xs
xsm
sm
md
lg

ระฆังยกหนึ่ง ยังไม่ปล่อยอาวุธหนัก

เผยแพร่:   โดย: "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง


บรรยากาศการรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อวันแรก คึกคักขนาดที่ต้องกดรีโมทคอนโทรลกันทุก ๆ 2-3 นาที เกรงจะตกข่าวน่าสนใจ ช่วงสุกดิบก่อนและหลังวันเลือกตั้ง ก็เปรียบกับมวยยกแรก ... โดยทั่วไปมักจะคุมเชิง ดูจังหวะ แต่ก็มีไม่น้อยที่ใช้กลที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึงบุกตะลุยเข้าทำไม่ให้คู่ต่อสู้ตั้งตัว

วิจารณ์ฟอร์มนักมวยที่ร่วมในศึกชิงอำนาจรัฐเวทีนี้ เริ่มจากคู่เอกเสียก่อน..อ่านคำพูด สีหน้า แววตาแล้ว จับอาการได้ว่า พรรคพลังประชาชนถือยุทธศาสตร์ศึกในระยะต้นด้วยการตั้งรับแบบรัดกุม ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ออกจากมุมด้วยการเดินเข้าหา

สมัคร สุนทรเวช นั้นแม้จะปากดีแค่ไหน พูดได้หมดไม่ว่าเรื่องใด แต่ก็ยังเหลือไว้ประเด็นเดียวเท่านั้นคือ ตอบคำถามว่าพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ? สังเกตดูก่อนนี้ทันทีที่ถามประเด็นนี้ สมัคร สุนทรเวช มักจะบ่ายเบี่ยงไม่ตอบมาโดยตลอด เพราะมันเป็น “คำตาย” ที่จะทำให้ตนเป็นเป้าสำคัญได้ทันที

แต่สำหรับวันแรกทันทีที่ระฆังเริ่มยก สมัคร ประกาศชัดเจนเรื่อง หัวหน้าพรรคที่ได้ที่หนึ่งต้องพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดจะเปิดเผยรายละเอียดผ่านรายการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ช่องทีไอทีวี.ที่บังเอิญเหลือเกินให้คิวสัมภาษณ์หัวหน้าพรรคพลังประชาชนในวันที่ประชาชนให้ความสนใจการเมืองล้นหลาม

การลั่นคำ “สมัครจะเป็นนายกรัฐมนตรี” นั้น “ไม่ใช่เกมรุก” ที่ผ่านการวางแผนมาเป็นขั้นตอน เพราะจากเดือนสิงหาคมมาได้ปฏิเสธบ่ายเบี่ยงโดยตลอด แล้วจู่ ๆ ค่อยเปิดให้ฮือฮาวันเลือกตั้งกระนั้นหรือ ? พิจารณาจากสภาพแวดล้อมมีเพียงประการเดียว นี่เป็นหมากรับ-หมากป้องกันตัว ของนักการเมืองเก๋าเกมคนหนึ่ง

กระแสข่าวที่มีการวิเคราะห์ทั้งวงลับวงในวงกาแฟตลอด 2 สัปดาห์ ว่าด้วย พรรคตาอยู่ – ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ที่ชื่อ บรรหาร ศิลปะอาชา นั้นผูกโยงเหตุผลว่า ต่อให้พรรคพลังประชาชนได้เสียงข้างมากแต่ก็มีแรงเสียดทานสูง สู้ให้ตำแหน่งนี้กับ บรรหาร แห่งพรรคชาติไทย กลายเป็น สูตรตั้งต้น ชาติไทย + พลังประชาชน + พรรคที่สาม

ซึ่งข่าวนี้ ถูกทำลายลงจากการดับไฟต้นลมของ มังกรการเมืองจากแดนสุพรรณ อย่างน้อยก็สกัดรังสีอำมหิต และ สร้างความชัดเจนกับ ผู้ใหญ่ที่นับถือมา 30 ปี รวมถึง พันธมิตรดั้งเดิม ก่อนระฆังเริ่มยก

