xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว : แห่ศพ-โหนคนตาย ความอำมหิตของ “ธัมมชโย”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว



ปฏิบัติการไล่ล่า “พระธัมมชโย” เจ้าลัทธิธรรมกาย ยังอยู่ในช่วงซอยเท้า ไม่คืบหน้าไปไหน แต่ก็มีสัญญาณที่เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อย 2 เรื่อง … เรื่องแรก ฝ่ายรัฐค่อนข้างมั่นใจขึ้นตามลำดับกับการยังซุกตัวอยู่ในเขตพัทธสีมา “วัดพระธรรมกาย” ของตัว “หลงพ่อนะจ๊ะ” ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินสหกรณ์ฯ คลองจั่น ด้วยการข่าวที่ยืนยันว่า ผู้มีนิกเนมว่า “ธัมมี่” ติดหรู - อยู่สบาย คงไม่เสี่ยงไปตกระกำลำบากที่ไหน อีกทั้งมั่นอกมั่นใจในความ “หน้ามืดตามัว” ของเหล่าสาวก ที่ก้มหน้าก้มตาพิทักษ์องค์เจ้าลัทธิอย่างยอมสละชีพแทนได้ สำทับด้วยสรรพกำลังที่ยังระดมมาปกป้อง “ฐานที่มั่นวัดจานบิน” อย่างไม่ขาดสาย ที่เชื่อว่าเป็นอาการ “จนตรอก” มากกว่า “สับขาหลอก” ได้อย่างแนบเนียน

ชัดเจนแจ่มแจ้ง “แดงแจ๋” อีกเรื่อง ก็การหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ “ระบอบทักษิณ” อันหมายถึง พรรคเพื่อไทย - คนเสื้อแดง กับทาง “ลัทธิธรรมกาย” ที่เกื้อหนุนกันมานาน นาทีนี้เมื่อ “รัฐบาล คสช.” เอาจริง ยกระดับมาตรการเข้มข้นขึ้น ก็จำเป็นต้อง “รวมกันเฉพาะกิจ” และวางงานกันแบบ ยิงนกตัวเดียวไม่เอานก 2 ตัว แต่กะจะสอยช้างทั้งเชือก ถือโอกาสโค่น “รัฐบาลทหาร” ในคราวเดียวกันไปเลย โดยมี “จุดร่วม” ในการ “เซตซีโร่” ล้มกระดานทุกๆ เรื่องราวที่รัฐบาลทหารกำลังดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ที่จะเป็นผลดีกับ “2 เจ้าลัทธิ” คนหนึ่ง “ธัมมชโย” อีกคนหนึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น ทักษิณ ชินวัตร และพวกพ้อง ที่มีคดีในชั้นศาล - ชั้นสอบสวนเป็นหางว่าว

ทว่า “รัฐบาล คสช.” ก็ไม่ใช่เด็กอมมือ อ่านเกมออก จับทางถูก รู้เท่าทัน “กลยุทธ์ - กลศึก” ที่ฝ่ายตรงข้ามวางไว้ ทั้งการปั่นกระแสรุนแรง ปั้น “ทุ่งคลองหลวง” ให้เป็น “ทุ่งสังหาร - สมรภูมิเลือด” โดยการส่งลิ่วล้อไปยั่วยุเจ้าหน้าที่ หวังให้เกิดการปะทะ เสียเลือดเนื้อแล้วโร่ไปฟ้องโลก ตามยุทธศาสตร์ “โลกล้อมประเทศ” ที่ “ทักษิณ” พยายามทำตลอดหลายปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับหมาก “แห่ศพ - โหนคนตาย” ที่ถอดมาจาก “ม็อบราชประสงค์” เมื่อปี 53 ที่เอะอะๆ ก็ประกาศว่า “ที่นี่มีคนตาย” ทั้งที่จุดแยกราชประสงค์ ไม่เคยมีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมแม้แต่รายเดียว

ทั้งหลายทั้งปวงลอกกันแบบเป๊ะๆ เป็น “ราชประสงค์โมเดล” ที่จ้องจะเอาความตายของคนในเครือข่ายมาตีกิน ทั้งรายของ อนวัช ธนเจริญณัฐ ผู้ศรัทธาลัทธิพระธรรมกายที่ตัดสินใจใช้เชือกผูกคอตนเองกับเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ โดยอ้างว่าเป็นการกดดันให้ คสช. ยกเลิกการใช้ มาตรา 44 จัดการกับลัทธิธรรมกาย ตามติดมาด้วย “ศพที่ 2” ที่คราวนี้ “เซตอัป” กันอย่างเป็นระบบ เนื่องจาก น.ส.พัฒนา เชียงแรง พยาบาลอาสาของวัดพระธรรมกาย เสียชีวิตจากโรคหอบหืด ในห้องพักของวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็น “พื้นที่ปิด” ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ การตระเตรียมวางแผนก็ทำได้โดยง่ายมากกว่า “ศพแรก” ที่เสียชีวิตในที่สาธารณะ

