xs
xsm
sm
md
lg

“สมชาย”ปลดชนัก 7 ตุลาฯ ทำ“เจ๊หน่อย” ได้แต่ฝันค้าง

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

ผ่านไปแล้ว 2 หมายสำคัญบนปฏิทินร้อนเดิอน ส.ค.60

เริ่มด้วยคิวแถลงปิดคดีด้วยวาจาของ “หนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่อดีตนายกฯ ตกเป็นเป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

บรรยากาศก็เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ เมื่อบรรดา “สาวก- แฟนคลับ” ที่แห่แหนไปส่งเสียงเย้วๆ “ยิ่งลักษณ์สู้ๆ” ให้กำลังใจ “เจ้าของแฟนเพจ 6 ล้านไลค์” ที่หน้าศาลฯ ภายในศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เป็นบรรยากาศที่ดูจะน่าสนใจกว่าเนื้อหาสาระที่ “หนูปู” อ่านโพยในเรื่องเดิมๆ ที่มีการแจกแจงออกมาเป็น 6 ประเด็นหลัก ในการหักล้างข้อกล่าวหาของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมีรายงานข่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ “สาวปู” อ่านโพยเกือบ 20 หน้า ในห้องพิจารณาคดีนั้น น้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมที่จะหลั่งน้ำตาตลอดเวลา

เหมือนเป็นการเฉลยว่า อดีตนายกฯที่ไม่ได้ถนัดเรื่องการพูดจาปราศรัย เหตุใดจึงเลือกขอแถลงปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลฯ ซึ่งก็คงต้องการสื่อสารความรู้สึก "ออดอ้อน-ขอความเห็นใจ" และสร้างกระแส “ดรามาน้ำตาแตก” ซึ่งเป็น “ท่าไม้ตาย” ที่มักทำอยู่บ่อยๆ ในเวลาที่ต้องการเรียกเรตติ้ง-เรียกคะแนนสงสาร

หากแต่การพิจารณาในชั้นศาลฯ ไม่ได้ให้น้ำหนักว่า จำเลย-โจทก์ ใครจะตีบทแตกกว่ากัน หากแต่ว่ากันด้วยเรื่องพยาน หลักฐาน อันนำมาสู่คำพิพากษา ที่นัดหมายกันในวันที่ 25 ส.ค.นี้

อย่าไรก็ตาม บางช่วงบางตอนขอคำแถลง “หนูปู” แม้จะยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ในทางกลับกัน ก็เหมือนทำร้ายเพื่อนร่วมชะตากรรมอย่าง บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และพวก หรือ “แก๊งจีทูเจ๊” ในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษา ในวัน และเวลาเดียวกัน

“..ดิฉันไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในการระบายข้าว การระบายข้าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์การระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล ซึ่ง ครม.ได้มอบหมายความรับผิดชอบให้กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าต่างประเทศไป .. แต่กรณีภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ปรากฏว่ามีการรายงานผลการระบายข้าวให้ดิฉันและ ครม.ทราบแต่ประการใด .. ดิฉันไม่ได้มีเจตนาพิเศษ ที่จะปกปิดข้อมูลในการระบายข้าวแบบจีทูจี และเป็นการแสดงว่าดิฉันมิได้สมยอม ให้ผู้ใดกระทำการทุจริตในการระบายข้าว หรือมีการกระทำที่ปกป้องผู้หนึ่งผู้ใด ตามข้อกล่าวหาของโจทก์..” คือถ้อยคำที่ “ยิ่งลักษณ์” กล่าวต่อศาลฯ

ท่อนที่เหมือนฟาดไปกลางกระหม่อม “บุญทรงแอนเดอะแก๊ง” คงเป็นท่อนที่ว่า "เมื่อดิฉันไม่ทราบ จะถือว่าดิฉันปกปิดการระบายข้าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้หนึ่งผู้ใดตามที่โจทก์กล่าวหาได้อย่างไร"

เสมือนหนึ่งยอมรับกลายๆ ว่า มีการทุจริตในกระบวนการระบายข้าว แต่ตัวเธอในฐานะผู้นำรัฐบาลไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย

อย่างไรก็ตาม ต้องรอลุ้นผลการตัดสินในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ว่าจะออกหัว หรือก้อย ลงหรือยก หรือจำเลยจะมากันพร้อมเพรียงหรือไม่ แต่ที่มากันแน่ๆ ก็คงเหล่า “สาวก-แฟนคลับ” ที่มาลองเชิงไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 ส.ค. เชื่อว่าในวันพิพากษา 25 ส.ค. คงมากันล้นหลามมากกว่าเดิม

