xs
xsm
sm
md
lg

คนเดือนตุลาตายแล้ว ?

เผยแพร่:   โดย: "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง

หนังสือ คนเดือนตุลาตายแล้ว ของ แคน สาริกา
ให้เข้ากับบรรยากาศเดือนตุลา ขอผสมโรงว่าด้วยคนเดือนตุลาด้วยสักคน คนแรกที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ สมัคร สุนทรเวช ที่แม้ก่อนหน้า บรรดาคนเดือนตุลาทั้งหลายจัดหมู่ให้อยู่นอกทำเนียบ เป็นหนึ่งในศัตรูถาวร แต่ทว่า 30 ปีผ่านไปอะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปตามคติที่ว่า เวลาเปลี่ยน-คนเปลี่ยน เพราะถึงวันนี้ สมัคร สุนทรเวช ได้รับการยอมรับจากคนเดือนตุลาบางเหล่าให้เข้าอยู่เป็นพวกเดียวกัน รับได้หมดไม่ว่าแนวคิด-อุดมการณ์ ด้วยท่วงทำนองสมานฉันท์

ปรากฏการณ์ คนเดือนตุลาสมานสามัคคีกับสมัคร สุนทรเวช ถึงขนาด ควงคู่กันไปเปิดเวทีใหญ่กลางสนามหลวงเมื่อ ศุกร์ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ตั้งเวทีกึ่งกลางสนามหันหลังให้วัดพระแก้ว ด้านซ้ายมือคือธรรมศาสตร์ และหากย้อนกลับไปเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 ....ไม่รู้บังเอิญหรือจงใจ...บริเวณ ลานกว้างใหญ่ใกล้เวทีปราศรัยของ สมัคร สุนทรเวช ตรงนี้แหละคือ ลานสังหารนกพิราบ เมื่อ 31 ปีก่อน..หมอเลี้ยบ-จำเหตุการณ์ได้มั้ย?..คำอธิบายที่กระชับกินใจที่สุดต้อง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ จารึกไว้ในบทกวี เพียงความเคลื่อนไหว

มือกระชับคาบบุหรี่ที่มุมปาก..ตาหรี่เล็งร่องบากปากปืนจ้อง..สมุนรายเรียงรอบค่อยหมอบมอง..รั้วระเนนเอนกองก่ายร่างล้น..เลือดโซมหน้าห่ามือเข้ายื้อยุด..กระชากฉุดกระชับหมัดซัดด้วยส้น..เงื้อไม้ฟาดฟัดซ้ำกระหน่ำจน..เลือดกระเซ็นกระเสือกกระสนทุรนทุราย..ผูกคอลากกระชากร่างกลางสนาม..เลือดยังลามจากหลังวิ่นรินเป็นสาย..นอนแน่นิ่งเนื้อขาวเปล่าเปลือยกาย..ท่อนไม้ก่ายเกรอะเลือดเลอะเดือดแดง…ฯ

เข้าตอกอกทีละอกยกไม้ฟาด..ดารดาษดับดิ้นสิ้นแรงโผ..หมวกเหล็กรายเรียงยืนและปืนโต..หัวโล้นเหลืองเรืองโร่โผล่ผุดกลาง..ทีละภาพ ทีละภาพ กระชับชัด..ทีละนัด ทีละนัด ถนัดร่าง..ทีละวัน ละวันไป ยิ่งไม่จาง..ยิ่งกระจะ ยิ่งกระจ่าง อยู่กลางใจ ฯ

อยากรู้เหมือนกัน...หมอเลี้ยบ-สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ที่เคยสังกัด พรรคแนวร่วมมหิดล เมื่อครั้งกระโน้น ยืนอยู่กลางทุ่งพระเมรุในคืนวันนั้น เห็นต้นมะขาม เห็นหลังคาหอประชุมเล็ก ม.ธ. ไม่รู้ว่าจะมีเวลานึกถึงอดีตเหล่าเพื่อนอย่าง จารุพงษ์ ทองสินธุ์ และนกพิราบที่ล้มหายไปหรือไม่ ? ...หรือมัวแต่วุ่นวายกับการเตรียมเวทีให้กับท่านหัวหน้าพรรคคนใหม่ !