แต่มิวาย สูตร ตาอยู่ + พลังประชาชน + พรรคที่สามรอเสียบ ไม่ดับไปพร้อมกับการแก้เกมของ บรรหาร ศิลปะอาชา กลับยังคงกระหึ่มในวงการ ถึงกับมีการชี้ไปที่ สุวิทย์ คุณกิตติ แห่งเพื่อแผ่นดิน คนนั้น

สูตรผสมพันธุ์ทางการเมืองสูตรนี้ – มีความเป็นไปได้สูงก็จริง แต่ทว่า มีด้านที่เป็นโทษอยู่ด้วย
อย่างน้อยก็ทำให้ฐานเสียงของ ไทยรักไทยเดิม ที่กลายมาเป็น พรรคพลังประชาชนวันนี้ขาดความเชื่อมั่น “เลือกไปก็ยกให้คนอื่น” ดีไม่ดีส่งผลต่อเป้าหมายขั้นต่ำที่วางไว้ อีกต่างหาก

คำประกาศของ สมัคร สุนทรเวช เรื่อง เก้าอี้นายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์การวางตำแหน่งตัวเองในจุดสตาร์ทไม่ให้เป็นฝ่ายเสียเปรียบ – อ่านได้ว่า เริ่มออกจากมุมด้วยความรัดกุม !

.............

ไม่เหมือนกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากมุมด้วยการเดินหน้าทันที ไม่ต้องมีฟุตเวิร์ค ...เตรียมสคริปต์มาอย่างดี ทุกคำตอบจะวกไปสู่คำว่า อะไรไม่สำคัญเท่ากับนโยบาย อย่างจงใจ..แล้วก็ฉวยจังหวะแจกแจงชุดนโยบายของตนผ่านฟรีทีวี. ออกไปสู่กลุ่มเป้าหมาย

ประชาธิปัตย์นั้น มีฐานคะแนนที่ไม่ไปไหนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งปี 2544 หรือ 2548 แต่ยังไม่พอ..ยังขาดอีกมากหากจะสานฝันผู้ชายที่ชื่อ อภิสิทธิ์ ให้ไปถึงดวงดาว ยุทธศาสตร์การหาเสียงในด้านเปิดของประชาธิปัตย์ จึงมุ่งไปสู่ชุดนโยบายเป็นหลัก ..

ปัญหาคือออกอาวุธไปแล้วจะโดนหรือไม่เท่านั้นเอง !
มวยชั้นเชิงดี ค่ายใหญ่ น้ำเลี้ยงดี แต่หากออกอาวุธไม่เข้าตาจะเสียหายกว่ามวยโนเนมหลายเท่านัก !!

.............

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ แห่งมัชฌิมา เป็นมวยที่อ่านง่าย เดินหน้าสู้ยิบตา แบบไม่มีอะไรจะเสีย ขณะที่พรรคอื่น ๆ วางตำแหน่งหัวหน้าพรรคในจุดที่ปลอดภัย ระดับนอนไขว่ห้างเข้าสภาเข้ามา แต่สำหรับ ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ กลับวางตำแหน่งตัวเองไว้ที่จุดอันตรายที่สุด ซึ่งเป็นหมากที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะชุดนโยบายของมัชฌิมานั้นไม่ได้ขี้เหร่กว่าพรรคอื่น มีจุดแข็งในตัวมันเอง หากประชัย ใช้เวลา 1 เดือนจากนี้ ออกอาวุธตลอดด้วยการเอานโยบายเข้าว่า เพราะมีแต่อาวุธชนิดนี้เท่านั้นที่จะใช้ได้ในกรุงเทพฯ ผสานกับทำตนเองอยู่ในจุดอันตรายให้ กลุ่มเป้าหมายที่ลังเลใจเกิดการเสียดาย – 1 เดือนยังพอมีเวลาที่ ประชัย จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ขึ้น ทำให้ พรรคมัชฌิมา กลับขึ้นมาอยู่ในกระดานต่อรองอีกรอบหนึ่ง

