xs
xsm
sm
md
lg

คสช.ยัน “คาราดัก-ยูซูฟู” วางบึ้มราชประสงค์-ท่าเรือสาทร แค้นถูกปราบค้ามนุษย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พ.อ.วินธัย สุวารี (แฟ้มภาพ)
ศูนย์ติดตามสถานการณ์ คสช.ยืนยันหลักฐานชัด “อาเดม คาราดัก-ไมไรลี ยูซูฟู” มือวางระเบิดราชประสงค์ ท่าเรือสาทร เหตุไม่พอใจและเสียประโยชน์จากการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างเข้มข้น


พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกศูนย์ติดตามสถานการณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงว่า เหตุการณ์ที่สี่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 นั้น เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกและเป็นการกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ สร้างความสูญเสียอันใหญ่หลวงให้แก่ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในช่วงระยะเวลาหนึ่งแต่จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะในด้านการสืบสวนสอบสวนคดีจนถึงปัจจุบัน มีข้อสรุปที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและระบุตัวผู้ต้องหาที่เป็นผู้ลงมือปฏิบัติการวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทรทั้งสองพื้นที่ได้แล้ว คือ 1. นายอาเดม คาราดัก และ 2. นายเมียไรลี ยูซูฟู

ส่วนผู้ต้องหาที่ศาลได้ออกหมายจับและบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้ร่วมและผู้ให้การสนับสนุนนั้น เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการติดตามและจับกุม โดยจะเร่งรัดดำเนินการในทุกวิถีทางที่จะนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการให้ได้ต่อไป

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ยืนยันว่าการที่เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ลงมือปฏิบัติการดังกล่าวได้ เป็นเพราะผู้ต้องหาเหล่านี้จำนนด้วยข้อผูกมัดจากพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ ทั้งจากที่เกิดเหตุและจากการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมในภายหลัง ประกอบกับผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เจ้าหน้าที่มิได้ให้น้ำหนักเฉพาะคำให้การของผู้ต้องหาเท่านั้น
สำหรับสาเหตุและแรงจูงใจของการก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประเมินไว้ล่าสุดนั้น เกิดจากความไม่พอใจและเสียประโยชน์ของขบวนการค้ามนุษย์ที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มข้นตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนแรงจูงใจจากเรื่องอื่นๆ ถึงจะมีน้ำหนักไม่มากในขณะนี้ แต่ก็ยังคงอยู่ในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในทางคดีรวมถึงขั้นตอนในกระบวนการฟ้องร้องผู้ต้องหา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้นำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

ศูนย์ติดตามสถานการณ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่เฝ้าติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดี รวมทั้งมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส และให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่จนนำไปสู่การดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด หลังจากนี้จะเป็นการดำเนินการของพนักงานสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีได้จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะยังคงดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข และสังคมไทยของเรามีความปลอดภัยในทุกๆ ด้านในโอกาสต่อไปหากมีข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะได้นำมาเรียนชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบโดยทันที


กำลังโหลดความคิดเห็น