“พีเพิลชาแนล” เล่นแรงโผล่ใบปลิว แอบตั้งฉายา รบ.ตัดหน้านักข่าวทำเนียบประจำปี สุมหัวเหน็บ “รัฐบาลเทพประทาน” ส่วน “มาร์ค” รั้งฉายา “เด็กดื้อข้างโพเดียม” ด้าน “สุเทพ” เอาไปเลย “มาเฟียความมั่นคง” กษิตพ่วงกุ๊ยมีเส้น อิจฉาพรรคร่วมแถมให้ฉายา “สวนสัตว์ซ่อนดาบ” ได้ทีโวยวาย รบ.ปล่อยแจกปฏิทินลีโอนู้ดถึงทำเนียบ จี้ “ธีระ” ลาออกตามธรรมเนียม
วันนี้ (18 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีบุคคลนำเอกสารเกี่ยวกับการตั้งฉายาของรัฐบาล- รัฐมนตรี ที่เขียนโดยจอดป้ายสถานีข่าว สถานีประชาชน (พีเพิลชาแนล) มาแจกจ่ายให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ โดยการตั้งฉายารัฐบาลในครั้งนี้มีทั้งการตั้งฉายารัฐบาล ฉายาพรรคร่วมรัฐบาล ฉายาสภาผู้แทนราษฎร และฉายาประธานสภาฯ, นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี รวม 24 คน
ฉายารัฐบาล-รัฐมนตรี ประกอบด้วย รัฐบาลได้ฉายาว่า “รัฐบาลเทพรับประทาน” เนื่องจากการทำงานทุกครั้งมักจะอ้างในเรื่องของผลประโยชน์ของประชาชน แต่ผลที่ปรากฎออกมาคือการทุจริตที่คำนึงถึงปากท้องของพรรคการเมืองและส่วนตัวเป็นใหญ่ หลายโครงการที่ออกมาจาก ครม.จึงตลบอบอวลไปด้วยผลประโยชน์ทางตัวเลขและคอมมิชชัน เช่น โครงการไทยเข็มแข็ง รถเมล์เอ็นจีวี ครั้งหนึ่งเคยได้รับฉายาว่ารัฐบาลเทพประทาน แต่เมื่อทำงานได้ระยะหนึ่งก็กลับมีข่าวคราวของการแสวงหาประโยชน์ในลักษณะมูมมามไม่อายฟ้าดิน และไม่เกรงใจประชาชน จึงเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถครั้งใหญ่จากรัฐบาลเทพประทานเป็น รัฐบาลเทพรับประทาน
เนื่องจากการเชิญเกมบังคับพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 จัดตั้งรัฐบาลก็เหมือนกับการเอาเสือสิงห์กระทิงแรดมาเกาะเกี่ยวกันทางผลประโยชน์ ซึ่งมือหนึ่งก็จับมือเจรจาเรื่องผลประโยชน์ แต่มือหนึ่งก็พร้อมที่จะจ้วงแทงทันที ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเผลอ
มอบฉายาสภาตัวเลข หลังจากที่มีการนับองค์ประชุม เพราะ ส.ส.และ ส.ว.สมัยนี้สันหลังยาว ไม่ค่อยจะเข้าประชุมในสภา แต่มีหน้าขอขึ้นเงินเดือนให้กับตัวเอง ซึ่งสถิติในรอบ 10 เดือนของรัฐบาล สภาล่มได้แล้ว 11 ครั้ง นับว่าสูงที่สุดประวัติศาสตร์รัฐสภาไทย
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้รับฉายาว่า “ชัย ชวนชื่น” เนื่องจากทุกครั้งที่ นายชัย ชิดชอบ ขึ้นเป็นประธานบนบัลลังก์มักจะใช้มุกตลกหากินเอาตัวรอด เพื่อเรียกบรรยากาศให้สามารถกลับมาประชุมต่อได้เสมอ
มาร์ครับฉายา “เด็กดื้อ ข้างโพเดียม”
เนื่องจากการตัดสินใจในหลายเรื่องของนายอภิสิทธิ์มักผิดพลาดเสมอ และมักจะแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากใคร เพราะเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นสูง เช่นการแต่งตั้ง ผบ.ตร. แต่เป็นคนที่มีจุดเด่นในการพูดการจามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเอง จนเคยมีการแซวกันว่าเป็นนักรบโพเดียม
