ครม.มีมติแปลงสภาพ “ทีไอทีวี” ให้เป็นทีวีสาธารณะ เตรียมตั้งคณะทำงานศึกษารูปแบบ พร้อมเสนอร่าง พ.ร.บ.องค์การแพร่ภาพฯ ด้าน “สมเกียรติ” เผยมีร่างฯ ไว้แล้ว ขณะ สนช.เสนอกฎหมายไว้เช่นกัน คาด ภายในรัฐบาลชุดนี้ ได้ยลโฉมทีวีรูปแบบใหม่แน่ เริ่มประชุมกำหนดรายละเอียด 27 เม.ย.นี้
นางดรุณี หิรัณรักษ์ ประธานคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดอนาคตของสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้รูปแบบของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี เป็นทีวีสาธารณะ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การแพร่ภาพและกระจายเสียงสาธารณะ ก่อนเสนอต่อ ครม.และ สนช. ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการทั้งหมดไม่เกิน 6 เดือน หรืออายุของรัฐบาลชุดนี้
สำหรับความเป็นได้ในการจัดตั้งทีวีเสรีนั้น นางดรุณี กล่าวว่า คงไม่สามารถเกิดได้ในรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากยังติดเงื่อนไขต้องจัดตั้งคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ขึ้นมาก่อน และยังต้องแก้ไขมาตรา 80 ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 เสียก่อน อย่างไรก็ดี ที่ประชุมไม่ได้หารือถึงการสานต่อไปถึงรัฐบาลชุดหน้าแต่อย่างใด
นางดรุณี กล่าวด้วยว่า ร่าง พ.ร.บ.แพร่ภาพฯ ได้กำหนดอีกมาตราหนึ่งให้เอกชนสามารถเข้ามาร่วมผลิตรายการของทีวีสาธารณะได้ ซึ่งทำให้ในอนาคตหลังจากรัฐบาลชุดนี้ จะมีอีกหนึ่งช่องที่เป็นทีวีสาธารณะซึ่งมีเอกชนดำเนินการเช่าเวลาและผลิตรายการได้
ทั้งนี้ คณะกรรมการซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลสถานีจำนวน 5 คนนั้น จะได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหา 7 คน ซึ่งเป็นผู้แทนจากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาสถาบันนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย สภาทนายความ องค์กรเอกชนด้านสิทธิและเสรีภาพสื่อ และองค์กรเอกชนด้านพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชน ซึ่งจะคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน และส่งต่อให้ สนช.คัดเลือกต่อเหลือ 5 คน มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
“เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์การสรรหาองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระอื่นๆ ที่มีอยู่ ว่ามีการแทรกแซงตลอดเวลา ดังนั้น นี่จึงเป็นประเด็นที่ผู้ยกร่างกฎหมายต้องให้ความสำคัญ กระบวนการคงต้องใช้เวลาตามสมควร แต่ตามร่าง กม. คงต้องมีกรรมการชั่วคราวขึ้นมาก่อน และนำไปสู่กระบวนการเปลี่ยนผ่าน” นางดรุณี กล่าว
สำหรับความกังวลว่าการนำเสนอข่าวอาจไม่เป็นกลางนั้น ได้มีข้อกำหนดให้ทำมาตรฐานรายการและข้อกำหนดด้านจริยธรรมขึ้นมา และยังมีสภาผู้ชมรายการให้ประชาชนร่วมแสดงความเห็นต่อรายการ
นางดรุณี ให้สัมภาษณ์ในรายการ NEWS HOUR ทาง เอเอสทีวี อธิบายเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมคณะทำงานฯเพื่อศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติม และอธิบายว่าโดยหลักการของทีวีสาธารณะดังกล่าวจะได้รับการอุดหนุนจากภาษีของรัฐบาล เช่น อาจมาจากภาษีสรรพสามิต เงินพิเศษ หรือจากกองทุนต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการกำหนดให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการผูกขาดและครอบงำ และที่สำคัญเพื่อให้องค์กรอยู่รอดได้ด้วย
นางดรุณี กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำคือต้องไปปรับปรุงกฎหมายองค์กรแพร่ภาพและกระจายเสียงสาธารณะ เพื่อสำหรับรองรับสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี โดยตั้งใจให้เสร็จทันรัฐบาลชุดนี้คือภายในเวลา 6 เดือน
