“คำนูณ” เผย “2 โกง” บวก “2 ชุ่ย” ต้นเหตุสุวรรณภูมิทรุด-ร้าว เสนอตั้ง “อัยการอิสระ” สางปัญหาทุจริต-ความปลอดภัยทั้งโครงการ ระบุรันเวย์ร้าว-แท็กซี่เวย์ทรุดนับร้อยจุด ภายใน 4 เดือน เป็นวิกฤติหนัก แค่ย้ายสายการบินในประเทศ ปิดซ่อมบางส่วน อาจไม่พอ หวั่นองค์การบินโลกไม่รับรอง ธุรกิจการบินประเทศพังทั้งระบบ
วันนี้ (31 ม.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้อภิปรายในสภาฯ ภายหลังจากนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจงกรณีปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิว่า ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้มีแค่ข้อบกพร่องในกลไกการทำงานของระบบบางระบบ และไม่ได้มีแค่จะต้องสะสางการทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กำลังตรวจสอบอยู่ แต่วันนี้ปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิยกระดับขึ้นมาเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง เกียรติภูมิ รวมไปถึงอันตรายใหญ่หลวงถึงชีวิตของผู้โดยสาร และอาจถึงขั้นทำลายอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบของไทยในพริบตา
ประเด็นพิจารณาในวันนี้ จึงไม่ได้มีแค่เราจะมาถกเถียงและตัดสินใจว่าให้เพียงสายการบินในประเทศ ย้ายมาใช้สนามบินดอนเมืองแล้วจบ แต่ในวันนี้ประเทศชาติต้องการความกล้าหาญในการตัดสินใจเชิงนโยบายครั้งสำคัญของคณะรัฐบาล โดยเฉพาะจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
นายคำนูณ อภิปรายต่อว่า การตรวจพบรอยทรุดที่แท็กซี่เวย์สุวรรณภูมิเป็น 100 จุด และรันเวย์พบรอยทรุดอีก 2 จุด งวงช้างเสียหาย 11 ตัว แท็กซี่เวย์และหลุมจอดทยอยปิดซ่อม รันเวย์เริ่มปิดซ่อม หลังเปิดใช้เป็นเวลา 4 เดือน ถือเป็นความผิดปกติอย่างรุนแรง ไม่ใช่เป็นความผิดปกติธรรมดาสามัญ และเป็นอาการของโรคที่รุนแรง ที่กระทรวงคมนาคมต้องอธิบายให้ได้ว่า เกิดจากสาเหตุใด ก่อนที่จะลงมือรักษา
นายคำนูณ กล่าวว่า มีผู้รู้อธิบายปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างน่าตระหนกมากว่า การทรุดตัวและแตกร้าวที่แท็กซี่เวย์และรันเวย์ มาจาก 2 สาเหตุ คือ “2 โกง” บวกกับ “2 ชุ่ย” ผลออกมาเป็น “ทรุด + ร้าว” โดย 2 โกงนั้น โกงแรก คือ ล็อกสเปกโกงวิธีการปรับปรุงดิน โกงที่สอง คือ โกงทรายถมผิดสเปก ส่วน 2 ชุ่ยนั้น ชุ่ยที่หนึ่ง คือ เร่งรัดและเร่งรีบจนคุณภาพทางวิ่งห่วย ชุ่ยที่สอง คือ การบริหารสนามบินเรื่องระบบน้ำห่วย
สนามบินสุวรรณภูมิที่เดิมชื่อหนองงูเห่าเป็นดินอ่อนโคลนและเลน การก่อสร้างที่รับน้ำหนักในสภาพโคลนและเลนที่เป็นหนองน้ำอย่างนี้มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่เราเลือกใช้ คือวิธี PVD (Prefabricated Vertical Drains) โดยใช้ทรายถมไปในโคลนเลนเพื่อใช้น้ำหนักทรายกดลงไป แล้วฝังท่อในแนวดิ่งจากชั้นทรายลงไปในชั้นโคลนเพื่อให้น้ำวิ่งออกมาตามท่อเพื่อระบายน้ำออก ตามทฤษฎีนี้เมื่อใช้น้ำหนักกดทับไปเรื่อยๆ เป็นเวลานาน จนดินโคลนถูกกดและทรุดตัวลงจนไม่ทรุดตัวเพิ่มแล้ว ก็จะสามารถทำเป็นแท็กซี่เวย์ หรือรันเวย์ ต่อได้