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ฉายาว่า “สิงห์ไวน์ส่งไม้ต่อ” เนื่องจากชั่วหลังๆ เสธ.หนั่นมีแนวคิดที่จะสละเก้าอี้ ซึ่งหากลงจากตำแหน่งจริงจึงต้องการให้ลูกชายได้สัมผัสเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยในคราวนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ฉายาว่า “มาเฟียความมั่นคง” เนื่องจากนายสุเทพมีความหวาดระแวงคนเสื้อแดง โดยทุกครั้งมักอ้างสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมือง มีการวางระเบิดบ้าง มีการนำคนต่างด้าวมาร่วมชุมนุมบ้าง เพื่อฉวยโอกาสประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงและ พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมามีการประกาศไปแล้วรวม 8 ครั้งเสียงบประมาณไปกว่า 2 พันล้านบาท เพราะเห็นท่าไม่ดีก็จะหาอะไรเป็นเกราะกำบัง จนบางครั้งถูกเรียกว่าเป็นพ.ร.บ.อมเบี้ยเลี้ยงทหาร
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้ฉายาว่า “เจ้าคุณเละ” เนื่องจากเคยเป็นเจ้าคุณละเอียด ตรวจสอบไปทุกเรื่อง จนไปทะเลาะกับกระทรวงพาณิบย์มาแล้ว ยกเว้นความละเอียดในงานที่ตัวเองรับผิดชอบ อันเนื่องจากการทุจริตในโครงการชชุมชนพอเพียงที่มีการปล่อยตู้น้ำฝังเพชรอาละวาดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จนถูกวิจารณ์อย่างหนักโดยไม่ทิ้งร่องรอยความละเอียดไว้เลย
ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ฉายาว่า “ตี๋ซีพีโลกลืม” เนื่องจากเขยซีพีคนนี้วันนี้ผลงานไม่เป็นที่ปรากฏ สื่อไม่ค่อยจะพูดถึง ประชาชนจำหน้าไม่ได้ มีแต่กลุ่ม ส.ส.ปชป.ที่จ้องรอเสียบเป็นรัฐมนตรีเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ เนื่องจากไปแย่งโควต้ากลาง
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ฉายาว่า “ลำโพงดอกแหว่ง” เนื่องจากดูแลสื่อของรัฐซึ่งถือว่าเป็นมือใหม่มักจะล้ำเส้นสื่อมวลชน จนเข้าข่ายเป็นการแทรกแซงสื่อ แต่มักจะใช้คำพูดให้ดูดีว่าขอความร่วมมือแทน เสียอาการไปหลายครั้งตั้งแต่การถ่ายทอดสด การเปลี่ยนโลโก้มาเป็นหอยม่วง
นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ได้ฉายาว่า “กุ๊ยมีเส้น” เนื่องจากพฤติกรรมที่ผ่านมามีแต่ทะเลาะกับคนอื่นๆ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านไปทั่วและไม่มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน แต่นายอภิสิทธิ์ต้องประคบประหงมไว้เพื่อไม่ให้เกิดรอยร้าวกับพันธมิตรฯ เรียกว่าหนังเหนียวจริงๆ
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน ได้ฉายาว่า “จับกังว่างงาน” เนื่องจากคนอื่นรับงานไปทำไม่สำเร็จก็โยนงาน โครงการต้นกล้าอาชีพมาให้ คนถึงได้รู้ว่าเสนาบดีกระทรวงคนนี้ไม่มีผลงาน รวมทั้งยังมีปัญหาของม็อบชุดชั้นในไทรอัมพ์ ที่นอนอยู่ใต้ถุนกระทรวงก็ยังไม่สามารถคลี่คลายได้อีกด้วย
นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม ได้ฉายาว่า “วัฒนกรรม” เนื่องจากการเข้ามาทำงานตำแหน่งนี้ได้ด้วยโควตา ส.ส.ภาคตะวันออก ทั้งๆ ที่ไม่สันทัดกระทรวงวัฒนธรรม จึงถือว่าเป็นกรรมของกระทรวงและวัฒนธรรมไทย
