xs
xsm
sm
md
lg

คสช.ปรับเกมเลิกเหมืองทอง-ชิ่ง กม.ปรองดองลดอุณหภูมิร้อน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมืองไทย 360 องศา

จะเรียกว่าไม่ธรรมดาก็ได้สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สองผู้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล รวมถึงเหล่าบรรดากุนซือที่ตัดสินใจลดอุณหภูมิร้อนลงมาก่อนที่จะประดังเข้ามาพร้อมๆ กันจนอาจเกิดการ “ร้อนจัด” จนถึงขั้นระเบิดขึ้นมาก่อนเวลาอันควร

กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติระงับการอนุญาตทำเหมืองทองทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม โดยภายในสิ้นปีนี้จะมีการยุติสัมปทานบัตรอย่างถาวร แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะระบุว่าจนกว่าจะมีการผลศึกษาออกมาให้ชัดเจนว่าสร้างผลกระทบอย่างไรบ้าง แต่ถึงอย่างไรการที่มีมติ “ปิดเหมืองทอง” คราวนี้ถือว่าได้ปลดชนวนได้อย่างทันท่วงที เพราะกรณีปมเหมืองทองคำหลายแห่งได้สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าสร้างความเดือดร้อนรำคาญ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศ ส่งผลต่อสุขภาพของชาวบ้านรอบบริเวณเหมือง ที่ผ่านมาเกิดการประท้วง เกิดความรุนแรงในพื้นที่ตลอดเวลา และล่าสุดเหตุการณ์ทำท่าจะลุกลาม หลังจากชาวบ้านเตรียมลุกฮือต่อต้านการต่ออายุสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุลงในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ในที่สุดก็มีมติคณะรัฐมนตรีไม่ต่อใบอนุญาตและสั่งยุติการทำเหมืองทองคำทั่วประเทศ โดยบางเหมืองได้ต่ออายุให้แค่สิ้นเดือนธันวาคมปีนี้เพื่อให้นำแร่ที่ขุดได้ไปใช้ประโยชน์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม รวมทั้งเยียวยาพนักงานที่ตัองถูกเลิกจ้างเสียก่อน

เป็นอันว่าเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลของเขาได้แต้มกลับมามากโขทีเดียว เพราะเรื่องสัมปทานเหมืองทองคำนี่แหละทำให้รัฐบาลของเขาถูกด่ามาอย่างต่อเนื่อง หาว่าสบคบกับพวกนายทุนทั้งในและต่างชาติ แต่จากการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเขากลับออกตัวและโยนกลับไปให้กับรัฐบาลเลือกตั้งในอดีตทำนองว่า “ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะใคร รัฐบาลไหนอนุมัติ ขณะที่เขามาคอยตามแก้ปัญหาให้” เรียกว่า “เล่นเป็น” และโกยแต้มกลับมาได้เป็นกอบเป็นกำ

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำท่าร้อนขึ้นมาอีกนั่นก็คือ การขยับเสนอกฎหมายปรองดอง ที่คราวนี้มาในแบบกฎหมายรอการกำหนดโทษคดีของบุคคลทางการเมือง และคนเสนอก็เป็นคนใหม่คือ เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ท่ามกลางเสียงคัดค้าน เสียงวิจารณ์กันขรมว่า “รับงาน” มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อช่วยเหลือพรรคพวกกันเองด้วยหรือเปล่า แต่ล่าสุด “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นรองหัวหน้า คสช.ก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการเสนอกฎหมายแบบนี้ โดยย้ำว่าให้เป็นไปตามโรดแมป นั่นคือว่ากันไปหลังจากมีรัฐธรรมนูญ แล้ว หรือให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้ว่าจะห้อยติ่งเอาไว้นิดหนึ่งว่า “ไม่ห้าม” เพราะห้ามไม่ได้ แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่ามันจะยุ่ง

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการเสนอกฎหมายแบบนี้ออกมาอีก จะมองว่าเป็นการ “หยั่งท่าที” หรือโยนหินถามทางก็ตาม แต่ก็เรียกเสียงวิจารณ์ได้ทุกครั้ง สร้างผลลบกับฝ่ายเสนอ หรือฝ่ายรัฐบาลทุกครั้ง ซึ่งคราวนี้ก็ไม่ต่างกัน มีเสียงค้านมากกว่าสนับสนุน และอาจบานปลายได้ตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องแบบนี้ทำให้รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร รวมไปถึงรัฐบาลหุ่นเชิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พังมาแล้วจากการเสนอกฎหมาย “ลักหลับสุดซอย”

คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน หากยังเดินหน้าเชื่อว่าส่อยุ่งเพราะยังมีอีกหลายเรื่องร้อนและใหญ่กว่าให้ต้องเครียด อย่างน้อยก็มีเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่วันที่ 7 สิงหาคม เวลาก็กระชั้นเข้ามามากขึ้นทุกที ดังนั้นเมื่อตัดเรื่องร้อนบางเรื่องออกไป เพื่อเดินไปถึงเป้าหมายหลักก็น่าจะดีกว่า ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งยังได้แต้มกลับมาอีกกองโต

นอกจากนี้ ที่น่าจับตามองอีกเรื่องหนึ่งนั่นคือการปล่อยตัวชั่วคราวกับผู้ต้องหาทั้งในส่วนที่เป็นมือโพสต์วิจารณ์รัฐบาลและ คสช. รวมไปถึงพวกเคลื่อนไหวต่อต้านขาประจำ ก็ถือว่าลดเงื่อนไขลงไปได้มาก ขณะเดียวกันแรงกดดันกลับย้อนกลับไปหาฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจากทั้งในและนอกประเทศที่อ้างถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน กับการวิจารณ์การบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 112 ที่พอเข้าไปดูความเห็นต่างก็มีเสียงก่นด่าจากคนไทยมากมาย

ทั้งสามกรณีดังกล่าวในทางการเมืองถือว่าพวกเขาซึ่งหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และรัฐบาล “เล่นเป็น” แม้ว่ายังมีงานหินอื่นๆ ต้องฝ่าไป เช่นเรื่องผลงานแก้ปัญหาปากท้องที่ยังไม่ได้ผล การปฏิรูปที่ยังจับต้องไม่ได้ รวมไปถึงความรู้สึกของชาวบ้านที่ยังมองว่าการแก้ปัญหาทุจริตยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม แต่อย่างน้อยสองสามเรื่องดังกล่าวก็ได้ลดอุณหภูมิร้อนลงไปได้มาก ที่เห็นชัดก็คือรัฐบาลจะได้มีเวลาไปรับมือเรื่องอื่นที่งวดเข้ามา อย่างเรื่องลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นเป้าหมายหลักจะขาดไม่ได้เป็นอันขาด!
กำลังโหลดความคิดเห็น...