xs
xsm
sm
md
lg

โพธิสัตว์ผีบุญแชร์ลูกโซ่

เผยแพร่:   โดย: "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง


การเมืองระยะนี้ยังอยู่ในโหมดละครหลังข่าว เดี๋ยวตบเดี๋ยวจูบ เพราะกติกายังเปิดให้ แยกแล้วรวมร่วมแล้วแยก แบบที่เห็นไปจนถึงวันรับสมัครเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ 11 พฤศจิกายน หรือไม่ก็ยังมีโอกาสย้ายพรรค กันเฮือกสุดท้ายจริง ๆ ในวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัครส.ส.เขต 22 พฤศจิกายนโน่นไปเลย - อย่าไปใส่ใจให้มาก

หลังจากที่ประชาชนได้ออกมาสู่ท้องถนน เพื่อเรียนรู้บทเรียนดังกล่าวด้วยตนเอง อย่างกว้างขวางที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองยุคใหม่ระหว่างการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร....ห้วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1 ปีนับจากนี้ สังคมไทยจะได้เรียนรู้บทเรียนทางการเมืองใหม่อีกบทหนึ่ง ที่จะได้เข้าใจและรู้เช่นเห็นชาติ นักเลือกตั้ง ที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนการเมืองตามกติกาใหม่ ...รวมตัวกัน ตามอุดมการณ์ ความเชื่อศรัทธาในแนวทางนั้น ๆ ? จริง หรือ รวมไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน ? ... เพราะเมื่อถึงเวลานั้น กติกาใหม่ได้ให้สิทธิ์แก่ ส.ส. เป็นอิสระมากขึ้น เพราะถือว่าเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ที่มีมันสมอง มีความรับผิดชอบด้วยตัวของตัวเองที่จะยกมือสวนเพื่อความถูกต้อง...ในขณะเดียวกันก็ให้สิทธิ์ที่จะเกเรเกตุงออกฤทธิ์เดชไปตามอำนาจผลประโยชน์ด้วยเช่นกัน

อาการที่ สนธิ ลิ้มทองกุล บอกว่าเป็น Shit hit the fan หรือจะเรียกเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า ปรากฏการณ์หม้อขี้คว่ำ นั้นมีให้เห็นแน่ แต่ไม่ใช่ช่วงนี้เพราะนี่ยังเป็นแค่การต่อรองเพื่อหาจุดลงตัว.. บทเรียนทางการเมืองว่าด้วย ปรากฏการณ์หม้อขี้คว่ำทางการเมืองของจริง- จะเกิดขึ้นก็ตอนหลังเลือกตั้งแล้ว โดยเฉพาะระหว่างการต่อรองตั้งรัฐบาล และอีกช่วงก็ตอนพิจารณางบประมาณกลางปี

เมื่อถึงเวลานั้น สังคมไทยจะได้เริ่มคิดหาหนทาง แก้ไขไปตามกระบวนการพัฒนาการทางการเมือง อาทิ อาจจะมีการง้างปากนักการเมืองแต่ละคน-ในเชิงปัจเจก ให้ประกาศจุดยืน-อุดมการณ์-แนวทาง ที่ชัดเจนของตน ...คุณจะเอายังไงกับปัญหาเรื่องนั้น-เรื่องนี้ ? ยกตัวอย่างให้ชัดขึ้น ..คุณคิดอย่างไรกับการนิรโทษกรรมผู้ต้องโทษ 111 คน ฯลฯ .. จี้ถามกันเป็นรายหัว เพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นสัญญาประชาคม..ในลักษณะเดียวกับที่ พรรคการเมืองต้องประกาศนโยบายและแนวทางการทำงานออกมาให้ชัดก่อนเลือกตั้ง

…………….