สำหรับรูปแบบการบริหารงานของทีไอทีวีในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น นางดรุณี กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลโดยสำนักปลัดสำนักนายกฯว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด จะเป็นแบบการบริหารรูปพิเศษหรือเอสดียูมาใช้บริหารชั่วคราวเท่านั้น ทั้งในเรื่องของพนักงาน หรือแม้แต่ผู้ผลิตรายการในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ทั้งนี้มีรายงานว่าคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ ซึ่งได้รับมอบหมายให้พิจารณารายละเอียดของกฎหมายรองรับทีไอทีวีเป็นสื่อสาธารณะดังกล่าว ได้มีการนัดประชุมนัดแรกวันที่ 27 เม.ย.นี้
ด้าน นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ หนึ่งในคณะกรรมการ กล่าวว่า จะใช้เวลาไม่นานในการเสนอร่าง พ.ร.บ.เพราะได้มีการร่างกฎหมายไว้แล้ว และทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็มีการเสนอกฎหมายในลักษณะเดียวกันไว้ด้วย โดยในส่วนของการทำงานทั้งหมดนั้น คาดว่า จะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน คือ ภายในรัฐบาลชุดนี้ ในการที่จะผลักดันให้ทีไอทีวีเป็นทีวีสาธารณะ
นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะส่งร่าง พ.ร.บ.ให้ สนช.พิจารณาควบคู่ไปกับร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดย สนช. ภายในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ โดยทีไอทีวี จะมีรูปแบบเป็นองค์การมหาชน เป็นทีวีสาธารณะที่ผลิตรายการมีสาระเพื่อประชาชน โดยไม่มีโฆษณาจากภาคเอกชน แต่อาจให้มีโฆษณาเพื่อภาพลักษณ์ขององค์การได้
สำหรับแหล่งที่มาของรายได้จะมาจาก 4 ช่องทางหลัก คือ 1.กองทุนที่ตั้งขึ้นจากเงินภาษีที่จัดเก็บพิเศษกันไว้ให้ทุกปีโดยเฉพาะ ซึ่งอาจมาจากภาษีสรรพสามิตหรือกิจกรรมจากอบายมุข และถือเป็นรายได้หลักของสถานี รัฐบาลไม่สามารถเข้าแทรกแซงได้ 2.จากกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ 3.จากบางส่วนของงบประมาณ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ 4.จากเงินบริจาคทั้งในส่วนของประชาชนและภาคธุรกิจ
นายสมเกียรติ กล่าวว่า งบประมาณในการดำเนินทีวีสาธารณะในแต่ละปีนั้น จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของรายการเป็นหลัก หากรายการคุณภาพปานกลางจะใช้งบราว 1,100 ล้านบาทต่อปี แต่หากมีคุณภาพสูงพอที่จะแข่งขันกับสถานีทั่วไปได้ จะต้องใช้งบราว 1,700 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป ส่วนทุนประเดิมในการดำเนินการนั้นคงไม่มากนัก เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานคือสถานีและคลื่นความถี่พร้อมอยู่แล้ว ทุนประเดิมอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่าน คือการอบรมบุคลากร และการบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่านเท่านั้น
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ทีไอทีวี อาจไม่จำเป็นต้องยกเลิกสัญญากับผู้ผลิตรายการในปัจจุบัน แต่อาจเป็นการว่าจ้างใหม่อีกครั้งหนึ่ง และเปิดให้มีส่วนร่วมในการแข่งขัน ผลิตรายการที่สนองต่อวัตถุประสงค์ของสาธารณะ ขณะที่พนักงานทีไอทีวี สามารถเข้ามาสมัครได้ใหม่ แต่เรื่องผลประโยชน์จะได้เท่าเดิมหรือไม่นั้น เป็นรายละเอียดที่คณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณา
นายสมเกียรติกล่าวอีกว่า ผู้ผลิตรายการเดิมที่ยังจะอยู่ในทีไอทีวีต่อไปจะต้องเปลี่ยนรูปแบบเนื้อหาให้เข้ากับลักษณะของทีวีสาธารณะ และให้เป็นในลักษณะของการผลิตรายการกับองค์การมหาชน ที่จะมีขึ้นเพื่อมาบริหารทีวีสาธารณะ ขณะที่ในส่วนของผู้ที่จะทำหน้าที่บริหาร อาจจะมีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน


