xs
xsm
sm
md
lg

สำนวนฟ้อง “แม้ว-เมีย” โกงที่ดินรัชดาฯ ถึงมืออัยการแล้ว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“อุดม-จารุวรรณ” หอบพยานเอกสาร 9 แฟ้ม พร้อมสำนวนยื่นอัยการเชือด “ทักษิณ-พจมาน” ทุจริตซื้อที่ดินรัชดาฯ ขณะที่ อสส.ตั้งคณะทำงานพิจารณา พร้อมประชุมนัดแรกพรุ่งนี้ และยังไม่อนุญาตให้คตส.เปิดสำนวนคดีที่ดินรัชดา คาดสั่งคดีได้ภายใน 3 สัปดาห์ ด้าน “ทนายแม้ว” โร่ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อ้าง คตส.ทำงานขาดหลักนิติธรรม

วันนี้(24 พ.ค.50) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายอุดม เฟื่องฟุ้ง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดา พร้อมด้วยคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา กรรมการคตส. ได้เข้ายื่นสำนวนการไต่สวนคดีการทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดา พร้อมพยานเอกสารจำนวน 9 แฟ้ม กว่า 2,000 หน้า ต่อนายพชร ยุติธรรมดำรง อัยการสูงสุด เพื่อให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 โดยกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ 1 และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร คู่สมรส ที่ 2 ว่าร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ,100 และ 157 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1, 33 ,83, 86,90, 91,152 และ 157 และขอให้ริบเงิน 772 ล้านบาท ที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ชำระให้กับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นค่าซื้อขายที่ดิน เพราะเป็นทรัพย์สินหรือเงินที่ใช้ในการกระทำความผิด

นายพชร ยุติธรรมดำรง อัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนวนการสอบสวนในคดีการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดานี้ ถือเป็นคดีที่ 2 ที่ คตส. ส่งมายังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณา ซึ่งในคดีนี้อัยการได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 คณะรวม 10 คน มีนายสมศักดิ์ บุญทอง รองอัยการสูงสุดเป็นประธานคณะทำงาน โดยคาดว่าจะสามารถสั่งคดีได้ภายใน 3 สัปดาห์ ซึ่งเบื้องต้นตนได้ดูสำนวนการสอบสวนคดีนี้แล้ว พบว่า สาระสำคัญที่ต้องพิจารณาคือการ กล่าวหาผู้กระทำผิดทั้ง 2 คน ทั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ว่าการจัดซื้อที่ดินนี้เป็นความผิดตามปกติหรือไม่ มีการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใด และมีการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่าอัยการสูงสุดจะทำงานด้วยความรอบคอบและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

“คดีนี้ประชาชนสนใจ แลจำนวนที่ดินที่มีการซื้อขายกันจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูนั้นมีมูลค่าสูง เบื้องต้นจากการอ่านสำนวนมาบ้างแล้ว พบว่าการซื้อขายเป็นเรื่องไม่ปกติ ซึ่งราคาที่ดินแปลงนี้มีราคาทุนทรัพย์ครั้งแรกมีราคากว่า 4200 ล้านบาท ต่อมาแบ่งเป็น 2 แปลงคือส่วนหนึ่งราคา 2,100 ล้านบาท และอีกส่วนที่เป็นข้อพิพาทมีราคา 2,100 ล้านบาท แต่หลังจากที่มีการขายที่ดินแปลงนี้โดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูให้กับผู้ถูกกล่าวหา ปรากฎว่าเป็นการขายในราคาเพียง 772 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามาตรฐานเป็นอย่างมาก ซึ่งคตส.ได้ไต่สวนในส่วนของผู้ขายแล้วว่าใช้เกณฑ์อะไรในการตั้งราคาขาย โดยได้รับคำตอบว่าเป็นราคาที่ตั้งไว้ในใจ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง ว่าอาจมีการเอื้อประโยชน์และใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบหรือเปล่า อย่างไรก็ตามการพิจารณาสำนวนต้องดูสำนวนการสอบสวนของคตส.เป็นหลัก รวมทั้งข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง พยานบุคคล และรายละเอียดที่มีการตรวจพบทั้งหมด

“ขอยืนยันว่าการทำงานของสำนักงานอัยการสูงสุดจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่ เพราะคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนสนใจ ซึ่งการทำงานนั้นทางอัยการสูงสุดกับคตส.จะทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงหาผู้กระทำผิด โดยไม่มีเจตนาใส่ร้ายใคร แต่จะทำงานตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อแผ่นดิน เพราะทรัพย์สินของแผ่นดินเป็นเงินของประชาชน นี่เป็นคำมั่นและสัญญาซึ่งผมในฐานะอัยการสูงสุดว่าจะทำงานร่วมกับคตส.ให้เรียบร้อยในทุกเรื่อง” นายพชร กล่าว