สุดท้าย มาถึง มวยกลุ่มที่ขึ้นมาเต้นฟุตเวิร์คเรื่อย ๆ ใช้เท้าถีบหน้าขา ดูเชิงดูจังหวะแบบติ๊ดชึ่ง อย่าง พรรคเพื่อแผ่นดิน และ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ที่ได้เบอร์สวยเลข 1 เลข 2 เรียงกัน... มวยแบบนี้แหละที่น่ากลัว

วันก่อนหน้า กับ วันเปิดตัว ไม่มีอะไรแตกต่าง !!! ยืนยันความเป็นกลาง ความสมานฉันท์ ไม่เป็นศัตรูใคร หากเป็นมวยที่ไม่เคยชกกันมาก่อน บอกได้เลยว่า จับทางยาก...ยกต่อไปจะมาแบบไหนไม่รู้ มองไม่ออก

หากเป็นการแข่งขันนานาชาติ เขาไม่อ่านหรอกมวยเต้นหยองแหยงไม่เข้าทำ แต่สำหรับเวทีแบบไทย ๆ นั้นเป็นไปได้ทั้งสิ้น ไม่ต้องชกมาก รักษาเนื้อรักษาตัว แต่ได้เข้ารอบ

...........

เกจิข้างเวที ส่งสัญญาณบอกว่า ให้ระวัง พรรคพลังประชาชน ที่ออกลูกรัดกุมยกแรก ชื่อชั้นไว้ใจได้เชื่อได้เลยจะมีอาวุธหนักยกกลาง เพราะการเลือกตั้งก่อนนี้เคยปล่อยอาวุธหลากหลายจนเป็นประวัติการณ์มาแล้ว ยังไงก็ต้องจับตาดู อย่างไรก็ดีกรรมการเวทีนี้ไม่เหมือนเวทีเดิม - กำลังจับตาดูใกล้ชิด หากปล่อยอาวุธไม่เลือกมีสิทธิ์โดนจับฟาล์วในช่วงปลายยกได้เช่นกัน

ประชาธิปัตย์ ยกแรกเริ่มเดินเลย แต่ยังไม่มีอาวุธหนักเช่นกัน ..ก่อนนี้มีจุดอ่อนที่ออกอาวุธไม่เข้าตา ไม่แน่ว่าจะมีการเทรนกันใหม่ได้ดีขนาดไหน ให้ราคาเสมอ-เสมอ

มัชฌิมา-ประชัย มวยรอง อาวุธหนักใช้ได้ เดินบุกอย่างเดียว แบบไม่มีอะไรเสีย ถ้าไม่แผ่วปลายอาจได้ใจผู้ชมหันมาเชียร์

ชาติไทย – เปลี่ยนรูปมวยจากที่เคยติ๊ดชึ่งร่วมรัฐบาลกลับออกมาทำลายเกม “ตาอยู่” แต่หัววัน เชื่อมั่นว่า เวทีนี้กรรมการไม่ชอบมวยใหญ่ ประเภทเสียงเชียร์แน่นแดงเถือกทั้งมุมยิ่งต้องจับตา เป็นลีลาเหนือชั้นของมวยเก๋า นิ่ง เนิบ แต่หนัก
เพื่อแผ่นดิน และ รวมใจไทยชาติพัฒนา มวยกระดูก ผ่านเวทีโชกโชน เก็บคะแนนรอจังหวะ เซียนบอกว่าให้สังเกต รวมใจไทยชาติพัฒนา อาจมีเซอร์ไพรส์ยกสอง เพราะมีเทรนเนอร์ดี เป็นมือวางแผนจากไทยรักไทยที่ยังไม่ออกมายืนกำกับข้างมุม แต่อย่าประมาทอาวุธประหลาด ๆ ปล่อยดอกเดียวเข้าเลย

สำหรับมวยข้างเวทีนั้น ระยะต้นยกแรก ยังไม่มีวี่แวว .. แต่ที่สุดแล้ว ขออย่ามีมวยข้างเวทีเลยนั่นแหละ เป็นดีที่สุด !
กำลังโหลดความคิดเห็น...