“จาตุรนต์” เริ่มมกจ๊ก!! จี้ “อภิชาต” ลาออก เย้ยกอดระเบิดพลีชีพบึ้ม กกต.ทั้งตึก แสนรู้กว่า ยันประชาธิปัตย์ต้องถูกยุบ ลั่นถ้าไม่ทำประชาชนจะลงโทษพรรคเอง ขู่ฟ่อ 3 กกต.โดนถอดแน่ ด้าน “พงศ์เทพ” อ้างเฉย ชาติมีแต่ความอยุติธรรม
วันนี้ (28 ธ.ค.) ที่มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวในการสัมมนาเรื่อง “การยุบพรรคการเมืองของ กกต.มีกี่มาตรฐาน” ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังทำหน้าที่ในการรักษารัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ทั้งที่มีการสรุปออกมาจากหลายฝ่ายว่ากรณีเงิน 258 ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ผิดแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ แต่ กกต.โดยเฉพาะนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ได้ลงมติยกคำร้อง แต่มีมติของ กกต.อีก 3 คน ที่ระบุว่าจะต้องส่งเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งก็คือนายอภิชาติ ดังนั้น เรื่องนี้จะพูดว่าไม่มีมาตรฐานก็ได้และเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ เสียหายต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งทางออกของนายอภิชาตคือลาออก เมื่อมีการยื่นถอดถอนหรือมีการดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับรับสารภาพให้หมดว่าได้ทำผิดไปแล้วและเขาไม่สามารถพิจารณาคดีอะไรได้ แล้ว ส่วน กกต.อีก 3 คน อาจจะถูกยื่นถอดถอน แต่มีทางแก้คือให้ลงมติตามที่ถูกที่ควรในครั้งต่อไป
นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ข้อเสนอสำหรับประชาชนคือควรเรียกร้องด้วยเหตุด้วยผล ไม่ว่าคดีจบแบบไหน ถ้าเกิดมีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะสำนึกหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าผลออกมาไม่มีการยุบพรรคก็ไม่ต้องวิตกกังวล การเลือกตั้งครั้งหน้ารับรองประชาชนจะพร้อมใจกันแสดงออกลงโทษพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน ส่วน กกต.ก็ไม่ต้องไปเผา เพราะเวลานี้นายอภิชาตได้เผา กกต.แล้ว โดยตนอยากเตือนนายอภิชาตอย่าฆ่าตัวตายเพื่อรักษาพรรคประชาธิปัตย์ไว้เลย และนายอภิชาติยังกอดระเบิดพลีชีพเดินเข้าตึกเพื่อให้ระเบิดตึกให้พังทลาย นั่นคือตึกของระบบยุติธรรม กกต.คือส่วนหนึ่งของระบบยุติธรรม แต่วันนี้การช่วยเหลือประชาธิปัตย์ให้อยู่รอด คือการทำลายระบบยุติธรรม อยากให้กลับใจก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป
ด้าน นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจแทนคนที่เคยถูกนายอภิชาติตัดสินคดี เพราะเขาอาจจะตัดสินโดยที่ไม่ได้อ่านคำให้การใดๆ และเรื่องนี้ตนคิดว่า กกต.มีมาตรฐานเดียวคือมาตรฐาน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.และพล.อ.สนธิ ได้ไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองแล้ว ดังนั้น การจะรับใช้ก็ต้องคิดถึงประวัติตัวเองบ้าง คนเราพอยอมรับได้กับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เพราะบังคับใช้กับทุกคน แต่ยอมรับไม่ได้กับผู้ใช้กฎหมายที่อยุติธรรม แต่เมืองไทยเจอ 2 เด้ง ทั้งกฎหมายและผู้ใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม มีคนบอกว่าความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด แต่ตนคิดว่าความยุติธรรมไม่มี เพราะอัปรีย์มีอำนาจ ดังนั้น ตนอยากจะสะกิด กกต.ทั้ง 4 คนว่าขอให้คำนึงถึงความเป็นธรรมบ้าง อย่าไปสนใจใบสั่ง ใครเคยตั้งท่านมา ถือว่าได้ตั้งมาแล้ว ไม่ได้มีบุญคุณ อย่าไปฟังใคร สังคมไทยวุ่นวายเพราะใบสั่งให้กลับไปหาจิตวิญญาณตุลาการมาใส่ตัวเอง ซึ่งตนสะกิดในฐานะที่รู้จักกันเคยเห็นกันมา และหวังว่าความอึดอัดของสังคมไทยคงจะหายไปในปี 53