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า การถมทรายในสนามบินหนองงูเห่าในขณะนั้น มีข้อสงสัยว่าทรายที่ใช้ถมผิดสเปก เพราะไม่ใช้ทรายแม่น้ำ หรือทรายถม แต่ไปใช้ทรายขี้เป็ดที่อมน้ำ ไม่รีดน้ำ ซึ่งถูกกว่ามาแทน ดังนั้น แทนที่จะระบายน้ำ กลับมาเป็นตัวอมน้ำ ชั้นของดินก็จะกลายเป็นชั้นของเลน
จากปัญหาการถมทรายไม่เป็นตามสเปก ซึ่งถือว่ารุนแรงแล้ว ก็เกิดมีรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่อยากจะเร่งเปิดสนาม บินให้เร็ว อยากจะใช้งบประมาณสร้างส่วนอื่นๆ ให้เสร็จให้เร็ว ทั้งๆ ที่วิธีการปรับปรุงดินโดยเทคนิค PVD นั้นต้องใช้เวลาจนแน่ใจแล้วว่าชั้นดินทรุดจนถึงระดับที่น่าพอใจก่อน แต่ไม่มีใครไปใส่ใจ นับจากปี 2545 เป็นต้นมา การเร่งรัดก่อสร้างครั้งใหญ่ ทำกันทั้งวันทั้งคืนก็เริ่มขึ้น มีการประกาศเส้นตาย กำหนดการเปิดบินเป็นระยะๆ นำมาสู่การทุจริตในขั้นตอนต่อๆ ไป
นายคำนูณ อภิปรายต่อว่า อยากขอความกรุณาจากรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาเรื่องโดยรอบคอบ อย่าเพียงแค่ย้ายสายการบินในประเทศกลับไปดอนเมืองโดยสมัครใจแล้วก็ปิดซ่อมเพื่อกลับมาใช้ใหม่ในเวลาไม่นาน เพราะปัญหาการทุจริตและความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิยิ่งใหญ่เกินกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมาแบกรับไว้ได้ หน่วยงานปกติ ไม่ว่า ป.ป.ช. ก็รับมือไม่ไหว คตส. ก็มีอายุจำกัด และมีภารกิจมากจนล้นมือ และที่สำคัญที่สุด เมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว เชื่อแน่ว่านักการ เมืองจำนวนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จะต้องสกัดขัดขวางกระบวนการตรวจสอบการทุจริตอย่างแน่นอน
นายคำนูณ กล่าวต่อว่า อยากจะเสนอให้ รัฐบาลนี้พิจารณาตั้งเป้าหมายการสะสางการทุจริตและปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างให้ครบวงจรในครั้งเดียว อาจด้วยการออกกฎหมายใหม่ แม้กระทั่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาสอบสวนและแก้ปัญหา โดยอาจจะจำลองมาจากระบบอัยการอิสระ (Independent Council) ของสหรัฐอเมริกา หรือระบบอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ที่จะทำให้มีอายุการทำงานต่อเนื่อง และอยู่เหนือแรงกดดันทางการเมืองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งผลการตรวจสอบจะสามารถเป็นต้นแบบมาตรฐาน เป็นเครื่องป้องปรามการคิดทุจริตประพฤติมิชอบให้กับสังคมไทยในระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง และสามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องรอถึงรัฐธรรมนูญใหม่