อีกหมายที่ผ่านพ้นไปแล้วก็คิวที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษา “ยกฟ้อง” จำเลยทั้ง 4 คน ประกอบด้วย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี , พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 51 กรณีร่วมกันสลายการชุมนุมและไม่ดำเนินการระงับยับยั้งเป็นเหตุให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย อันเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 83

สาระของคำพิพากษา ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติการตามขั้นตอนของแผนรักษาความสงบแล้ว และจำเลยไม่ได้มีเจตนาพิเศษเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำร้ายผู้ชุมนุมให้ได้รับอันตรายแก่กายและเสียชีวิตแต่อย่างใด

งานนี้กระแสฝั่งหนึ่งกระแทกไปที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโจทก์ยื่นฟ้องคดี ที่มีข่าวว่า ปล่อยไม่เต็มหมัด สู้ไม่เต็มที่ จนทำให้จำเลยทั้ง 4 คนที่หลายคนมองว่าเป็น “ฆาตกร” รอดพ้นอาญาแผ่นดินไปได้ ที่เหลือก็ต้องดูท่าทีของ ป.ป.ช. ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อีกทีว่าจะอุทธรณ์คำพิพากษาตามที่กฎหมายเปิดทางไว้หรือไม่

นอกเหนือจากผลของคดีที่ทำให้จำเลยทั้ง 4 ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหมือนคนได้เกิดใหม่แล้ว ยังผลไปถึงในทางการเมือง อนาคตของ “ระบอบทักษิณ - พรรคเพื่อไทย - ตระกูลชินวัตร” อีกด้วย

จากเดิมที่มีข่าวมาตลอดว่าขุมอำนาจฝ่าย ทักษิณ ชินวัตร หมดตัวเล่น หากคนมาขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เนื่องจากถูกสอยร่วงระนาว รวมทั้ง “น้องปู” น้องสาวสุดเลิฟด้วย จนทำให้ในช่วงที่รัฐบาลทหารเรืองอำนาจ ทิศทางการขับเคลื่อนของพรรคเป็นไปอย่างไม่เป็นเอกภาพ มีแกนนำหลายคนชิงดีชิงเด่น สร้างผลงานให้เข้าตา “นายใหญ่” เนื่องจากทุกคนเห็นว่า คงเป็นคิวของคนนอกตระกูลชินวัตร ที่จะได้โอกาสมาถือหางเสือ ขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยเสียที โดยเฉพาะรายของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่นครบาล ที่เดินเกมอย่างหนักหน่วงในช่วงหลัง

หลังคำพิพากษา 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ทำให้เกมพลิกทันที แม้จะมีออปชั่นการยื่นอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.อยู่ก็ตาม แต่คำตัดสินของศาลฯในวันนั้นก็เหมือนเป็นการปลดพันธนาการของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ 75 วัน ผู้ไม่เคยได้เข้าไปเหยียบทำเนียบรัฐบาลในฐานะผู้นำประเทศแม้แต่วินาทีเดียว

จนกลายเป็น “รอยด่าง-แผลเป็น” ทางการเมืองที่จะติดตัว “สมชาย” ไปจนวาระสุดท้าย

เมื่อปลดชนักด้ามใหญ่ที่คาหลังมาตลอด 9 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งไม่มีคดีความใดๆคั่งค้างที่จะกระทบกับเส้นทางการเมือง จึงไม่แปลกที่จะมีการมองว่า “สมชาย” คงรีเทิร์น คืนสนามการเมืองรอบหน้าอย่างแน่นอน ในฐานะผู้ถือธงนำฝ่ายทักษิณด้วยซ้ำ

ว่ากันว่า ไม่ใช่เพียงความต้องการของเจ้าตัวเท่านั้น แต่เป็นศรีภรรยา “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของนายทักษิณ ที่มีความต้องการมากกว่าที่อยากให้สามีสุดเลิฟได้โอกาสเป็นผู้นำรัฐบาลอีกคำรบ เพื่อก้าวเข้าไปประกาศศักดาบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ยิ่งคิดแทน “นายใหญ่ทักษิณ” ที่นิยมชมชอบให้ความไว้ใจ “คนในครอบครัว” มากกว่า “คนนอก” เป็นทุนอยู่แล้ว การที่จะผลักดัน “น้องเขย” ตัวเองเป็นขุนศึกในการต่อกรกับโรดแมปสืบทอดอำนาจของรัฐบาลทหาร ก็อยู่ในใจ “พี่แม้ว” อยู่แล้ว

การชู “สมชาย” ขึ้นนำพรรคเพื่อไทย ก็น่าจะเป็นขวัญกำลังให้แก่ลิ่วล้อ-เด็กในสังกัดได้เป็นอย่างดี หากแต่ก็มีบางคนอกหัก อดสานฝันนายกฯหญิคนที่ 2 ของประเทศไปแบบเจ็บปวดรวดร้าว.
กำลังโหลดความคิดเห็น...