่มาที่ไป เป็นผลมาจากพฤติกรรม จากพยานหลักฐานทั้งสิ้น และที่สำคัญ สุดท้ายแล้วตามกระบวนการใหม่ขึ้นอยู่กับการ “ไต่สวนหาความจริง” ของศาล

สำหรับ ทักษิณ ชินวัตร ล่าสุด ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มอบหมายให้สำนักคดีของ ป.ป.ช. ไปดำเนินการคดีเก่าที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอาไว้แล้วศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระงับคดีเอาไว้ชั่วคราวจำนวน 2 คดี เนื่องจากเขาหลบหนี คือ คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ให้กับรัฐบาลเมียนมา วงเงิน 4 พันล้านบาท โดยเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ชินคอร์ป และคดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือคดี “หวยบนดิน”

ทั้งนี้ การรื้อฟื้นคดีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ ซึ่งทำให้สามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ หลังจากที่ผ่านมา เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร หรือจำเลยหลบหนีศาลก็ต้องจำหน่าย หรือระงับคดีเอาไว้ชั่วคราว

ก่อนหน้านี้ ทางอัยการสูงสุดก็ได้รื้อคดีทุจริตการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่ถูกระงับเอาไว้ชั่วคราวในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจากเหตุผลเดียวกันคือ “หนี”

นอกเหนือจากนี้ อัยการสูงสุดยังได้สรุปสั่งฟ้อง ทักษิณ ชินวัตร ในคดี “จาบจ้วงเบื้องสูง” มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการที่เคยให้สัมภาษณ์ที่ประเทศเกาหลีเมื่อปี 2558 พาดพิงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งกรณีเดียวกันนี้ได้ถูกกองทัพบกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทมาแล้วด้วย

ดังนั้น หากพิจารณาจากความเคลื่อนไหวดังกล่าวรวมแล้วทั้งหมดแบบเน้นๆ เนื้อๆ ที่ ทักษิณ ชินวัตร ต้องโดนคือ 4 คดี แยกเป็นคดีทุจริต 3 คดี และคดี “หมิ่นเบื้องสูง” อีก 1 คดี ทุกคดีถือว่า “หนัก” ทั้งสิ้น เสี่ยงคุกตะรางทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน ยังส่งผลต่อสถานะทางสังคมของเขาและครอบครัวอีกด้วย โดยเฉพาะส่งผลกระทบทางการเมืองต่อเขาและพรรคเพื่อไทยที่เขาให้การอุปถัมภ์ค้ำชูมานานอีกด้วย

เพราะเมื่อถูกดำเนินคดีในข้อหาทุจริต และคดี “หมิ่นเบื้องสูง” มันก็ย่อมทำให้หลายคน “ตีตัวออกห่าง” เพราะไม่อยากให้แปดเปื้อน แม้ว่าในความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งเขาก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังหนุนแบบสุดจิตสุดใจ ไม่สนใจว่าจะมีเรื่องอื้อฉาวแบบไหนก็ตาม แต่ถึงอย่างไรเมื่อโดนคดีสำคัญแบบนี้ โดยเฉพาะคดีหมิ่นเบื้องสูง เรื่องแบบนี้มันอ่อนไหวก็ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนแน่นอน

พิจารณาจากปฏิกิริยาที่ ทักษิณ ชินวัตร ส่ง พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน คนใกล้ชิดไปยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากอัยการสูงสุด กรณีถูกดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 112 นั่นไง ยิ่งใน “บรรยากาศ” แบบนี้มันก็ยิ่งเดือดร้อน

นั่นว่ากันเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตร ล้วนๆ ยังไม่นับคนในครอบครัวที่กำลังจะถูกดำเนินคดีตามมาเป็นพรวน ที่เห็นชัด ก็คือ พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ จากกรณีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ซึ่งก็แตกไลน์มาจากคดีที่พ่อของเขากำลังถูกรื้อคดีที่อยู่ในศาลฎีกาฯมาพิจารณาต่อ

นอกจากนี้ ยังมีคดีที่เกี่ยวเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะโครงการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่กำลังจะโยงไปถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เพิ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสั่งจำคุก 5 ปี แต่เธอก็หลบหนีไปต่างประเทศในเวลานี้

ดังนั้น หลังจากที่พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีผลบังคับใช้ ทำให้สามารถดำเนินคดี “ลับหลัง” จำเลยได้ทำให้คดีทุจริตหลายคดีที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ถูกนำออกมาดำเนินการต่อจนจบ ซึ่งก็ทำให้ ทักษิณ ชินวัตร โดนเข้าไปเต็มๆ ทุกคดีที่เป็นอยู่ในเวลานี้ถือว่าไม่ต่างจาก “ตกนรก” โดยเฉพาะคดี “หมิ่นเบื้องสูง” ที่เขากำลังถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง แม้ว่าคดีหลังนี้เป็นคดีอาญา ไม่อาจพิจารณาคดีลับหลังได้ต้องนำตัวจำเลยมายื่นต่อหน้าศาล แต่อย่างที่บอกเพียงแค่นี้เขาก็นั่งไม่ติดแล้ว !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...