อย่าเพิ่งให้ความสำคัญกับการเมืองขั้วที่สามมากนัก รอวันรับสมัครเลยทีเดียวดีกว่า..มาสนใจปัญหาที่ใหญ่กว่า ก็คือ วิกฤตการณ์ที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ..ไม่ว่าจะเป็นขั้วไหนเข้ามา ขอทำใจได้เลยว่า จะ ไม่มีเวลาฮันนีมูน หรือแม้แต่เวลาพักผ่อนหายใจให้หายเหนื่อยจากการหาเสียง เพราะ เห็น ๆ อยู่ว่า ปัญหามากมายกำลังรุมเร้าเข้ามาทั้งภายนอกภายใน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ได้สารภาพผ่านรายการเปิดบ้านพิษณุโลกแล้วว่า ผลงานอยู่ในเกณฑ์ที่ยังไม่น่าพอใจ ซ้ำยังบอกว่าเวลาที่เหลืออยู่จะมุ่งที่ 3 ภารกิจหลักคือ พระราชพิธีมหามงคล การจัดการเลือกตั้ง และแก้ปัญหาน้ำท่วม แปลความได้ว่า เรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะประเด็นว่าด้วย ปัญหาเศรษฐกิจ ยังจัดเป็นปัญหารอง

ช่วง 3 เดือนสุดท้ายนี้ .... ไตรมาสสุดท้ายของปี แม้จะมีเม็ดเงินมหาศาลจากการรณรงค์เลือกตั้งอัดฉีดลึกลงไปถึงระดับหมู่บ้านโดยตรง แต่นั่นเอง เงินเฟ้อ บาทแข็ง น้ำมันแพงที่จะไต่เพดานไปอีกเรื่อย ๆ นับจากนี้ .. ข้าวของแพงขึ้นแบบนี้คนที่ทุกข์ยากที่สุดก็คือ ชนชั้นกินค่าแรงรายวัน ล่าสุดแม้จะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้แล้ว วันละ 1-3 บาท แต่เมื่อมาดูค่าโดยสารประจำทางที่ปรับขึ้นไปตาม ค่ากินค่าอยู่ไล่สูงขึ้นไปด้วย..เศรษฐกิจวันนี้เป็นเศรษฐกิจระดับที่ บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ยังตกงาน เตะฝุ่นกันให้คลั่ก มันก็คือความเดือดร้อนยากเข็ญไปทุกหย่อมหญ้า แปลเป็นอื่นไม่ได้ ทำให้นึกถึงมุกตลกปนขมขื่น แบบหัวเราะมิได้ร่ำไห้มิออก ที่ผู้ชม เอเอสทีวี.รายหนึ่ง SMS เข้ามา บอกว่า นี่เป็น วิกฤตมาม่าขึ้นราคา เป็นเรื่องสัมผัสได้ของคนทั่วไป

ประวัติศาสตร์โลกย้อนลงไปเป็นพันปี บ่งบอกเรื่องราวคล้ายคลึงกัน เมื่อบ้านเมืองทุกข์เข็ญเกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพงลักษณะนี้ มักจะมี เรื่องราวของ ผีบุญ - พระโพธิสัตว์ หรือ ศรีอริยะเมตไตรย เรียกขานแตกต่างออกไปตามคติความเชื่อในแต่ละสังคม ออกมาปัดเป่าปราบทุกข์เข็ญให้

สังคมไทยยุคแค้นเข็ญปัจจุบันก็ได้มีขบวนการผีบุญเพื่อปัดเป่าทุกข์เข็ญเกิดขึ้นมา เรียกภาษาแบบพวกเขาว่า เครือข่ายกึ่งสหกรณ์รูปแบบใหม่ แต่เรียกให้ตรงตามภาษาทางการว่า แชร์ลูกโซ่ ... แชร์ข้าวสาร-แชร์เครื่องดื่มชูกำลัง เกิดทั้งในกรุงเทพฯ อีสาน เหนือ ใต้ ระบาดกันเป็นดอกเห็ด แม้ระยะ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีการประกาศเตือนจากทางการให้เห็นบ้างแล้ว แต่ขอให้ทราบว่า ไม่เป็นผล...ล่าสุดก็ยังทำธุรกิจเงินต่อเงินอย่างคึกคักอุ่นหนาฝาคั่งกันต่อไป