นายคำนูณ กล่าวในตอนท้ายว่า ไม่อยากให้เราถูกบังคับให้ย้ายกลับดอนเมือง เพราะองค์กรมาตรฐานการบินระดับโลกไม่รับรองความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียมหาศาลตามมา สู้เราเร่งทำของเราเองดีกว่า โดยอันดับแรกตอบคำถามให้ได้ว่า สาเหตุของรอยร้าว-ทรุด ที่ลุกลามเหมือนโรคร้ายที่ผุดขึ้นชั่วระยะ 4 เดือนมาจากเหตุใด อันดับสอง ตอบคำถามว่า มั่นใจในการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิส่วนที่เหลือแค่ไหน มีหลักประกันอะไร และใครเป็นคนประกัน ซึ่งถ้าท่านตอบ 2 คำถามนี้ได้แล้ว อาจจะเปลี่ยนจากการย้ายด้วยความสมัครใจ มาเป็นการย้ายสนามบินทั้งหมดกลับมาดอนเมืองก็ได้
รายละเอียดคำอภิปรายประเด็นกระทรวงคมนาคมชี้แจงกรณีสุวรรณภูมิ
วันที่ 31 มกราคม 2550
กราบเรียน ท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ท่านประธานฯครับ -- คำชี้แจงจาก ฯพณฯ รมช.คมนาคม ในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ ใน 2 นัย นัยหนึ่ง – เป็น “ใบเสร็จ” คดีฉ้อราษฎร์บังหลวงใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยยุคใหม่ อีกนัยหนึ่ง -- เป็นกรณีศึกษาการบริหารนโยบายสาธารณะที่ผิดพลาดอย่างน่าอัปยศหดหู่ที่สุด เท่าที่ประเทศนี้เคยมีมา
การที่กระผมกล่าวว่าเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของบันทึกประวัติศาสตร์ หมายถึงถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการที่ให้กับสภานิติบัญญัติ และเปิดโอกาสให้สมาชิกสภานิตินิติบัญญัติแห่งชาติอภิปราย จะได้รับการบันทึกไว้ เพื่อบอกเล่าว่าคนรุ่นของเราที่นั่งกันอยู่ ณ ที่นี้ คิดกันอย่างไร ทำกันอย่างไร และ ตัดสินใจกันแบบใด
หากการตัดสินใจของคนรุ่นเราถูกต้อง -- ก็จะได้รับการบันทึกเพื่อให้เป็นแบบอย่างที่น่าสรรเสริญ
แต่ในทางตรงกันข้าม หากรัฐบาล หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ ต่างพากันคิดและทำในสิ่งที่จะยิ่งก่อให้เกิดความเสียหาย หน้าบันทึกดังกล่าวนี้ ก็จะหลักฐานสำคัญให้คนรุ่นหลังตัดสินคนรุ่นเรา แน่นอนที่สุดว่าประ วัติศาสตร์จะบันทึกไว้ว่า รัฐบาลชุดนี้เป็น “ส่วนหนึ่ง” ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ เช่นกัน
ท่านประธานฯ ที่เคารพ ........
ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ ไม่ได้มีแค่ข้อ บกพร่องในกลไกการทำงานของระบบบางระบบ เช่น กลไกของสายพานลำเลียง หรือแค่ระบบโกดังสินค้าล่าช้า เหมือนเช่นที่เราเคยกังวลกันก่อนการเปิดใช้
ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ได้มีแค่จะต้องสะสางการทุจริต ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างเพียง 3 หรือ 4 โครงการ ซึ่ง คตส.กำลังตรวจสอบอยู่
แต่วันนี้ -- ปัญหาว่าด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ ยกระดับขึ้นมาถึงขนาดที่ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง เกียรติภูมิ รวมไปถึงความน่าจะเกิดอันตรายใหญ่หลวงถึงชีวิตของผู้โดยสาร
อาจถึงขั้นทำลายอุตสาหกรรมการบินทั้งระบบของไทยในพริบตา!