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ได้ฉายาว่า “หมอหมดน้ำยา” เนื่องจากคนที่มานั่งกระทรวงนี้ต้องมีความรู้ความสามารถ แต่นายวิทยาไม่สามารถแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ อย่างไข้หวัด 2009 ที่มีคนเสื้อชีวิตจำนวนมากได้ รวมถึงกรณีการทุจริตในโครงการไทยเข็มแข็งได้ จึงทำให้เสียศูนย์ที่ใช้วิธีการทำงานแบบตั้งรับมาตลอด
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้ฉายาว่า “ศรีสุดทน” เนื่องจากเดิมทีเป็นฝ่ายค้านที่มีความสามารถเข้าเคลียร์หลายปัญหา จนกระทั่งหลังสุดมีข่าวคนใกล้ชิดไปรับวิ่งเต้นในการบรรจุตำแหน่งฑูตพาณิชย์ในต่างประเทศ จนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ระยะหลังเข้าแก้ปัญหาแบบเดินหน้าชน
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ได้ฉายาว่า “รองบ่อนอ่อนซ้อม” เนื่องจากเวลาติดตามนายอภิสิทธิ์ไปต่างประเทศทีไร มักถูกรัฐมนตรีลักไก่แต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ที่อยู่ในกำกับของตัวเองทุกที เรียกว่าไม่ทันเกม
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้ฉายาว่า “ซาเล้งล้อหลุด” เนื่องจากเจอมรสุมในกระทรวงคมนาคมเล่นงานหนัก อย่างคราวสหภาพการรถไฟสายพันธมิตรฯ เล่นไม้แข็งหยุดการเดินรถไฟสายใต้ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก จนนำไปสู่การปลดพนักงานการรถไฟที่เป็นหัวโจก และนายโสภณไม่สามารถเข้ากุมสถานการณ์ได้ จนในที่สุดถูกพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาประสานและชี่คอนายโสภณที่ต้องกลืนเลือด
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้รับฉายาว่า “คุณปู่สารพัดพิษ” หลานๆ มักเรียกว่าปู่จิ้น ซึ่งเป็นชื่อเล่น เป็นบุคคลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยไว้เนื้อเชื่อใจ แต่สุดท้ายก็ยอมเสียพวกเสียเพื่อนเพื่อตำแหน่ง ได้รับหน้าที่อะไรก็ทำได้สมบทบาท แต่กระนั้นก็ตามนายชวรัตน์ก็ยังเป็นผู้ที่มีพิษสงรอบกาย เคยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้านการเกษตรของไทยด้วยการดำนาเดินหน้า และจิ้มต้นกล้าตามเสียงนกหวีด
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ได้รับฉายา “อุตส่าห์หากินตีนลอย” เนื่องจากการเป็นเจ้ากระทรวงโดยตรงแต่ไม่เข้ามาแก้ไขสถานการณ์กรณีการระงับ 65 โครงการมาบตาพุด และระยะหลังมีเสียงนินทาว่าชนสนใจเฉพาะเรื่องที่มิควรทำ
นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เจ้าของฉายา “ทัวร์เป็ดป่วย” เนื่องจากการเป็นเจ้ากระทรวงก็เหมือนบริษัททัวร์ที่ต้องดึงการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ แต่นายชุมพลกลับหายหน้าหายตา ปล่อยให้นายอภิสิทธิ์แย่งซีนไปหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการจัดงานสำคัญๆ การรับรางวัลยูเนสโกที่ตลาดร้อยปี อ.สามชุกสุพรรณบุรี เป็นต้น ไม่เหมาะกับงานที่ต้องแอ็กทีฟ
