xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กเจี๊ยบ” รับกังวลคนไทยหนีคดีในลาว แต่สัมพันธ์ยังดี ชี้ปรองดองสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พล.อ.เฉลิมชัย  สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (แฟ้มภาพ)
ผบ.ทบ.ยันสัมพันธ์ไทย- สปป.ลาวแน่นแฟ้น หลังพบปะผู้นำลาว พร้อมแสดงความกังวลคนไทยต้องคดีหลบหนีในลาว ย้ำไม่ให้ใช้ประเทศก่อความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน ชี้ปรองดองสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง ขอทุกฝ่ายถอนคนละก้าว หาแนวทางร่วมกัน ระบุเปิดโอกาสเคลียร์นอกรอบก่อนจะได้ข้อตกลงร่วม

วันนี้ (21 ก.พ.) เวลา 10.30 น. ที่กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่าเป็นการเดินทางไปเยือน สปป.ลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ โดยการเดินทางครั้งนี้มี พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ท.วิจักษ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมเดินทางไปด้วยและได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมคำนับ พล.ท.จันสะหมอน จันยาลาด รมว.กระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว พร้อมทั้งร่วมหารือกับ พล.ท.จัตวา คำเลียง อุทะไกสอน รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ กระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว เทียบเท่าตำแหน่ง ผบ.ทบ.

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า การหารือเป็นไปตามกรอบของการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชาบแดน (จีบีซี) เมื่อปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กับ พล.ท.จันสะหมอน นอกจากนี้ยังเป็นการพูดคุยตามกรอบผู้บัญชาการทหารสูงสุด ภายหลัง พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัต ผบ.ทหารสูงสุด เดินทางไป สปป.ลาว เมื่อวันที่ 6 กพ.ที่ผ่านมา

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า การหารือดังกล่าวครอบคลุมความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งเรื่องยาเสพติด การกระทำผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์การช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ การแพทย์ทหารและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในการก่อการร้าย รวมถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนซึ่งเป็นไปตามกลไกของคณะกรรมการชายแดน ตลอดจนถึงการแลกเปลี่ยนผู้นำทางทหาร

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า การเดินทางไปเยือน สปป.ลาว ในครั้งนี้ยังมีประเด็นสำคัญในเรื่องของการไม่ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้ทั้งสองประเทศไปก่อความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะเดียวกันเราก็ขอความร่วมมือกับ สปป.ลาวเช่นเดียวกัน ในส่วนของกองทัพบกได้มีการลงละเอียดในเรื่องของการพูดคุยความร่วมมือกันในการสร้างหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวชายแดน รวมถึงการปลูกป่าอาเซี่ยน

“ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยกับ สปป.ลาว มีความแน่นแฟ้นเพิ่มมากขึ้น ผ่านการประชุมต่างๆ และการเดินทางไปเยี่ยมเยือนของผู้นำทางทหารระดับสูงของทั้งสองประเทศ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมุ่งหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองฝ่ายเพื่อความอยู่ดีมีสุขการร่วมการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนเพื่อให้เกิดสันติสุข มิตรภาพระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาวตลอดไป” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยถึงกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดในไทยแล้วลบซ่อนอยู่ใน สปป.ลาว หรือไม่ พล.อ. เฉลิมชัยกล่าวว่า มีการหารือในเรื่องนี้ และก็มีการพูดคุยในทุกระดับสำหรับในส่วนของตนเองนั้น ขอความร่วมมือ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ซึ่งทาง สปป.ลาวก็รับไปพิจารณา อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการพบปะกันก็จะมีการหารือถึงประเด็นดังกล่าว ถือเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งก็มีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว ต้องรอผลการดำเนินการว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นในกรอบของตนไม่ได้ลงรายละเอียด แต่ในส่วนของหน่วยงานความมั่นคงมีคณะไปดำเนินการเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว ทั้งนี้มีการดำเนินการมาก่อนหน้านี้เป็นขั้นตอนตลอดเวลา