ประเด็นพิจารณาในวันนี้ จึงไม่ได้มีแค่ เราจะมาถกเถียงและตัดสินใจว่า ให้เพียงสายการบินในประเทศ ย้ายมาใช้สนามบินดอนเมือง – แล้วจบ
ถ้าเราคิดได้แค่นี้ – นอกจากไม่จบแล้ว อาจจะทำให้เรื่องใหญ่ขึ้น ยาวขึ้น และเลวร้ายลง ด้วย
ประเด็นพิจารณาในวันนี้ ประเทศชาติต้องการความกล้าหาญในการ “ตัดสินใจเชิงนโยบาย” ครั้งสำคัญของคณะรัฐบาล โดยเฉพาะจาก ฯพณฯ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ประเด็นพิจารณาในวันนี้ ต้องการความชัดเจนของข้อมูลที่รอบด้าน เป็นจริง ถูกต้องตามหลักการทางวิศวกรรมศาสตร์ โดยจะต้องเป็นข้อสรุปที่ผ่านการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญโดยละเอียดชื่อถือได้
ท่านประธานฯ ที่เคารพ....
ผมขออนุญาตชี้ให้เห็นว่า ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเรื่องสำคัญและจะมีผลกระทบตามมามากจริงๆ – หากว่า เราตัดสินใจผิดพลาด
หากเรายังจำได้ เมื่อเกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ในเวลานั้น คปค.ต้องมาเจอกับโจทย์สำคัญ เพราะรัฐบาลเก่ากำหนดเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 28 กันยายน 2549
ซึ่งก็มีการตั้งคณะทำงานไปดู และตัดสินใจที่จะเดินหน้าเปิด
ในตอนนั้น ไม่พบปัญหาเรื่องรันเวย์ แท็กซี่เวย์ และหลุมจอด แตกร้าวและทรุด
วันที่ 28 กันยายน 2549 -- สนามบินแห่งนี้ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการ
วันที่ 16 ตุลาคม 2549 -- เปิดใช้เพียงแค่ 18 วัน (2 สัปดาห์เศษ) แท็กซี่เวย์ พบ “รอยร้าว” และรอยทรุดที่เป็นรูป “ร่องล้อเครื่องบิน”
วันที่ 27 ตุลาคม 2549 -- คณะผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว.ส.ท) ได้เข้าไปตรวจบริเวณรอยทรุดในแท็กซี่เวย์ของสนามบิน
กลางเดือนมกราคม 2550 -- สนามบินพบรอยทรุดที่แท็กซี่เวย์ลามเป็น 100 จุด และรันเวย์พบรอยทรุดอีก 2 จุด งวงช้างเสียหาย 11 ตัว แท็กซี่เวย์แลหลุมจอดทยอยปิดซ่อม รันเวย์เริ่มปิดซ่อมเมื่อคืนนี้ ทำให้บางสายการบินต้องบินลงไปที่สนามบินอู่ตะเภา
นี่คือเหตุการณ์เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้นที่เราเปิดใช้สนามบินใหม่ๆ !!!!
นี่คือความผิดปกติอย่างรุนแรง – ไม่ใช่เป็นความผิดปกติธรรมดาสามัญ
4 เดือน สนามบินทรุด 100 จุด ถึงต้องปิดรันเวย์ 1 เส้นทาง แต่รัฐบาลทำเสมือนว่าเป็นรอยร้าวจากการก่อสร้างปกติ
ร้าวได้ก็ซ่อมได้ !!!
พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2549 ที่ผ่านมา ยอมรับว่า การย้ายสายการบินต้นทุนต่ำมาดอนเมืองเพราะปัญหาความปลอดภัย
กระผมจึงไม่แน่ใจนักว่า นิยามคำว่า “ความปลอดภัย” ที่กระทรวงคมนา คมใช้นั้น เป็นนิยามเดียวกันกับที่กระผมเข้าใจหรือไม่!