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เจ้าของฉายา “พระรองตุ๊กตาทอง” เนื่องจากเล่นบทบาทตัวแทนเนวินได้อย่างเหมาะเจาะ ที่ต้องช่วยเหลือพระเอกในยามขับคับและเล่นสมบทบาทในคราวที่แถลงร่วมกับเนวินกรณีถูกตั้งข้อหาเนรคุณ
นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.แรงงาน ฉายา “คุณหมอน้ำมันหมด” เนื่องจากผู้คนคาดหวังว่ารัฐบาลนี้จะเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันและพลังงานทดแทนแต่การทำงานกลับไม่เป็น ไปดังใจของประชาชนสักเรื่อง
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉายา “แพนด้าใครอย่าแตะ” เพราะหากทำกิจกรรมร่วมกับแพนด้าน้อยได้ แล้วเป็นข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้ ก็มักจะไม่พลาดเพราะหากไม่เกาะกระแสหมีแพนด้านรับรองว่าไม่ตกกระแส
ร.ต.(หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉายา “กระจง 3G” เนื่องจากการเข้ามาเป็นนอมินีของสามีซึ่งเป็นผู้จับกระจงได้ที่ภูเก็ต และโครงการ 3G ของกระทรวงก็ยังไม่สามารถผลักดันได้สำเร็จ
น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ ฉายา “หงส์หยกบ้านริมน้ำ” เนื่องจากเป็นตัวแทนจากกลุ่มบ้านริมน้ำ ไม่มีใครรู้ว่ากำกับดูแลหน่วยงานใด รู้อย่างดีเดียวว่าหน้าตาดี
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ฉายา “ต้นกล้าบิ๊กเติ้ง” เนื่องจากเป็นคนที่ทำงานตามออร์เดอร์เป็นตัวแทนของคนตัวเล็กใจใหญ่ที่ชื่อบรรหาร ศิลปอาชา
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ฉายา “เปรตกู้สู้ ทุกดอก(เบี้ย)” เนื่องจากเป็นหนังหน้าไฟดูแลเรื่องเงินกู้ทุกรูปแบบทั้งกู้ตรง กู้อ้อม เพื่อเอาเงินกู้มาค้ำสถานะของรัฐบาลกู้โดยไม่ต้องแจกแจงในเรื่องของต้นทุนดอกเบี้ย ซึ่งไม่รู้ว่าทั้งต้นทั้งดอกจะคืนเขาได้เมื่อไร ซึ่งเหมือนคนหน้ามืดที่ต้องหาให้ได้ ส่วนการใช้คืนไปตายเอาดาบหน้า
ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีบริษัท สิงห์คอปอร์เรชั่น นำปฏิทินภาพนู๊ดของเบียร์ลีโอแจกที่ทำเนียบรัฐบาลว่า การกระทำดังกล่าวทำให้รู้สึกไม่แปลกใจ ที่ก่อนหน้านี้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เอง รวมทั้งฝ่ายค้านออกมาระบุว่า นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไม่มีผลงาน ทั้งๆ ที่กรณีนี้กระทรวงวัฒนธรรมมีหน้าที่ต้องดูแลเรื่องความเหมาะสมเพราะมีกฎหมายอยู่ในมือ แต่กลับปล่อยให้บริษัทสิงห์ออกมาแจกปฏิทินเช่นนี้ได้อย่างไร สะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงวัฒนธรรมบริหารงานโดยไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การที่มีการนำปฏิทินลีโอไปแจกถึงทำเนียบรัฐบาล ต้องถามว่าคณะรัฐมนตรีปล่อยให้มีการนำไปแจกได้อย่างไร รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย สำหรับนายธีระนั้น หากเรื่องเล็กๆ แค่นี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ก็ควรจะพิจารณาตัวเองด้วยการลาออก อย่าอยู่ให้อายอีกเลย ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม เพราะเปลืองเงินภาษีของประชาชนเปล่า




