นายกรัฐมนตรี โยนพาณิชย์จัดการปมรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตามวินัย ชี้ สปท. ชงปรับปรุง กม.อุทยาน ให้อยู่ได้ 20 ปี เฉพาะคนที่อาศัยก่อนมีประกาศ จ่อจัดสรรที่ดินให้อยู่ และทำเกษตรกรรม ไม่ได้ทำสิ่งผิดให้ถูกกฏหมาย ยันไม่มีบุกรุกใหม่
วันนี้ (31 ม.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการดำเนินการกรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาขโมยรูปภาพในโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลดูแลอยู่แล้ว ในการบริหารราชการแผ่นดินว่า กรณีที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กระทรวงต้องรับผิดชอบในการสอบสวน วันนี้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อฟังเหตุผลว่าเขาทำเพราะอะไร มีอะไรมากน้อยไปกว่าการที่อยากได้ของหรือไม่ เพราะของไม่ได้มีราคาแต่ทำไมถึงทำ ต้องหาข้อเท็จจริงและหมอเขาว่าอย่างไร และเมื่อตรวจสอบเสร็จก็เอาข้อเท็จจริงที่ว่ามา โดยให้ความเป็นธรรมและให้เขาชี้แจงมาเพื่อนำไปสู่คณะกรรมการตรวจสอบทางวินัยและลงโทษ การบริหารทุกกระทรวงเป็นแบบนี้เดี๋ยวจะหาว่าไปเข้าข้างราชการ หากผิดวินัยก็คือผิดและต้องลงโทษหนักเบาแค่ไหนก็ต้องว่ากันมา ไม่ใช่ให้นายกฯ สั่งทุกเรื่อง
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงข้อเสนอสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เตรียมเสนอแก้กฎหมายอุทยานเปิดช่องให้รีสอร์ต - คนบุกรุกป่า อยู่ในพื้นที่ได้ 20 ปี ทำกิน 20 ไร่ ว่า เท่าที่ตนตรวจสอบเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปรับปรุงใหม่ของกฎหมายอุทยาน ซึ่งเดิมกฎหมายนี้มีอยู่แล้ว เว้นแต่กฎหมายที่จะดูแลคนที่อยู่ในพื้นที่อุทยานก่อนมีกฎหมาย เขาอยู่มาก่อนการประกาศอะไรทั้งสิ้นจะไล่เขาออกได้อย่างไร ดังนั้น ขอให้อ่านกฎหมายให้ละเอียดอย่าจับเพียงประเด็นเหล่านี้ ซึ่งการทวงคืนผืนป่าเพื่อปลูกป่าจากนั้นเป็นการจัดสรรที่ดินให้เขาอยู่ในลักษณะที่ไม่เป็นโฉนดเพราะป่ามีความเสื่อมโทรม อย่างไรก็ตาม เป็นการทำสิ่งที่ผิดให้ถูกกฎหมายไม่ใช่เป็นการฟอกผิดให้ถูก และกลุ่มเหล่านี้ต้องทำอาชีพการเกษตรตามที่รัฐสนับสนุนให้เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้ แต่จะไม่ให้มีการบุกรุกใหม่แน่นอน