ความปลอดภัยที่กระทรวงคมนาคมเข้าใจ หมายความว่า ผิวรันเวย์ร้าว แท็กซี่เวย์ทรุด งวงช้างเสียหาย หลุมจอดทรุด จะกระทบถึงความปลอด ภัยของการบิน จึงต้องปิดซ่อม เสร็จแล้วก็ใช้การได้
แต่ความปลอดภัยที่กระผมเข้าใจ -- ลึกลงไปกว่านั้น
คำว่าความปลอดภัยที่กระผมเข้าใจก็คือ อาการทรุดแตกร้าวลุกลามเป็น 100 จุด ในระยะเวลาเพียง 4 เดือน เป็นอาการของโรคที่รุนแรง
กระทรวงคมนาคมต้องอธิบายให้ได้ว่า โรคนี้เกิดจากสาเหตุใดให้ได้เสียก่อน
เกิดจากระดับพื้นผิว หรือระดับโครงสร้างใต้ดินในชั้นทราย กันแน่
ก่อนที่จะลงมือรักษาโรค
ท่านประธานฯ ครับ.....
มีผู้รู้บางท่านได้อธิบายปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างน่าตระหนกมาก ซึ่งผมภาวนาอย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับว่า เวลานี้ สนามบินสุวรรณภูมิเป็นพื้นคอนกรีตที่ตั้งอยู่บนชั้นโคลนเลนที่พร้อมจะทรุดร้าวเสียหายได้มากกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่า
เขาอธิบายว่า....
การทรุดตัวแลแตกร้าวที่แท็กซี่เวย์ และรันเวย์ มาจาก 2 สาเหตุ
สาเหตุที่หนึ่ง “โกง”
สาเหตุที่สอง “ชุ่ย”
“2 โกง” + “2 ชุ่ย” = ทรุด + ร้าว
2 โกง
โกงแรก คือ ล็อกสเปกโกงวิธีการปรับปรุงดิน
โกงที่สอง คือ โกงทรายถมผิดสเป็ก
2 ชุ่ย
ชุ่ยที่หนึ่ง เร่งรัดและเร่งรีบจนคุณภาพทางวิ่งห่วย
ชุ่ยที่สอง การบริหารสนามบินเรื่องระบบน้ำห่วย
ปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมกันมายาวนานตั้งแต่ขั้นตอนการถมดินแล้วครับ – นั่นคือเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน
ขออธิบายโดยสังเขปว่า สนามบินสุวรรณภูมิที่เดิมชื่อหนองงูเห่าเป็นดินอ่อนโคลนและเลน ตั้งแต่ผิวดินไปเรื่อยๆ จนลงไปในใต้ดินประ มาณ 20-25 เมตร
ส่วนชั้นล่างของโคลนและเลนก็คือชั้นดินเหนียวแข็งและชั้นทราย
เมื่อถึงชั้นทรายก็จะเป็นชั้นที่ทรุดน้อยมาก และมีสภาพแข็งแรงกว่าโคลนและเลน ในทางการก่อสร้างเวลาฝังเสาเข็ม เขาถึงต้องฝังให้ลึกไปจนถึงชั้นทราย
การก่อสร้างที่รับน้ำหนักในสภาพโคลนและเลนที่เป็นหนองน้ำอย่างนี้มีอยู่หลายวิธี
วิธีที่หนึ่ง -- ฝังเสาเข็มให้ลึกถึงชั้นทรายเพื่อไม่ให้ทรุด ซึ่งต้องใช้เสาเข็มจำนวนมาก วิธีนี้ผู้รับเหมาก่อสร้างในประเทศไทยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้อยู่แล้ว