..............

นี่อีกเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ตอกย้ำสิ่งที่มีผู้บอกว่า คนเดือนตุลาตายแล้ว... คนที่กล่าวคำ ๆ นี้เป็นคนแรก ๆ ก็คือ แคน สาริกา ที่ล่าสุดเพิ่งจะปัดฝุ่นงานเขียนเก่า ๆ ปรับปรุงใหม่รวมเล่มลงทุนเองในชื่อ คนเดือนตุลาตายแล้ว นำเรื่องราวของเหล่าคนเพื่อนพ้องที่มีบทบาทในแวดวงการเมืองปัจจุบัน อาทิ อ้วน-ภูมิธรรม มิ้ง-พรหมินทร์ จรัล ดิษฐาอภิชัย ไปถึง เหวง โตจิราการ หรือทางฟากรัฐบาลปัจจุบัน เช่น พลเดช ปิ่นประทีป เอ็นจีโอ.สายเย็น ไปจนถึงนักบู๊ฟากขบวนล้มทักษิณอย่าง ผอม-ประพันธ์ คูณมี หรือแม้แต่คนในชายคาผู้จัดการอย่าง คำนูณ สิทธิสมาน ก็ยังติดโผถูกกล่าวถึงในฐานะผู้ติดบ่วงลัทธิแก้ ที่ยังสลัดภาพไม่หลุด

เอาเฉพาะเรื่องราวของคนที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างข้างต้น เปรียบได้กับ หนังตัวอย่าง ยืนยันทฤษฎี คนเดือนตุลาตายแล้ว..อย่างน้อยตายแล้วจากขบวนแถวอุดมการณ์เอกภาพหนึ่งเดียว แตกกระสานซ่านเซ็นเป็นแควเล็กแควน้อย-ไปถึงปลักหนอง-น้ำเน่า-น้ำเสีย ..แล้วแต่ว่าใครถนัดจะเป็นแบบไหน !

ไม่เฉพาะ หนังตัวอย่าง ของรุ่น 50 อัพ.. เท่านั้น เพราะหากย้อนไปถึงยุค 14 ตุลา 2516 ก็ไม่ต่างกัน...พิจารณาจากรายชื่อ ผู้กล้า 100 รายชื่อ กลุ่มรุ่นใหญ่ 60 อัพ..ที่ ยื่นหนังสือเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จากรัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2516 ก่อนเหตุการณ์วันมหาวิปโยคสัปดาห์เดียว ล้วนแต่เข้าข่าย คนเดือนตุลาตายแล้ว เหมือนกัน ...มีทั้งแบบตายจริง ไปจนถึง ตายจากทางการเคลื่อนไหว มีทั้งแบบยืนอยู่คนละขั้วคนละมุม และก็มีแบบ สลัดอุดมการณ์ ไม่ต่างจากหนังตัวอย่างที่ฉายไปก่อนหน้า..จัดรูปขบวนเป็นสามสี่ก๊กได้เช่นกัน

การเมืองแบบปัจจุบัน ผู้มีชื่อใน 100 คนเรียกร้องรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2516 อย่างเช่น วิสา คัญทัพ, สมเกียรติ อ่อนวิมล, เสถียร จันทิมาธร คงจะไม่สามารถร่วมโต๊ะจิบน้ำชาด้วยความคิดชุดเดียวกับ ปราโมทย์ นาครทรรพ ,ธีระยุทธ บุญมี หรือ ชัยอนันต์ สมุทวนิช ได้ ใครคิดแบบไหน-ยืนข้างใดก็เห็น ๆ กันอยู่

.................