ความตายของ “ศพที่ 2” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการต่อสู้โดยไม่รอช้าเช่นกัน มีการขึ้นป้ายกล่าวหาโจมตีรัฐบาล ม.44 และดีเอสไอ ว่า ขัดขวางการเข้าให้ความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย แทบจะทันทีที่มีข่าวว่า น.ส.พัฒนา เสียชีวิต ท่ามกลางเงื่อนงำที่ต่างฝ่ายต่างตอบโต้กันอย่างถึงพริกถึงขิงในเรื่องห้วงเวลาที่เสียชีวิต ซึ่งต่างกันอย่างมี “นัยสำคัญ” การถกเถียงยังไม่จบ “ฝ่ายธรรมกาย” โดย “พระสนิทวงศ์” ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ก็นำผังลำดับเหตุการณ์มาแถลงอย่างละเอียดยิบ พร้อมบทสรุปแบบไม่ต้องเดาว่า “ม.44 ฆ่าคนตาย” โดยไม่พูดในมุมกลับกัน หาก “พระเดชพระคุณหลงพ่อ” อันเป็นที่รักของศิษยานุศิษย์ไม่ดื้อดึง ยอมเดินเข้ากระบวนการกฎหมายแต่โดยดี เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่เกิด

ไม่ใช่เพียงการสูญเสีย น.ส.พัฒนา เท่านั้น ยังย้อนไปถึง นายอนวัช ที่สละชีพไปก่อนหน้า ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรบุคคล ตำรวจ ทหาร ดีเอสไอ หลายพันรายที่ต้องมาง่วนอยู่กับปฏิบัติการปิดล้อมวัดพระธรรมกาย ต่อเนื่องไปถึงงบประมาณที่ต้องสิ้นเปลืองไปทุกขณะ ต่างๆ เหล่านี้หยุดง่ายมาก หาก “ธัมมชโย” ยังคิดว่าตัวเป็นพระ เป็นภิกษุผู้ทรงศีล ก็ควรรู้จักปลง รู้จักละในการเบียดเบียนผู้อื่น โดยคิดว่าจะเอาตัวรอดเพียงอย่างเดียว แต่หากคิดไม่ได้ ก็ไม่สมควรจะมีคำนำหน้าว่า “พระ” เพราะอำมหิตเกินมนุษย์มนา

ยังไม่แน่ไม่นอน อนาคตรถโดยสารด่วนพิเศษ “บีอาร์ที” ที่ทีแรก กรุงเทพมหานคร (กทม.) กะจะโละทิ้งสิ้นเดือน มี.ค. นี้ แต่เจอ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กระแอมทักเบาๆ เลยปรับแผนเรียกให้ ม.เกษมบัณฑิต มาช่วยทำโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อลมให้หายใจให้ “บีอาร์ที” ไปเมื่อเดือนก่อน โดย “บิ๊กวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. มอบให้ วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ดูแลเรื่องนี้ แว่วว่า ตอนนี้ผลโพลออกมาแล้ว แค่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แนวโน้มดี ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 … ฟันธงไม่กลัวหน้าแหก “บีอาร์ที” จะได้ไปต่อแน่นอน

เว้นวรรคจากปมร้อนๆ “กุนซือวัลลภ” ก็แว่บไปติดตามผลการดำเนินงานการบูรณาการปรับปรุงภูมิทัศน์ “ซอยหมอเหล็ง” หรือ ซอยรัชฏภัณฑ์ ย่านราชปรารภ ซึ่งอยู่ในความดูแลของ “เขตราชเทวี” งานนี้ ผอ.ชาตรี วัฒนเขจร ผอ.เขตราชเทวี นำทีมงานมาให้การต้อนรับ ภาพรวมเรียบร้อยดี ทั้งงานเก็บขยะ เคลียร์บรรดาสิ่งของเหลือใช้ ซากรถจักรยานยนต์ชำรุด จัดระเบียบผู้ค้าที่กีดขวางทางสัญจร ปักป้ายห้ามใช้ทางเท้าผิดประเภท พร้อมระดมปลูกไม้ประดับสวยสดงดงามตลอดทาง ตรวจงานเสร็จ “กุนซือใหญ่” ยกนิ้วยอดเยี่ยม ทำเอา “ผอ.ชาตรี” ยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว.

ช.ชฎา