ธุรกิจแต่ละรายมีความแตกต่างกันในรายละเอียด แต่มีจุดร่วมคือ ให้ลงทุนเชิงลงหุ้นในธุรกิจเครื่องอุปโภคบริโภค แล้วจะจ่ายเงินปันผลอย่างงามเป็นงวด ๆ ... แตกต่างกันหลายโปรแกรม..เช่น ลงทุนซื้อข้าวหอมมะลิ 1 กระสอบ 50 ก.ก. ในราคา 1,450 บาท/หน่วย จะได้รับผลตอบแทน 2 ครั้ง ... ครั้งที่ 1 จะได้รับภายใน 25 วันนับจากลงทุนซื้อสินค้าครั้งแรก จำนวน 1,200 บาท…ครั้งที่ 2 จะได้รับ 50 วัน นับจากลงทุนซื้อสินค้าครั้งแรก จำนวน 800 บาท ..รวมได้รับเงินปันผล 2,000 บาทในเวลา 75 วัน หรืออีกโปรแกรมที่น่าตื่นตะลึงยิ่ง... ลงทุน 650 บาท..ภายใน 25 วัน รับเงินคืนทันที 1,200 บาท และ อีก 50 วัน รับอีก 800 บาท รวยกันเห็น ๆ ก็เลยหลั่งไหลกันมาลงทุนเพื่อความรวยกันทั่วประเทศอย่างที่เป็นอยู่

ลักษณะอาการอย่างนี้เป็น อาการที่บ่งบอกว่าสังคมกำลังป่วยไข้ ... เศรษฐกิจซบครั้งใดก็มักจะมีเหตุละม้ายใกล้เคียงแบบนี้เกิดขึ้นมาแทบทุกครั้งไป

ขอบอกไปยังคุณหมอใหญ่ผู้กุมบังเหียนรัฐบาลที่บอกว่า 3 เดือนจากนี้ท่านจะมุ่งเน้นไปที่ 3 ภารกิจใหญ่ ท่านก็ปฏิบัติไปเถิด แต่ขอ อย่าได้ละเลยอาการป่วยไข้ของสังคม ที่เริ่มลุกลามไปสู่ระยะเรื้อรัง ประมาณดูแล้วมิใช่หลักพันหรือหลักหมื่นคนที่หลงเข้าไปในระบบดังกล่าว...มันระบาดไปทุกภาคไปทุกหัวเมืองจากเหนือจรดใต้ คนเรือนแสนเป็นอย่างน้อย ที่กำลังจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ปะทุขึ้นมา ... ตัดไฟแต่ต้นลมกันได้แล้ว.. ได้สัมผัสและตรวจสอบแล้ว ..ขอยืนยันต่อกระทรวงการคลัง กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่า มาตรการคำเตือนที่รัฐประกาศออกมาเมื่อปลายเดือนกันยายนนั้น-ใช้ไม่ได้ผล !

บางแห่งถึงขั้นที่สำนักงานขายบางแห่ง เอาหนังสือพิมพ์ที่รายงานคำเตือนนี้มาแปะข้างฝา เพื่อชี้แจงลูกค้าว่าไม่เกี่ยวกับบริษัทนี้ ... ร้ายไปกว่านั้น ลุงแก่ ๆ บางคนขี่มอเตอร์ไซค์เก่า ๆ ยืนยันว่าได้อ่านหนังสือพิมพ์แล้ว แต่ตนก็จะลงทุนต่อไปเพราะรอบแรกก็ได้กำไรมากแล้ว !!!

นี่ไม่เหมือนกับแชร์น้ำมันเมื่อครั้งกระโน้นที่มีชนชั้นกลางเงินเรือนแสนเรือนล้านตกเป็นเหยื่อ..หากแต่เป็นชนชั้นชาวบ้านร้านถิ่น ผู้ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ทำมาหากินตัวเป็นเกลียว ที่หลงควักกระเป๋าจ่ายไป ... รวม ๆ แล้วนี่อาจเป็นปัญหาร่วมกันของมหาชนคนเรือนแสนในอนาคตอันใกล้

ท่านอาจจะอ้างว่า รัฐบาลได้ประกาศเตือนแล้ว-ท่านก็อ้างได้เพราะไหน ๆ จะหมดวาระแล้วนี่ !!

(สมมติ) ถ้ารัฐบาลนี้ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ..รัฐบาลหน้าก็เตรียมรับปัญหาใหญ่อีกเรื่องได้เลย !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...