กิจของสงฆ์?? หลวงพ่อกำปั่น จากหนองคาย โผล่เวทีแดง เล่นมนต์ดำ ถือไหปิดยันต์ใส่ชื่อ “ป๋า-ห้อย-มาร์ค-เทือก” อ้างทำพิธีเผาพริกเกลือสลายวิญญาณ “สงวน” ปูด “ชวรัตน์” ให้ ครม.จ่ายค่าปรับแทนซิโน-ไทย ด้าน “ทนุศักดิ์” จอมบีบน้ำตา วอนรัฐถอยคนละก้าว เจรจาผูกไมตรี
วันนี้ (26 มี.ค.) ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น.พระเทพพิฑูรย์ ฉัทธรรมโม หรือ หลวงพ่อกำปั่น ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่ไม่ได้สังกัดวัด จากจังหวัดหนองคาย ได้นำพระสงฆ์จำนวน 9 รูป นั่งเรียงหน้ากระดานด้านข้างเวทีปราศรัยหันหน้าเข้าหาสื่อมวลชน ร่วมกันทำพิธีทำลายวิญญาณอำมาตย์ โดยได้นำหม้อดินติดสติกเกอร์ข้อความ “ยุบสภา” จำนวน 2 ใบ มัดเชือกอย่างแน่นหนา โดยเขียนชื่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง แปะไว้ที่ฝาหม้อ พร้อมกับโรยพริกกับเกลือบนป้ายชื่อ และนำมาเผาไฟ โดยพระสงฆ์ทั้ง 9 รูป ร่วมกันสวดมนต์บทบังสุกุลคนตาย และแผ่เมตตา แก่เจ้ากรรมนายเวร ทั้งนี้ ระหว่างการสวดมนต์นั้นพระสงฆ์บางรูปนำไม้เท้ากระทุ้งที่หม้ออย่าง รุนแรงด้วยความสะใจ ขณะที่บางรูปให้คนเสื้อแดงช่วยถ่ายรูปให้ ส่วนบางรูปรับโทรศัพท์มือถือ
หลวงพ่อกำปั่น เปิดเผยว่า ที่ต้องจับวิญญาณอำมาตย์มาเผาไฟไม่ลอยน้ำ ก็เพราะว่าถ้าลอยน้ำวิญญาณอาจจะลอย หนีไปโผล่ที่อื่นได้แต่ถ้าเผาไฟรับประกันว่าสิ้นซาก ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด อย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ ได้กลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้จัดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา โดย นายสงวน พงศ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บริษัท ซิโน-ไทย นั้น ภรรยาและลูกของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท และได้รับสัมปทานก่อสร้างแอร์พอร์ตลิงก์ แต่ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกำหนดได้ ต้องเสียค่าปรับ 12.9 ล้านบาทต่อวัน แต่รัฐบาลชุด คมช.กลับขยายเวลาออกไปให้ถึง 550 วัน โดยไม่เสียค่าปรับใดๆ ให้กับรัฐ ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน ว่า ห้ามบริษัทที่คู่สมรสและบุตรของรัฐมนตรีเป็นเจ้าของเป็นคู่สัญญากับรัฐ นอกจากนี้ บริษัท ซิโน-ไทย ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าที่ปรึกษารวมทั้งสิ้น 310 ล้านบาท นายชวรัตน์ พยายามเสนอ ครม.ให้อนุมัติให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ส่วนนี้มาหลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในสมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่มาสำเร็จในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นักกฎหมายเยอะแยะในครม.แต่ไม่เห็นมีใครดูเลย
ขณะที่ นายวิทยา ทรงคำ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตีนโยบายเรียนฟรีของรัฐบาล การยกเลิกโครงการเอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล และการอนุมัติงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการเสริมสร้างสมานฉันท์ของคนในประเทศ ว่า เสียดายงบประมาณที่รัฐนำไปใช้ เพราะเป็นการนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง และไม่สมควร จนทำให้คนทั้งประเทศต้องออกมาชุมนุมอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าฯในเวลานี้
ทางด้าน ที่ พรรคเพื่อไทย นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ ว่า ขอพูดในนามคนไทยคนหนึ่ง ไม่ใช่ในนาม ส.ส.หรือคนเสื้อแดง เพราะตนเป็นเพียงน้ำหนึ่งหยดในมหาสมุทรเท่านั้น วันนี้ถึงเวลาที่ฝ่ายรัฐบาลและคนเสื้อแดง ควรถอยคนละก้าว ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย ควรยื่นไมตรีเข้าหากัน แล้วพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลายไปกว่านี้ ไม่อยากให้ทะเลาะกันบ้านเมืองเสียหาย ส่วนตัวถ้าจะให้ไปแนะนำเสื้อแดง หรือบอกให้รัฐบาลยุบสภา คงไม่เหมาะสม เพียงแต่เห็นว่าทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีประสบการณ์ ถ้าเริ่มต้นผูกไมตรี ยื่นไม้ยื่นมือเข้าหากันในเวลานี้เหมาะสมที่สุดแล้ว การพูดคุยจะทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ความเรียบร้อยอย่างที่เราต้องการ ซึ่งตนเชื่อว่า การเจรจาเป็นการหาทางออกดีที่สุด ควรคุยกันก่อนในสิ่งที่เกิดขึ้น ข้อเรียกร้องตรงไหนเป็นจุดที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์และรับได้กันทั้ง 2 ฝ่าย


