เครือข่ายหยุดผูกขาดข้าว บุก สนง.ผู้ตรวจการฯ ทวงถามความคืบหน้าให้ตรวจสอบโครงการจำนำข้าว และการทุจริต หลังยื่นมา 7 เดือนเรื่องยังเงียบ ด้านโฆษกสำนักงานผู้ตรวจฯ แจงเตรียมสรุปแล้ว คาดจันทร์นี้ทราบความคืบหน้า ส่วน “พงศ์เทพ” เล่นเกมยื้อแจงบัวแก้วยังไม่ริบพาสปอร์ต “นช.แม้ว” ขอขยายเวลาชี้แจงอีกรอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 มิ.ย.) นายวรา จันทรมณี ผู้ประสานงานเครือข่ายหยุดผูกขาดข้าว พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือติดตามทวงถามความคืบหน้ากรณีได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินไปเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ขอให้ตรวจสอบการกระทำของรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าว ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา 43 ประกอบมาตรา 63 ที่ให้สิทธิประชาชนในการประกอบกิจการอาชีพ รัฐต้องให้การสนับสนุนให้มีการแข่งขันอย่างเสรีเป็นธรรม และการทุจริตในโครงการดังกล่าว ต่อนายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องจากได้ยื่นเรื่องมานานกว่า 7 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด รวมทั้งรัฐบาลก็ยังคงดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวทั้งที่มีการทักทวงจากหน่วยงานหรือองค์กรเอกชนต่างๆ ว่าโครงการดังกล่าวจะก่อความเสียหายให้กับประเทศชาติ บิดเบือนกลไกตลาด
ดังนั้นเพื่อยับยั้งความเสียหายที่อาจจะลุกลาม จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เร่งพิจารณาเรื่องร้องเรียน เพื่อส่งข้อพิจารณาไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว
ด้านนายรักษเกชา ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวมีผู้ร้องเรียนเข้ามาเพิ่มเติมอีก 2-3 ราย และผู้ตรวจฯ ได้รวมพิจารณาเป็นคำร้องเดียวกัน ซึ่งเบื้องต้นในระดับเจ้าหน้าที่เห็นว่า เป็นการขอให้ตรวจสอบนโยบายรัฐบาล ไม่อยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะรับไว้พิจารณาจึงเสนอให้ยุติเรื่อง แต่ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน เห็นว่า ตามคำร้องขอให้ผู้ตรวจฯ ตรวจสอบการกระทำผิดของรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวซึ่งถือว่าเข้าข่าย มาตรา 28(1) ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 บัญญัติไว้ ว่า เรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่น ดินไม่สามารถรับไว้พิจารณาได้ คือเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา เว้นแต่เรื่องการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวมีลักษณะไม่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จึงมอบให้นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ดำเนินการตรวจสอบ
โดย นายศรีราชา ได้ลงพื้นที่ใน 9-10 จังหวัด หาข้อมูลเชิงลึก เพื่อดูว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่มีการกล่าวหาหรือไม่ ขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายที่กำลังจะมีการสรุป แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่ผู้ร้องขอให้ผู้ตรวจฯ พิจารณา และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองพิจารณา จึงต้องมีการนำข้อสรุปเสนอต่อที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอความเห็นชอบ โดยในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายนนี้ จะมีการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะได้มีการรายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมได้รับทราบ โดยยืนยันว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายรักษเกชา เปิดเผยด้วยว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ และได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ทำคำชี้แจงต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีผู้ตรวจการฯ มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอให้พิจารณาเกี่ยวกับการที่กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ยอมทบทวนการออกหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดี ได้มีหนังสือแจ้งกลับมาหลังเลยระยะเวลาที่ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ยื่นคำชี้แจง
โดย นายพงศ์เทพ ได้ขอขยายระยะเวลาการชี้แจง ซึ่งให้เหตุผลว่า เนื่องจากทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้ให้ข้อเสนอแนะ ให้มีการแก้ไขระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 จึงต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการ ซึ่งตนก็จะได้นำหนังสือของนายพงศ์เทพ แจงให้ที่ประชุมผู้การแผ่นดินพิจารณาในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายนนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตรวจการแผ่นดินว่าจะอนุมัติให้ขยายระยะเวลาต่อไปหรือไม่ และจะขยายได้จำนวนกี่วัน โดยอยู่กับความเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่า การขอขยายระยะเวลาของนายพงศ์เทพ เพื่อต้องการยื้อเวลาออกไปหรือไม่ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินได้วินิจฉัยแล้ว ว่า การออกหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ถูกต้องตามระเบียบ และขอให้มีการปรับปรุงระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ ถือเป็นคนละประเด็นกัน นายรักษเกชา กล่าวว่า ผู้ตรวจการฯ ก็อาจจะต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณาว่าเป็นคนละขั้นตอนกับหรือไม่ แต่เรื่องการขยายระยะเวลาออกไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด ผู้ตรวจฯคงไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะจะต้องมีคำตอบออกมา เนื่องจากสังคมให้ความสนใจ