ส่วนกรณีที่นายอุดม ประธานอนุ คตส. ฯ เสนอให้เปิดเผยสำนวนการไต่สวนต่อสาธารณชนนั้น นายพชร เห็นว่ายังไม่สมควร โดยอัยการต้องพิจารณารายละเอียดในสำนวนให้ครบถ้วนและให้เสร็จสิ้นกระบวนการยื่นฟ้องเสียก่อนจึงสามารถเปิดเผยสำนวนได้ เพราะการเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนมีทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่งหากผู้ถูกกล่าวหาทราบละเอียดในสำนวนแล้วอาจหาช่องทางใด ๆ เพื่อประวิงเวลาทำให้คดียืดเยื้อได้

นายพชร กล่าวด้วยว่า สำหรับคดีนี้ หากมีการฟ้องคดีเกิดขึ้น ในวันยื่นฟ้องยังไม่จำเป็นที่ต้องนำผู้ต้องหามาศาล แต่หากศาลทำการนัดสืบพยานหรือนัดพร้อมคู่ความแล้ว ในวันนั้นจำเป็นต้องนำจำเลยมาศาล แต่กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งขณะนี้พำนักอยู่ในต่างประเทศนั้น คงต้องขึ้นกับดุลยพินิจขององค์คณะของศาลด้วย เพราะกระบวนการพิจารณาคดียังต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความมั่นคงของประเทศชาติด้วย

นอกจากนี้ นายพชร กล่าวอีกว่า ระเบียบการดำเนินคดีของอัยการสูงสุด ให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาร้องขอความเป็นธรรมได้ แต่ต้องพิจารณาดูว่าการร้องขอความเป็นธรรมนั้น ทางคตส.ได้มีการสอบสวนไว้แล้ว พยานที่อ้างงมีความจำเป็นแค่ไหน หากเป็นข้อกฎหมายที่มีอยู่แล้ว หรือพยานหลักฐานที่คตส.ไต่สวนและรวบรวมไว้แล้ว เราก็สามารถตัดประเด็นคำร้องขอความเป็นธรรมไปได้ แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าอัยการพร้อมให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่กับผู้ถูกกล่าวหาด้วย

ด้านคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และกรรมการ คตส.กล่าวยืนยันว่า การสอบสวนและรวบรวมพยานเอกสารต่างๆในคดีการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดา ตลอดจนการกล่าวหา พ.ต.ท. ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไม่ได้มีอคติหรือเป็นปรปักษ์กับใครทั้งสิ้น เป็นการดำเนินงานตามข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ เพื่อเปิดเผยความจริงให้ประชาชนทราบว่าการกระทำทั้งหลายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่พวกเราในฐานะคนไทยทั้งประเทศต้องรับผิดชอบร่วมกันที่จะต้องพิทักษ์ร ักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน

“ขอยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคตส.เป็นการทำงานเพื่อนำความจริงมาให้ประชาชนได้รับทราบ โดยเมื่อเราไต่สวนเสร็จสิ้นตามหน้าที่ ซึ่งหลังจากนี้ต้องเป็นเรื่องของอัยการสูงสุดที่จะพิจารณาสำนวนคดีต่อไป อย่างไรก็ตามคดีนี้ในกระบวนการยุติธรรมขั้นสุดท้าย ต้องขึ้นกับผู้พิพากษาที่เป็นที่เชื่อถือและเคารพของประชาชนที่จะเป็นผู้วินิจฉัยต่อไป” คุณหญิงจารุวรรณ กล่าว

คุณหญิงจารุวรรณ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจเข้าข่ายร่วมกันกระทำความผิดดังกล่าว ขณะนี้คตส.ได้จัดเตรียมเอกสารเพื่อส่งต่อให้คณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการสอบสวนเจ้าหน้าที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และคณะกรรมการจัดการกองทุนฯ ต่อไปว่า ในการดำเนินการปรับลดราคาและการขายที่ดินแปลงนี้มีการกระทำที่เป็นความผิดในทางอาญา ประกอบด้วยพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และความผิดต่อพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.25.2 และกฎหมายอื่นหรือไม่ อย่างไร

