xs
xsm
sm
md
lg

“สมจิตต์” ถาม “เฉลิม” สั่งแบนไม่เป็นธรรมเป็น ปชต.หรือไม่ วอนอย่าผลักไสเป็นศัตรู

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“จดหมายเปิดผนึกถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี” ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Mata Vayu ของนางสาวสมจิตร นวเครือสุนทร
ผู้สื่อข่าวสายการเมืองช่อง 7 สี ขอโทษเพื่อนนักข่าวที่ถูกสร้างเงื่อนไขทำข่าวลำบาก หลัง “เหลิม อยู่บางบอน” ยั่วะทำเป็นแบน ชี้ทำตัวแบ่งแยกกระทบสื่ออื่นไม่เป็นธรรม นักการเมืองกับสื่อต้องน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถามถ้าจะสื่อสารทางเดียวเรียก “รัฐบาลประชาธิปไตย” ได้หรือไม่ วอนอย่าผลักไสตนเพราะต่างทำหน้าที่ ชี้ 15 ล้านเสียงเลือกเพื่อไทยมาสมานแผลแผ่นดิน ไม่ใช่แบ่งแยกคนไทย

วันนี้ (19 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.20 น. น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสายการเมือง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Mata Vayu” (มาตา วายุ) ขึ้นหัวข้อ “จดหมายเปิดผนึกถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี” ระบุว่า “ก่อนอื่นคงต้องขอโทษเพื่อนสื่อมวลชนทุกสังกัดด้วยนะคะ ที่ตัวเองกลายเป็นเงื่อนไขทำให้การทำหน้าที่สื่อมวลชนอาจปฏิบัติได้ไม่เต็มที่ เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์ในวงที่มีสมจิตต์ รวมอยู่ด้วย ซึ่งจะทำให้เพื่อนสื่อพลาดโอกาสในการทำข่าวอย่างที่ไม่ควรจะเป็น มีประเด็นที่อยากกราบเรียนถึง ร.ต.อ.เฉลิม ดังนี้

1. ท่านรู้จักหนูมานานถึงขนาดบางครั้งก็หยอกว่าเป็นแฟนกัน และทักทายอย่างเอ็นดูทุกครั้ง (ในอดีต) ท่านเคยแก้ต่างให้หนูใน ครม.ว่านักข่าวคนนี้ตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีใน หนูยังรู้สึกขอบคุณท่านที่เข้าใจการทำหน้าที่ของสื่อ และอยากบอกว่านักข่าวที่ท่านเชื่อว่าเป็นคนตรงไปตรงมา ยังคงทำหน้าที่เหมือนเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าท่านจะกรุณามองย้อนกลับไป หนูเชื่อว่าท่านจะเข้าใจเหมือนที่ท่านเคยเข้าใจ เพราะเราไม่ใช่ศัตรูกัน เพียงแต่มีหน้าที่ต่างกันเท่านั้นเอง

2. แม้ว่าหนูจะเป็นสื่อมวลชน แต่อีกสถานะหนึ่งหนูก็คือประชาชนที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลที่มีท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐบาลที่ประกาศว่าจะบริหารงานให้กับคนทั้งประเทศอย่างเท่าเทียมกัน การที่ท่านแบ่งแยกหนูจนไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ และยังกระทบไปถึงสื่ออื่นด้วยนั้น ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง

3. นักการเมืองกับนักข่าวก็เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า พวกเราหาข่าวจากท่าน ส่วนท่านก็ใช้สื่อมวลชนในการสื่อสารกับประชาชน สิ่งที่ท่านทำจะทำให้รัฐบาลเสียโอกาสในการสื่อสารกับคนไทย ยกเว้นแต่ว่ารัฐบาลของท่านต้องการสื่อสารด้านเดียวโดยไม่พร้อมที่จะให้มีคำถามตรวจสอบ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นเราจะเรียกรัฐบาลที่มีแนวคิดเช่นนี้ว่าเป็น “รัฐบาลประชาธิปไตย” ได้หรือไม่

4. ท่านทำงานการเมืองมานานย่อมทราบดีว่าสถานการณ์ของบ้านเมืองอยู่ในสภาวะเช่นไร หากท่านมีหัวใจรักประชาชนจริง หนูเชื่อว่าท่านตอบได้ทุกคำคำถามเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยให้กับคนไทยไม่ว่าจะออกจากปากนักข่าวคนไหนก็ตาม เว้นแต่ว่าท่านจะกลัวความจริง

5. สิ่งที่อยากเรียนให้ท่านรับทราบคือ คนเป็นสื่อมวลชนเมื่อเห็นแหล่งข่าวอยู่ตรงหน้า เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่เข้าไปทำหน้าที่ตั้งคำถามเพื่อหาความจริงให้กับประชาชน ถ้าหนูพบท่านก็ต้องทำหน้าที่ แล้วท่านจะไม่ทำหน้าที่ของตัวเองหรือคะ

ท้ายนี้หนูกราบขอบพระคุณที่ครั้งหนึ่งท่านเคยเข้าใจการทำหน้าที่สื่อมวลชนของหนู แม้ว่าในวันนี้ความคิดท่าจะเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ตาม และขอย้ำอีกครั้งนะคะว่า เราไม่ใช่ศัตรูกัน อย่าผลักหนูไปอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยนะคะ บ้านเมืองเราแตกแยกมามากพอแล้ว ประชาชน 15 ล้านเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามา ก็หวังที่จะให้พวกท่านช่วยสมานบาดแผลแผ่นดิน สร้างสุข สบายทุกข์ ไม่ใช่แบ่งแยกคนไทย” น.ส.สมจิตต์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวสมจิตต์ได้เปิดเผยจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ขึ้น หลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ว่าจากนี้ต่อไปเวลาให้สัมภาษณ์หาก น.ส.สมจิตต์อยู่ในวงสัมภาษณ์ด้วย ตนขออนุญาตใช้เอกสิทธิ์ไม่ให้สัมภาษณ์ เพราะมานั่งทะเลากันไม่มีประโยชน์ หลังก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิมได้กล่าวหา น.ส.สมจิตต์เพื่อความสะใจ ระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า “ฝักใฝ่พรรคประชาธิปัตย์” และอ้างว่าไม่เป็นการหมิ่นประมาท พร้อมกับท้าให้ไปแจ้งความที่ สน.ดุสิต กระทั่ง น.ส.สมจิตต์ถามกลับหลังการสัมภาษณ์ว่า ถ้าการที่กล่าวหาว่าฝักใฝ่ประชาธิปัตย์ไม่ใช่การหมิ่นประมาท แล้วถ้าเรียกว่า “ขี้ข้าทักษิณ” จะเป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่



นางสาวสมจิตร นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสายการเมือง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 (ภาพจากแฟ้ม)
กำลังโหลดความคิดเห็น