สลค. ถอนเรื่อง ร่าง กม. “เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ” เลขหมายเดียว 191 ใช้ได้ ทั่วราชอาณาจักร ออกจากที่ประชุม เหตุยังมีความไม่พร้อมในข้อมูลหลายประการ เผยปี 58 ครม. เคยรับหลักการ สตช. เสนอตั้ง คณะกรรมการบริหารหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ “นายกรัฐมนตรี” เป็นประธาน
วันนี้ (2 พ.ค.) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. ขอถอนเรื่อง ร่าง พ.ร.บ. การจัดให้มีการบริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติเลขหมายเดียวทั่วราชอาณาจักร คือ 191 ออกจากที่ประชุม เนื่องจากเลขาฯ ครม. แจ้งว่ายังมีความไม่พร้อมในข้อมูลหลายประการ
ทั้งนี้ เมื่อปี 2558 ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ. หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนหมายเลขกลางตามสากล โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งชื่อว่า คณะกรรมการบริหารหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทำการบริหารจัดการเชื่อมโยงเครือข่ายหมายเลขที่จำเป็นในการติดต่อฉุกเฉินของประชาชน เมื่อประชาชนติดต่อมาจะเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานที่ต้องการติดต่อโดยไม่คิดค่าบริการ
มีสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ 1. กำหนดบทนิยามศัพท์ต่างๆ เพื่อความชัดเจนในการใช้บังคับกฎหมาย 2. กำหนดเป็นหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติสำหรับใช้เพื่อการแจ้งเหตุฉุกเฉิน 3. กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกรรมการโดยตำแหน่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ
4. กำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้หน่วยงานของรัฐ และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมจัดให้มีระบบโครงข่ายเชื่อมโยงในการให้บริการ ส่งเสริม และสนับสนุนหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการระงับและบรรเทาเหตุฉุกเฉิน เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา หรืออุปสรรค เปลี่ยนแปลงการกำหนดหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ แต่งตั้งอนุกรรมการ รวมทั้ง ออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการ 5. กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการ รับผิดชอบงานธุรการ งานวิชาการ และกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานของคณะกรรมการ 6. กำหนดห้ามผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเรียกเก็บค่าตอบแทน หรือค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการให้บริการหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติจากผู้แจ้งเหตุฉุกเฉิน
7. กำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้แจ้งเหตุฉุกเฉินโดยไม่เป็นความจริง และ 8. กำหนดให้ผู้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินและผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้รับการคุ้มครองและไม่เป็นความผิดกฎหมายสำหรับการเข้าถึงและแจ้งข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
อย่างไรก็ตาม เมื่อกลางปีที่แล้วรัฐบาลมีนโยบายในการกำหนดร่างกฎหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินให้เป็นเลขหมายสากล โดยมี กสทช. เป็นผู้มีอำนาจและกำหนดหมายเลข และขณะนี้ร่างกฎหมายการจัดให้มีการบริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติเลขหมายเดียวทั่วราชอาณาจักร ครม. ก็ขอให้ถอนออกไปก่อน
อย่างไรก็ตาม ในครั้งนั้น ครม. อนุมัติในหลักการเป็นเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังหน่วยงานที่ต้องการติดต่อได้มากกว่าหมายเลขเดิม ส่วนหมายเลข 191, 1669 ก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ