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองในการสร้างความปรองดองว่า เรื่องการเชิญพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองนั้น เรียงตามหมวดพรรคการเมืองและตัวอักษร บางพรรคที่ยังไม่พร้อม ก็ต้องเลื่อนออกไปแล้วมาเข้าคิวไหม ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องของความพร้อมของแต่ละฝ่าย และยืนยันว่ามีการเชิญทุกพรรค ทุกกลุ่มและมีกรอบเวลาให้พอสมควร ในการเข้ามาแสดงความคิดเห็น ส่วนการตั้งเวทีหาก คสช.ทำเรื่องการปรองดองไม่สำเร็จนั้นตนยังไม่ได้ยินข่าว ทราบแต่เพียงว่ามีการขีดเส้น หากไม่สำเร็จก็จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

“ผมมองว่าการปรองดองในขณะนี้มีความสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถ้าเราตั้งคณะกรรมการปรองดองแล้วและไม่มีใครเข้าร่วมเลย นั่นคือความล้มเหลว แต่ขณะนี้ทุกคนทุกลง อยากเข้ามาร่วมด้วยมาแสดงความคิดเห็นตรงนี้คือความสำเร็จครึ่งหนึ่งแล้ว ส่วนที่เหลือก็คือทำต่อให้จบ คือการทำความคิดเห็นมาเป็นความคิดเห็นในภาพรวมและเชิญแต่ละกลุ่มมานั่งดูกันว่าความคิดเห็นที่เราจะเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ กันเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็ถือเป็นมติของส่วนรวม หรืออาจจะมีการลงนามยอมรับสัญญาประชาคมก็ถือเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า หากเราตั้งใจว่าจะมาร่วมกันทำประโยชน์เพื่อชาติ รวมถึงให้ประชาชนได้เห็นภาพรวมโอกาสสูงที่จะได้ข้อยุติ แม้ภายในใจอาจจะมีอะไรมาติดอยู่บ้างก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะให้คนมารักกันภายในเวลาไม่กี่เดือน คงเป็นไปไม่ได้ แต่ทุกคนยอมรับที่จะนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน หากมีปัญหาติดขัดก็ต้องไปแก้กันในอนาคตตามกระบวนการหลังการเลือกตั้งก็ว่ากันไป มองว่าเป็นเรื่องที่น่าทำและน่าจะยอมรับกันได้

พล.อ.เฉลิมชัยยังกล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดกว้างให้กลุ่มที่ยังมีข้อสงสัยเข้ามาหารือกันอีกนในขั้นตอนที่ 3 คือ ขั้นจัดทำข้อเสนอกระบวนการ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กำลังการคิดกันอยู่ แต่ยังไม่ได้ตกผลึกว่าจะเป็นอย่างไรตอนนี้ขอดูข้อเสนอของทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายก่อน ซึ่งข้อเสนอในขณะนี้ยังไม่เบร็เสร็จ แต่เมื่อข้อเสนอเสร็จแล้ว เรามาดูความต้องการ

“บางอย่างอาจจะต้องคุยกับนอกรอบเพื่อเคลียร์กันเสียก่อน ก่อนที่จะมาอยู่ร่วมกันก็จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ถ้าเรายินดีกับสิ่งที่ฝ่ายตัวเองได้รับ อยู่ในกรอบที่พอสมควร ไม่ใช่ตั้งเป้าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ บ้านเมืองถึงจะสงบ หากเป็นเช่นนั้นก็ไปด้วยกันไม่ได้ ต้องถอยกันคนละก้าว ผมประมวลข้อเสนอให้ทุกคนมาดูว่าได้สิ่งที่แต่ละฝ่ายเสนอมายอมรับกันได้หรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าในใจของทุกคนก็รักชาติบ้านเมืองก็ต้องยอมกันบ้างเพื่อให้เราเดินไปข้างหน้า ดีกว่าจะมานั่งพูดคุยในสิ่งย้อนหลังก็ไม่มีวันจบ ประเทศอื่นก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ในขณะที่เราเองก็ยังโซเซ ขอให้ช่วยกันคนละไม้ละมือ” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...