xs
xsm
sm
md
lg

ปูมชวนคิด..สุดารัตน์ กับ มูลนิธิไทยพึ่งไทย

เผยแพร่:   โดย: "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง


ขอเปิดพื้นที่ส่วนแรก ให้กับความเคลื่อนไหวของ สมศักดิ์ เทพสุทิน และพลพรรคมัชฌิมา ที่เพิ่งเดินสายเจาะฐานไทยรักไทย-พลังประชาชนถึงถิ่น เชียงใหม่-เชียงราย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะนี่คือ เพลงมวยใหม่ เปลี่ยนกระบวนท่าต่อรอง ส่งสัญญาณไปยังกลุ่มก๊วนต่าง ๆ ด้วยการ..

“โชว์พาว”เปิดโกดัง เอาสินค้าการเมืองเนื้อ ๆ มาตั้งแสดงโชว์ ใจกลางเมืองหลวงไทยรักไทย ปรับรูปเกมต่อรอง จากเดิมที่แต่ละก๊วนมีแค่เอาแคตตาล็อกมาเกทับใส่กัน

จริงอยู่แม้ก่อนหน้านี้มีการเดินสายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในอีสานและเหนือตอนล่างมาพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ระดมสรรพกำลังทั้งมวลชน สตาฟ กลุ่มผู้สนับสนุนที่เป็นนักการเมือง-นักธุรกิจ และว่าที่ผู้สมัครมาเปิดหน้าโชว์แบบที่เชียงใหม่

บรรยากาศการเปิดตัวสินค้าการเมืองยี่ห้อมัชฌิมาที่เชียงใหม่ ดูเผิน ๆ เหมือนกับยกสำนักงานไทยรักไทยมาตั้งไว้ที่โรงแรมดิเอ็มเพรส อันมีตระกูล บูรณุปกรณ์ เป็นเจ้าของ .. ไล่นิ้วนับตั้งแต่ทีมทำงานไปจนถึงแกนนำล้วนคุ้นหน้าคุ้นตา คล้ายคลึงกับบรรยากาศการเปิดตัวพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2543 โน้น...มิหนำซ้ำพิธีกร ยังประกาศชัดเจนช่วงเกริ่นนำตีหน้าซื่อ-เหมารวม มัชฌิมา ก็คือ ไทยรักไทย แบบที่ พรรคพลังประชาชนฟังแล้วต้องสะอึกอย่างแรง เพราะนี่เป็นการพูดกลางเมืองหลวงไทยรักไทยโดยตรง ...

“พี่น้อง..อย่าเผลอพูดว่าเราเป็นไทยรักไทยนะ ..ตอนนี้เราเป็นมัชฌิมา ต้องตั้งสติให้ดี..ขนาดผมเองยังเผลอบ่อย ๆ เลย ” ... แล้วก็ค่อยร่ายยาวลงรายละเอียดแนวทางของกลุ่มด้วยท่วงทำนองเพื่อนเก่า-พวกกัน-ซึมลึกประสาศิษย์เก่าไทยรักไทยทั้งคนพูดคนฟัง

อย่างน้อยที่สุดงานนี้ประกาศตัวว่าสามารถแบ่งไทยรักไทยเชียงใหม่ออกเป็น 2 ซีกให้เห็นจะ ๆ

รูปมวยของมัชฌิมา ในภาคเหนือตอนบน จำลองความสำเร็จของไทยรักไทยยุคก่อตั้ง ที่ ใช้เครือข่ายสหายเก่า-คนเดือนตุลาในเขตงานภาคเหนือ เป็นแกนเพื่อทำงานมวลชนของพรรคโดยตรงไม่เกี่ยวกับ ส.ส.เขต .. แนวทางดังกล่าวยุคโน้น ไทยรักไทยภาคเหนือมี ตุ๊ก-ผดุงศักดิ์ พื้นแสน เพื่อนของ อ้วน-ภูมิธรรม เป็นตัวหลัก มาวันนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน คว้าเอาทีมงานของ ตุ๊ก- ผดุงศักดิ์ และเครือข่ายคนเดือนตุลาภาคเหนือ ที่ช่วยงาน แป้ง-เดือนเต็มดวง นั่งเก้าอี้นายกเล็กสำเร็จ ยกมาทั้งกระบิ - นับเป็นการเปิดโกดังแสดงสินค้าของจริงที่ เจ้าถิ่น-พรรคพลังประชาชน ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

กกต. ได้ปักธงวันประกาศรับสมัครเลือกตั้งแล้ว หมายความว่า ขั้วที่สาม ไม่ว่าจะเป็น ตาอยู่-นอมินีทักษิณ หรือ พร็อกซี่ทหาร ที่หากจะรวมจริง ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในกันยายนนี้ ..และยังหมายถึงว่า เกมขั้วที่สามดังกล่าว จะเรียบร้อยชัดเจนพร้อม ๆ กับ โผทหาร ในเวลาไล่เลี่ยกันพอดี !

...........................

ข่าวคราวที่ออกมาระยะนี้ เหมือนว่าการจัดทัพรวมทัพของขั้วที่สามใกล้ลงตัว แต่อย่าได้เข้าใจว่าจะไม่มีเปลี่ยนแปลง

ยุทธศาสตร์พิชัยสงครามตำรับสามก๊ก.. “เหนือรบโจ ใต้ร่วมซุน”.. ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะที่สุดแล้วกุนซือของทั้งขั้ว 1- 2  ก็หวังจะใช้ยุทธศาสตร์นี้จัดตั้งรัฐบาลเช่นกัน

ดังนั้นสูตรจัดทัพที่ผู้มีอำนาจปัจจุบัน เดิมหวังให้ ก๊กต่าง ๆ มีไพร่พล กำลังรบเท่า ๆ กัน แล้วผูกขั้วพันธมิตรเอาไว้ล่วงหน้าตายตัว ..คิดว่าอย่างไรเสีย ขั้ว 1 ต้องผสมกับ 3 เป็นสูตรสำเร็จนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนเขียนในแผ่นกระดาษ เพราะโลกการเมืองที่เป็นจริง การกลับลำ ตระบัดมิตร เดี๋ยวตบเดี๋ยวจูบในทางการเมือง เกิดขึ้นได้ทุกเวลา

ทหารนั้นมีกำลังก็จริง แต่อย่านึกว่าจะจับนักการเมืองอาชีพมัดมือได้ตลอดไป จะมีก็แต่ถูกนักการเมืองหลอกเท่านั้น

แนวโน้มที่น่าจับตาในช่วงกันยายน 2 สัปดาห์นี้ อยู่ที่การจับเขย่าใหม่ เพื่อให้ ขั้ว 1 มีอำนาจและสรรพกำลังสูงสุดก่อนจะลงสนามจริง ... เพื่อเป็นหลักประกันผลการรบในบั้นปลาย

การแสดงหน้ากล้อง ของทั้ง สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล-ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ตบท้ายด้วย ลีลามังกรของหัวหน้าพรรค บรรหาร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งบอกว่า พรรคชาติไทยกำลังเติบใหญ่ และกำลังคิดการใหญ่.. การแสดงลักษณะดังกล่าวเป็นเงื่อนไขบ่งบอกอาการเติบโตที่ได้เนื้อหนังพลังใหม่มาโปะร่างเดิม แถมกำลังจะขยับย่างเข้าสู่ดินแดนที่ราบสูง...ซึ่งหากไม่มีการแสดงหน้าม่านในท่วงทำนองนั้น ก็ยากจะเดินเข้าไปได้อย่างราบรื่น ... อ่านบรรหาร-อ่านชั้นเดียวไม่ได้จริง ๆ

……………..

สำหรับเรื่องของขั้วที่สาม หากไม่พูดถึง กลุ่มแทนคุณแผ่นดินอีสาน และ วิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ที่วงการเมืองกำลังจับตาเหมือนจะขาดอะไรไป

แม้จะขั้วอำนาจเก่าไทยรักไทยจะออกอาการ ระดมอาวุธประเคนใส่น้องใหม่-กลุ่มภาคนิยม ไปแล้วหลายดอก แต่ระยะสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาวงการเมืองอีกสายหนึ่งก็ยังไม่วางใจทั้ง 100% เพราะยังนึกถึงคติโบราณ ..หากจะหลอกศัตรู-ต้องหลอกพวกเดียวกันก่อน..

ความสำเร็จของเกม อยู่ที่การเลือกใช้ วิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ เพราะเป็นมือระดับกลาง ไม่เป็นหัวหน้ากลุ่ม แถมมีสายสัมพันธ์ดั้งเดิมทับซ้อนอยู่หลายชั้น

เริ่มจากการเป็นแกนนำครูประชาบาลยุคที่มีการต่อสู้เรื่อง สปช. ครูอีสานคนสำคัญ ๆ ยุคนั้น ต่างลงเล่นการเมืองแทบทั้งสิ้น ไม่ว่า ชิงชัย มงคลธรรม นิสิต สินธุไพร ไพจิตร ศรีวรขาน..ฯลฯ รวมถึง สุชน ชาลีเครือ ที่เพิ่งอกหักจากการเปลี่ยนชื่อพรรคเป็นไทยรวมไทย...ตอนที่ นายใหญ่ส่ง สุชน ขึ้นเบอร์หนึ่งสภาสูง ก็มี วิวรรธนไชย คนนี้แหละที่ออกหน้าเชียร์เพื่อนเสี่ยวเป็นคนแรก

ยังไม่เท่านั้น วิวรรธนไชย ยังมีฐานะเป็น ส.ส.กลุ่มวังน้ำยม ที่ติดตามสมศักดิ์ เทพสุทิน มาตั้งแต่ต้น ประกาศตัวเป็นเด็กสมศักดิ์อย่างเปิดเผย ..มาติดเอาที่เคยมีการทะเลาะกันเมื่อปีกลาย .. นอกจากนั้น วิวรรธนไชย ยังมีบทบาทแสดงความจงรักภักดีกับนายใหญ่ขนาดที่ไปหาถึงเมืองนอกเมืองนามาแล้ว ..เกมไพ่ฝาก-เปิดขาใหม่ ก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้

นี่จึงเป็นความสำเร็จของ แทนคุณแผ่นดินอีสาน ที่ได้เลือกวิธีเปิดตัวแบบมึน ๆ มั่ว ๆ หน้าซื่อตาใส จนสามารถหลอกได้ทุกทิศอย่างราบคาบ...เหลือที่ยังไม่ได้หลอกคือตัวเองเท่านั้น !!

แต่หากยังปล่อยให้เทา ๆ ทึม ๆ ไม่ชัดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ .. ขั้ว 2 ประเคนอาวุธใส่ขั้ว 1 ก็ไม่วางใจ - แล้วคิดว่าจะเป็นผลดีในบั้นปลาย ก็ไม่แน่ว่า เกมหลอกทุกทิศ จะพลิกกลับเป็น ยุทธการหลอกตัวเอง เข้าให้จริง ๆ !!

..........................

การเมืองเผชิญหน้า 2 ขั้วใหญ่ ยิ่งใกล้วันคืนอำนาจประชาชน ก็ยิ่งแผ่รังสีอำมหิตขึ้นเรื่อย ๆ อย่านึกว่ามีแต่ อำนาจปัจจุบันที่กลัวการเช็คบิลเอาคืนทั้งโคตรเท่านั้น อำนาจเก่าทั้งหลายเองก็อยู่ภายใต้ความรู้สึกไม่แตกต่างกันเท่าใดนักหรอก

หมอมิ้ง-พรหมินทร์ ประกาศวางมือเตรียมไปอยู่ออสเตรเลีย อ้วน-ภูมิธรรม ก็ไปก่อนหน้า ล่าสุด เจ๊หน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ก็ไปบ้าง – บอกนักข่าวว่าจะกลับไปทำ มูลนิธิไทยพึ่งไทย ที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 2541 ..

อันที่จริงแล้ว ไทยพึ่งไทย มีสถานะเป็นโครงการของ เจ๊หน่อย มาตั้งแต่ยุคพลังธรรม 2541 ..ต่อมาได้จดทะเบียนมูลนิธิเมื่อ 21 มีนาคม 2543 โดยนายทะเบียนชื่อ ประมวล รุจนเสรี รองปลัดกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น

การตั้งมูลนิธิไทยพึ่งไทย เกิดเมื่อเจ๊หน่อย เดินเข้ามาสู่ชายคาของไทยรักไทยแล้ว และกำลังเตรียมพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแข่งกับ สมัคร สุนทรเวช ก็อย่างที่ทราบกัน แพ้ขาดลอยยังความชอกช้ำรุนแรงทีเดียว

น่าสังเกตว่า เจ๊หน่อย ไม่ถูกโฉลกกับชื่อ ไทยพึ่งไทย เท่าใดนัก อย่าได้ตำหนิใดเลยที่การนำเสนอจะไม่เป็นวิทยาศาสตร์ไปบ้าง .. ก็เพราะมันน่าคิดจริง ๆ !

โครงการไทยพึ่งไทย ก่อกำเนิดขึ้นในยามพ่ายแพ้ถอยร่น..ผูกพันกับ คนชื่อ สุดารัตน์ ในยุคเจ้าตัวกำลังถดถอยพรรคพลังธรรม ถูกทักษิณสลัดหนี เหลือส.ส.แค่หนึ่งเดียว นั่นคือแพ้รอบแรก

ขณะที่รอบสอง ครั้งก่อตั้ง มูลนิธิไทยพึ่งไทย ปี 2543 ใหม่ ๆ สุดารัตน์ กำลังฮึกเหิมกับพรรคใหม่เจ้านายเดิม แต่ที่สุดในอีก 2 เดือนต่อมาก็พ่ายแพ้ย่อยยับในสนามกทม.

วันนี้ สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ กลับไปสู่ชายคามูลนิธิไทยพึ่งไทยอีกครั้ง พร้อม ๆ กันนั้น อีก 4 เดือน ข้างหน้ากำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่ – ถ้าโชคชะตาเล่นตลกเป็นคำรบ 3 ...ก็น่าที่เจ๊จะต้องพึ่งพาผู้รู้ในศาสตร์ว่าด้วยมงคลนาม เสียหน่อยแล้วกระมัง !

กำลังโหลดความคิดเห็น...