xs
xsm
sm
md
lg

พรรคใหม่ - การควบรวมกิจการ บนรถไฟขบวนสุดท้าย

เผยแพร่:   โดย: "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง


ครบปีพอดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้กลับบ้าน.. เมื่อปีกลาย.. เวลา 10 โมงเช้าของ วันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2549 เป็นวันที่รักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ก้าวเท้าขึ้นเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์บัส A-319 ที่ท่าอากาศยาน บน.6 ท่ามกลางการอารักขาเข้มงวด ระดับที่มีจี๊ปติดปืนกลนำขบวน กำหนดการแรกแวะเยือนประเทศทาจิกิสถาน จากนั้นต่อไปยังกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ แต่เปลี่ยนกำหนดการไม่กลับไทย จนจบกำหนดการสุดท้ายที่ นิวยอร์ก .. ตามที่ทราบกันว่าการย่างเท้าขึ้นแอร์ฟอร์ซวัน-ไทยคู่ฟ้าตั้งแต่วันนั้นมาถึงวันนี้ เจ้าตัวยังตุหรัดตุเหร่หาทางกลับบ้านไม่ได้เป็นเวลา 365 วันเต็มแล้ว

มันเป็นโชคชะตาจริง ๆ หากย้อนเวลากลับได้ ไม่แน่ว่า เกมการเล่นเกมโยนหินถามทาง ปล่อยข่าวเป็นระยะ ว่าจะเว้นวรรควางมือแต่ก็ไม่ประกาศให้ชัดสักที อาจด้วยอารมณ์อยากกุมความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งตุลาคม และยังกล้า ๆ กลัว ๆ - อยาก ๆ แหยง ๆ จึงนำมาสู่การปิดฉากอำนาจวาสนาด้วยมือของคนอื่นแทน – ไม่แน่ว่า ถ้าตัดสินใจเด็ดขาดประกาศลาออก - วางมือให้จบ ๆ ไปซะ เรื่องราวอาจจะไม่เป็นแบบนี้

เหตุการณ์ปัจจุบันผ่านไปจะเป็นอดีต จากอดีตก็จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ .. ไม่ใช่ผู้นำตกกระป๋องเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตร หรอกที่พลาดโอกาส ผิดจังหวะ ผิดที่ผิดทาง ..จนต้องตกเวทีไป .. คนที่กุมอำนาจปัจจุบัน ก็ไม่แน่ว่าจะหนีพ้นวงจรดังกล่าวหรือไม่

ผู้กุมอำนาจ มีวาสนาในปัจจุบันคงเข้าใจความหมายของคำว่า มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ กันถ้วนหน้าดีแล้ว ... และเมื่อถึงวันที่หมดบารมีจริง ๆ อาจจะย้อนนึกเจ็บใจตัวเอง เสียดายโอกาส เสียดายเวลาที่ไม่ได้จัดการเรื่องที่ควรทำ เรื่องที่ควรตัดสินใจอย่างหนึ่ง ไพล่ไปทำอีกอย่าง... แล้วที่สุดเมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ ก็ต้องมาคร่ำครวญเจ็บใจ “ถ้ารู้อย่างนี้............. ” กลายเป็นคนแก่ที่พร่ำรำพึงรำพันกับตัวเอง เหมือนกับคนแก่ผู้เคยมีอำนาจวาสนาบารมีในอดีตอีกหลาย ๆ คน

ดูแนวโน้มแล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้มีอำนาจปัจจุบันทั้งในรัฐบาล และ คมช. อาจจะเดินตามรอยรุ่นพี่..มานั่งจับเจ่าเขกกบาลตัวเอง คิดเสียดายโอกาสในวันที่หมดอำนาจวาสนาไปแล้ว !

........................

บรรยากาศโหมโรงเลือกตั้งคืนอำนาจสู่ประชาชน ไม่มีเรื่องที่น่าสนใจอื่นเท่ากับประเด็น การควบรวมกิจการของกลุ่มการเมืองขั้วที่ 3 ที่มีการปล่อยข่าวโหมโรงเอาไว้เบื้องต้น ไม่ว่าจะทางฝั่ง สมานฉันท์-รวมใจไทย หรือที่ทาง มัชฌิมา ที่บอกว่าคืบหน้า 90% แล้วนั้นเป็นเรื่องจริง .. เพราะการเจรจาระหว่างคนที่ตีตั๋วจับรถไฟขบวนสุดท้ายด้วยกันนั้นค่อนข้างราบรื่นประสาคนหัวอกเดียวกัน เงื่อนไขมากมายที่เคยตั้งป้อมกันไว้แบบที่เล่นกันมาตั้งแต่กลางสิงหาคมก็ผ่อนคลายลงแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย

การพูดคุยตกปากรับคำกันอย่างจริงจังเกิดอย่างรวดเร็ว ภายใต้การอำนวยการของ คนมีเงิน และ คนมีอำนาจ บนพื้นฐานของการให้เกียรติแบบเท่าเทียมระหว่าง จตุรมิตร ถึงขั้นยอมสลายพรมแดนอาณาจักรของตนถือเอาการทำงาน - เพื่อแผ่นดินไทย ร่วมกันสร้างบ้านใหม่ เพื่อเป็นเจ้าของร่วมกันแบบไม่ให้มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ

เป็นธรรมดาเมื่อผ่านชั้นรับหลักการแล้ว ก็มาสู่วาระตั้งกรรมาธิการพิจารณา ที่แบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรก – รายละเอียดว่าด้วยโควตา และพื้นที่ทับซ้อนของผู้สมัคร เท่าที่ได้ยินมาเมื่อเย็นวันศุกร์ (7ก.ย.) คืบหน้าใกล้จบแล้ว ส่วนนี้แรกดูว่ายุ่งแต่เอาไปเอามาไม่มีปัญหาเท่าที่คิด

ส่วนที่สอง – ทีมพ่อครัวยำนโยบาย เอานโยบายของแต่ละกลุ่มมาปรุงเข้าด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่เป็นประเด็นปัญหายุ่งยากเหมือนกับส่วนแรกที่ต้องต่อรองกันพอสมควร

ส่วนสุดท้าย – เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เป็นเงื่อนไขชี้วัดสำหรับสนามการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง นั่นคือ การหาหัวมาสวม ภายใต้เป้าหมาย เปิดออกมาแล้วต้องฮือฮา – ขายได้เหนือกว่าพรรคหรือขั้วอื่น เพราะนี่คือการเสนอตัวว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ให้สังคมเลือก

เวอร์ชั่นที่ได้ยินมา...ได้มีการส่ง ผู้ใหญ่ คนหนึ่งระดับที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยได้ เป็น ตัวแทน ของ ผู้ใหญ่อีกรายหนึ่ง บินด่วนไป ลอนดอน .. เปล่าเลยหาได้ไปเจอคนหน้าเหลี่ยมไม่ !!! ..แต่ไปเจรจากับ ผู้อยู่ในรายชื่อเชิญตัวมาเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ – ซึ่งหากการส่งเทียบเชิญครั้งนี้สำเร็จ ก็จะมีการเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการใน 2-3 วันนี้ ... หากเป็นไปตามนั้น อังคาร หรือ พุธ นี้จะมีข่าวใหญ่

ถามว่าพรรคใหม่จะ อยู่ตรงไหน ระหว่างสองขั้ว..ในชั้นนี้ขอให้ดู ประชาราช - ป๋าเหนาะ ที่นั่งเอ้เต้เอกเขนกขวางอยู่กลางลำ การที่ใครคิดจะจับพลิกไหลไปมาเอาตามอำเภอใจนั้นคงไม่ง่ายนัก.

.................................

มีข่าวฝากบอกไปยัง พรรคพลังประชาชน ให้ทราบทั่วกัน การเปิดตัวผู้สมัครอย่างเอิกเกริกเมื่อวันที่ 4 กันยายน ณ อาคารไอเอฟซีที. แสดงรายชื่อว่าที่ผู้สมัครที่ย้ายมาจากกลุ่มอื่นเป็นการ ตัดไม้ข่มนาม แสดงความพร้อมสุด ๆ นั้น แท้จริง-หาใช่คำตอบสุดท้ายไม่ !

บอกให้ก็ได้ ในจำนวนรายชื่อที่ประกาศไป รวมไปถึง ศิษย์เก่าที่เดินเกร่ไปมาเหมือนจะร่วมหัวจมท้ายด้วยกันนั้น มีบางส่วนที่ เป็นพนักงานขายตรง เข้าไปเจรจากับอดีตเพื่อนร่วมพรรค บ้างก็ แฝงตัว เข้าไปหาข่าวดูความเคลื่อนไหว ... ข่าวนี้จะแม่นหรือไม่ น่าจะตัดข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 5 กันยายนแปะข้างฝาเอาไว้ เทียบดูกับชื่อผู้สมัครจริงวันสุดท้าย ... เป็น ใครที่ไหลออก-ใครดึง-ใครถูกดึง คงหาตัวกันไม่ยาก ใบ้อีกหน่อย ให้จับตาพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน และ อีสาน ที่เป็น เขตสีแดงจัด บางจังหวัดเอาไว้ให้ดี

แม้พรรคพลังประชาชนจะมีฐานคะแนนสีแดงคนรักแม้วตุนอยู่ในกระเป๋าก็เถิด แต่ดูไปแล้วการรบรอบนี้ ไม่ใช่งานเบาของ ขุนพลอีสาน คนใหม่ของพรรคพลังประชาชน ทรงศักดิ์ ทองศรี เพื่อนนักเรียนร่วมรุ่น สวนกุหลาบ OSK 90 ของ เนวิน ชิดชอบ ( ผู้ชมชอบ ใช้เพื่อนแทนตัว มาโดยตลอด อย่างเช่น นที ขลิบทอง OSK 90 คนนั้น )

เป็นงานท้าทายงานแรกของ ขุนพลนอมินีคนใหม่ ว่าคะแนนสีแดงเต็มอีสานที่ผ่านมาไม่ใช่ของตาย และ อดีต ส.ส. ก็ไม่ใช่ปลาในข้อง – ไม่ใช่ของตายเหมือนกัน อันความเป็นคนที่สวมวิญญาณนักเลือกตั้งนั้นสามารถดิ้นรนเลือกที่อยู่ที่เหมาะสมให้กับตนเองได้ตลอดเวลา

............................

คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชายผู้ร้อยฝันวันฟ้าใหม่ นำคณะผู้บริหารชุดใหญ่ขึ้นเหนือ จัดงานเลี้ยงขันโตกระดมทุน ที่ คุ้มขันโตก ของ วัชระ ตันตรานนท์ คหบดีเวียงพิงค์ ศิษย์เก่า ม.ช. ที่มองตารู้ใจกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ .... โชว์พลัง ประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ทิ้งสีฟ้าชั่วคราว สวมหม้อฮ่อมสีเหลือง พร้อมกันทั้งเกือบพันชีวิตที่นั่น....

สแกนดูแล้ว ประชาธิปัตย์ก็ยังมีแฟนประจำไม่น้อยกว่าเดิม ที่เป็นผู้ประกอบการนักธุรกิจก็ไม่น้อย ..กลุ่มธุรกิจพันล้านก็มี สุเชฎฐ์ สุวรรณมงคล เจ้าของ โอเรียนเต็ล ดาราเทวี ที่มาถึงก็ปลีกตัวไปแอบนั่งวงในคุยนอกรอบ ร่วมกับ อภิสิทธิ์ – สุเทพ และผู้บริหารพรรคอีก 4-5 คน ที่มุมสงบไม่ไกลจากงานเลี้ยง .. ไม่มีอะไรในกอไผ่ให้งมเล่นหรอก..เพราะตระกูล สุวรรณมงคล ดีลเลอร์อีซูซุอันดับ 1 ของภาคใต้ และท็อป 3 ของประเทศ มีฐานอยู่ที่ ปัตตานี-หาดใหญ่ สนิทกับพรรคนี้มาแต่รุ่นพ่อ ที่น่าสนใจกว่า ก็คือ ประชาธิปัตย์แม้จะคงรักษาระดับเสียงสนับสนุนในเชียงใหม่เหนียวแน่น .. อย่างต่ำ ๆ เขตเมืองก็ได้มาไม่เคยต่ำกว่า 3 หมื่นทุกครั้งไป... หากแต่ยังไม่สามารถช่วงชิงโอกาสระหว่างคู่แข่งเพลี่ยงพล้ำขยายฐานได้เพิ่ม .. งานเลี้ยงงวดนี้ จึงยังไม่ได้เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครทั้ง 11 คนให้พร้อมหน้าพร้อมตา – เหตุก็เพราะยังหาตัวเหมาะสมไม่ได้นั่นเอง

ขั้วการเมืองที่ 1 ที่นำโดยประชาธิปัตย์ งวดนี้ท่าทางจะเหนื่อยขึ้นเมื่อ ขั้วที่ 3 เปิดตัวชัดเจน แม้จะมีแนวโน้ม ไม่เอาทักษิณ –ไม่ร่วม พปช. อันเป็นจุดยืนตรงกัน แต่ก็หมายถึงการต้องฟาดฟันแย่งชิงเก้าอี้กันในสนามระหว่าง 3 เส้าที่ดุเดือดขึ้น ... แย้มออกมาแล้วว่า ประชาธิปัตย์ จะถือนโยบาย พันธมิตร-สัญญาลูกผู้ชาย อย่างจริงจัง อย่างเช่น การหลีกทาง ไม่ส่งผู้สมัครบางเขตในจังหวัดพิจิตร ให้กับ เสธ.หนั่น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งดูแล้วแนวนโยบายนี้จะร่วมใช้กับ พรรคชาติไทย ที่เป็นพันธมิตรดั้งเดิมที่อยู่ในขั้วเดียวกัน - เช่นกัน.

..............................
กำลังโหลดความคิดเห็น...