ขณะที่ทางด้านนายอุดม เฟื่องฟุ้ง คณะกรรมการ คตส. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคดีดังกล่าว กล่าวว่า คณะทำงาน คตส. พร้อมรับฟังผลการพิจารณาของอัยการสูงสุด ไม่ว่าผลการพิจารณาจะออกมาเป็นอย่างไร เนื่องจากอัยการสูงสุด ถือเป็นองค์กรยุติธรรมฝ่ายบริหารที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการพิจารณาความผิด ทั้งนี้การทำงานของ คตส. เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และด้วยความยุติธรรม ซึ่งเป็นการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ ถือเป็นเป้าหมายหลักในการทำงานของ คตส. มาโดยตลอด

“คตส.เป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นของผ่ายบริหาร โดยได้ไต่สวนคดีนี้โดยยึดประเด็น ความเสียหายของแผ่นดินที่จะต้องรักษา และ2.ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดจริงหรือไม่อย่างไร ตามพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น ซึ่งความเห็นของคตส.เป็นเบื้องต้นเท่านั้น ยังต้องผ่านการกลั่นกรองของพนักงานอัยการ โดยเรายอมรับฟังความเห็นของท่าน ในฐานะเป็นองค์กรสูงสุดในกระบวนการยุติธรรมของฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตามยืนยันว่าหลักการทำงานของคตส.ทำงานโดยดูที่เนื้อผ้า ไม่เคยดูหน้าผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่หวังกลั่นแกล้งใคร หรือทำเพื่อผลประโยชน์ใคร สิ่งที่หวังคือความยุติธรรมและผลประโยชน์ของแผ่นดิน” นายอุดม กล่าว

ด้านนายอรรถพล ใหญ่สว่าง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และหนึ่งในคณะทำงานพิจารณาคดีฯ เปิดเผยว่าว่า นายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะทำงานฯ ได้นัดประชุมคณะทำงานนัดแรกในวันพรุ่งนี้เวลา 13.30 น. เพื่อพิจาณาสำนวนคดีและตั้งคณะทำงานชุดเล็กขึ้น เพื่อพิจารณาคดีดังกล่าวเพื่อจะให้แล้วเสร็จและสามารถสั่งคดีได้ทันภายใน 30 วันตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ คตส.เข้ายื่นสำนวนเพียงไม่นาน นายพิชิต ชื่นบาน ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี การจัดซื้อที่ดินย่านรัชดา โดยระบุว่า ตนได้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจริง ซึ่งขณะนี้เจ้าตัวอยู่ในต่างประเทศ โดยเหตุผลสำคัญในการขอความเป็นธรรมคือ กระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องการให้อัยการสูงสุด วินิจฉัยทุกประเด็นที่ คตส. สรุปความเห็นมา ด้วยหลักนิติธรรม เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน ไม่ได้มีความผิดตามที่ คตส. กล่าวหา โดยเฉพาะการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ อีกทั้งการจัดซื้อที่ดินย่านดังกล่าว ถือเป็นการเปิดกว้างให้ใครประมูลได้ ตามประกาศของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู

โดยหนังสือร้องขอความเป็นธรรม สรุปใจความได้ว่า การร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ไม่ได้เป็นการประวิงเวลาแต่อย่างใด แต่คตส.ไม่ได้สอบสวนผู้ถูกกล่าวหาเลย ซึ่งการแต่งตั้งคตส.ขึ้นมาของคณะปฏิรูปการปกครอง ไม่อยู่ในหลักนิติธรรม และไม่มีความเหมาะสม เพราะกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้แสดงบทบาทเป็นปรปักษ์และให้ร้ายพ.ต.ท.ทักษิณมาโดยตลอด นอกจากนี้ คตส.ตีความ บทบัญญัติของกฎหมายไม่ถูกต้องและเที่ยงธรรม การวินิจฉัยคดีเป็นไปด้วย “ฟั่นเฝือ” คือการอ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองตกเป็นผู้กระทำความผิดในลักษณ์นำข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมาปรับใช้ในลักษณะยุ่งเหยิง และเคลือบคลุมเพื่ออำพรางข้อกฎหมายที่แท้จริง และการซื้อขายที่ดินเป็นการประมูลซื้อในลักษณะเป็นการขายทอดตลาด เป็นการเปิดกว้างในเข้าประมูล ตามประกาศของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ในข้อสงวนสิทธิ ที่กองทุนฯ สามารถที่จะไม่ขายให้กับผู้ที่เสนอราคาสูงสุดอีกด้วย จึงเห็นไว้ว่าลักษณะของสัญญาไม่ได้เป็นลักษณะการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนร่วม