วิธีที่สอง -- ฉีดซีเมนต์ผสมสารเคมี เพื่อปรับปรุงสภาพดินที่เป็นโคลนและเลนใหม่หมดเพื่อทำให้เกิดความแข็งแรง ซึ่งก็จะมีความแข็งแรง
วิธีที่สาม -- เป็นวิธีที่เราเลือกใช้ คือ วิธี PVD (Prefabricated Vertical Drains) วิธีนี้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือใช้ทรายถมไปในโคลนเลนเพื่อใช้น้ำหนักทรายกดไปในโคลน แล้วฝังท่อในแนวดิ่งจากชั้นทรายลงไปในชั้นโคลนประมาณ 10 เมตร เมื่อน้ำหนักทรายกดทับโคลนและเลน น้ำก็จะวิ่งมาตามท่อ น้ำก็จะซึมออกไปด้านข้างของชั้นทรายและระบายน้ำออก --- ตามทฤษฎีนี้เมื่อใช้น้ำหนักกดทับไปเรื่อยๆ เป็นเวลานาน ก็จะทำให้น้ำในโคลนนั้นถูกระบายออกมากขึ้น จนดินโคลนถูกกดและทรุดตัวลงจนถึงขั้นที่ทรุดน้อยมากหรือแทบไม่ทรุดตัวแล้ว ก็จะสามารถทำเป็นแท็กซี่เวย์ หรือรันเวย์ ต่อได้ โดยจะไม่มีปัญหาการทรุดตัว
สังคมไทยรับรู้มาพอสมควรว่า มีการล็อกสเปกทุจริตการถมทรายในสนามบินหนองงูเห่าในขณะนั้น ทำรายได้ให้กับกลุ่มการเมืองและผู้รับเหมาในเครือข่ายจำนวนมหาศาล
และที่สำคัญคือ มีข้อสงสัยว่าทรายที่ใช้ถมในสนามบินนั้นผิดสเปก
เพราะไม่ใช้ ทรายแม่น้ำ หรือทรายถม
แต่ไปใช้ทรายขี้เป็ด ที่อมน้ำ ไม่รีดน้ำ ซึ่งถูกกว่ามาแทน
หากเป็นทรายขี้เป็ดจริงแล้วล่ะก็ -- มาตรการการรีดน้ำและระบายน้ำใต้ดินของสนามบินแห่งนี้ที่ได้วางเอาไว้จะเกิดปัญหาทันที
แทนที่จะระบายน้ำ กลับมาเป็นตัวอมน้ำ
ชั้นของดิน ก็จะกลายเป็นชั้นของเลน
ท่านประธานครับ....
จะถือว่านี่เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของชาติก็ว่าได้
จากปัญหาการถมทรายไม่เป็นตามสเปก ซึ่งถือว่ารุนแรงแล้ว – ความวัวไม่ทันหาย -- ก็เกิดมีรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรที่อยากจะเร่งเปิดสนาม บินให้เร็ว อยากจะใช้งบประมาณสร้างส่วนอื่นๆ ให้เสร็จให้เร็ว – ความควายเข้ามาแทรก
ทั้งๆ ที่วิธีการปรับปรุงดินโดยเทคนิค PVD ที่น้ำในชั้นดินโคลนระบายออกขึ้นมาในชั้นทรายนั้น ต้องใช้เวลาจนแน่ใจแล้วว่าชั้นดินทรุดจนถึงระดับที่น่าพอใจก่อน
ในยุคนั้นไม่มีใครไปใส่ใจว่า “ดินอมน้ำ” ข้างใต้นั้นมันทรุดตัวจนถึงขั้นทรุดน้อยมากหรือแทบไม่ทรุดแล้วหรือยัง?