ย้อนอดีตไปแล้วขอเข้าสู่เหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน เมื่อกี้ได้กล่าวถึง คนเดือนตุลาที่ถูกบันทึกในหนังสือคนเดือนตุลาตายแล้ว นาม น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป ที่ต้องมารับเผือกร้อนกรณีข่าวฉาวในกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ต่อจาก รมว.ไพบูลย์ ศิริวัฒนธรรม ที่ล่าสุดเตรียมออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นนาน 1 เดือนได้แล้ว

น.พ.พลเดช เป็นหมอมือสะอาดที่ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่ครั้งทำงานต่างจังหวัด โดยเฉพาะการวางรากฐานเครือข่ายประชาชนเข้มแข็งที่จังหวัดพิษณุโลก อย่างไรก็ตาม แนวทาง เอ็นจีโอ.สายเย็น - สายพัฒนาชุมชน แบบที่เดินตามรอย ไพบูลย์ ศิริวัฒนธรรม จนเป็นศิษย์ก้นกุฏิทำให้แนวทางการทำงานไม่ต่างกัน คือ บู๊ไม่เป็น-ไม่แน่ใจสะกดคำว่าเด็ดขาดครบตัวหรือไม่ ? เพราะทันทีที่รับเผือกร้อนก็ออกอาการแหยง บอกให้คณะกรรมการสอบฯ ชุด ปลัดฯ จรัญ ภักดีธนากุล ใช้เวลาสอบ นาน 3 เดือน ทั้ง ๆ ที่ปลัดฯ จรัญ เพิ่งบอกนักข่าวหยก ๆ ว่า ให้เวลา 1 เดือนก็ทำเสร็จ ..เหมือนกับต้องการให้รัฐบาลหมดวาระไปก่อน ไม่ต้องตัดสินใจปล่อยให้รัฐบาลหน้าเอาผิดกันเอาเอง…หรือว่าคนเดือนตุลาตายแล้วอย่างที่เขาว่าจริง ๆ !!!

ขอกระซิบดัง ๆ ยัง น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป ทราบว่า ความเน่าโฉ่ในกระทรวงพัฒนาสังคมฯ นั้น สืบทอดยาวนานมาตั้งแต่ยุค ข้าราชการใหญ่คนก่อน”“ ที่เป็นมรดกทอดมาถึง "ข้าราชการใหญ่คนปัจจุบัน” อย่าให้รื้อฟื้นเลย..มีที่ไหนปรับภูมิทัศน์ปลูกต้นไม้ 80 แห่ง ๆ ละเฉียด 2 ล้าน เพื่อให้อยู่ในวงเงินอนุมัติ...ปลูกไม้ปลูกหญ้ารดน้ำต้นไม้..เดี๋ยวตาย-เดี๋ยวปลูกซ่อม...

มาถึงยุคนี้เอาหนังตัวอย่างให้น.พ.พลเดช ได้ดูอีกสักเรื่อง.. ทุก ๆ ปี เมื่อถึงเดือนสิงหาคมใกล้หมดงบประมาณ เป็นธรรมดาที่หน่วยราชการต้องเร่งรัดใช้... ข้าราชการใหญ่คนปัจจุบัน”“ นี่แหละ ที่ให้เด็กในสังกัดของตน ระดับ ซี.8 ชงเรื่อง- โยกงบเหลือเพื่อจัดดูงานต่างประเทศ ... ใช้เงินหลวงไปเที่ยวเมืองจีน...ปกติ บริษัททัวร์ขายอยู่ที่ 1.8-2 หมื่นบาทเท่านั้น แต่ทัวร์ของข้าราชการใหญ่ที่นำเด็ก ๆ ไปเที่ยวนั้น คิดที่หัวละ 4 หมื่นกว่าบาท ก็เงินหลวงนี่เท่าไหร่ก็ได้ ... หาก สตง.สนใจรายละเอียด กระซิบให้ไปดูชื่อ บริษัทที่รับงานจัดทัวร์ มีนามสกุลเป็น ลูกท่านหลานเธอ ของผู้ใหญ่ในกระทรวงคนไหนหรือไม่ ?

สัปดาห์นี้เริ่มปรับระบบใหม่ เนื้อที่น้อยลง ขอติดค้างกรณี หัวงูเฒ่า อาศัยกระทรวงออกไปจัดสัมมนาได้ที ควงซี.9 เข้าห้อง.. เช้าโผล่จากห้องพร้อมกัน ปะหน้าข้าราชการเด็ก ๆ ซี.5 ซี.6 เจ้าหล่อนยังยิ้มแป้น...หมอพลเดช สนใจหรือเปล่า !!?
กำลังโหลดความคิดเห็น...