นับจากปี 2545 เป็นต้นมา การเร่งรัดก่อสร้างครั้งใหญ่ ทำกันทั้งวันทั้งคืนก็เริ่มขึ้น มีการประกาศเส้นตาย กำหนดการเปิดบินเป็นระยะๆ
และนำมาสู่การทุจริตในขั้นตอนต่อๆ ไป – ซึ่งขั้นตอนการทุจริตในโครงการต่าง ๆ ภายในสนามบินที่เกิดขึ้นภายหลัง ผมจะไม่ขอนำมาอภิปราย ณ ที่นี้ เพราะดูเหมือนคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบสนามบินสุวรรณภูมิของสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียนจะมองเห็นทะลุปรุโปร่ง คงจะได้บรรจุไว้ในรายงานของท่านที่จะเสนอรัฐบาลและสาธารณชนต่อไป
กระผมเพียงแต่อยากจะขอความกรุณาจาก คณะรัฐบาล โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานฯที่เคารพ ได้โปรดพิจารณาเรื่องสำคัญที่ยิ่งใหญ่และมีผลกระทบอยากมากมายเรื่องนี้โดยรอบคอบ และรวดเร็ว
กระผมไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้นมาภายใต้รัฐบาลชุดนี้
กระผมขอกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาล ผ่านท่านประธานฯ ได้โปรดพิจารณาเรื่องโดยรอบคอบอีกรอบหนึ่ง
อย่าเพียงแค่เปิดโอกาสให้มีการย้ายสายการบินในประเทศโดยสมัครใจ แล้วก็ปิดซ่อม ด้วยพื้นฐานความคิดว่าซ่อมไม่นานก็กลับมาใช่ได้อีก
ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมินั้น แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่
ส่วนแรก -- การทุจริตในการก่อสร้างที่สะสมมาหลายยุคหลายสมัย และมาเร่งรัดกันรอบสุดท้ายในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีแนวโน้มที่น่าเชื่อว่า ได้ทำให้ชั้นดินที่เป็นฐานล่างของสนามบินไม่แข็งแรง กลาย เป็นชั้นเลนที่อุ้มน้ำ และจะทำให้ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อซ่อม ในทำนองซ่อมเล็กไม่ได้ – ซ่อมใหญ่แพงมาก
ส่วนที่สอง – การทุจริตในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าในระบบการบริการ ระบบการบิน ระบบของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงการตลาดและการจัดสรรพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดในรัฐบาลที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากการที่ คตส. อยู่ระหว่างการพิจารณาหลายเรื่องด้วยกัน
นี่เป็น ปัญหาสะสมที่เกิดจากการทุจริตคอรัปชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทย
และนำมาสู่ปัญหาที่อาจก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของอุตสาห กรรมการบินไทยด้วยซ้ำไป หากผู้เกี่ยวข้องมองข้ามและละเลยปัญหาเรื่องนี้
กระผมมีความเชื่อว่า ปัญหาการทุจริตและความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิยิ่งใหญ่เกินกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมาแบกรับไว้ได้
ลำพังเรื่องการตรวจสอบทุจริตที่มากมายมหาศาล จับโครงการไหนต้องเจอที่นั่น หน่วยงานปกติ แม้กระทั่ง คตส. หรือ ป.ป.ช.เองก็รับมือไม่ไหว
คตส. นั้น มีอายุจำกัด และมีภารกิจมากจนล้นมือ เมื่อมีรัฐบาลใหม่ก็ต้องส่งมอบกลับให้หน่วยงานปกติ
และที่สำคัญที่สุด เมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว เชื่อแน่ว่า นักการ เมืองจำนวนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทั้งจากรัฐบาลที่แล้ว หรือรัฐบาลที่ผ่านๆ มาเป็นเวลากว่า 10 ปี จะต้องสกัดขัดขวางกระบวนการตรวจสอบการทุจริตอย่างแน่นอนที่สุด
กระผมจึงอยากจะเสนอให้ รัฐบาลนี้ได้โปรดพิจารณาตั้งเป้าหมายการสะสางการทุจริตและปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการก่อสร้างให้ครบวงจรในครั้งเดียว
อาจจะด้วยการออกกฎหมายใหม่ แม้กระทั่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เชื่อแน่ว่าสภาแห่งนี้จะให้ความร่วมมือด้วย
เพื่อตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาสอบสวนและแก้ปัญหา
โดยอาจจะจำลองมาจากระบบอัยการอิสระ (Independent Council) ของสหรัฐอเมริกา หรือระบบอื่นๆ ที่คล้ายกันที่จะทำให้มีอายุการทำงานต่อเนื่อง และอยู่เหนือแรงกดดันทางการเมืองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
เพื่อสะสางปัญหาให้กับสังคมไทย
และเชื่อแน่ว่าผลการตรวจสอบจะสามารถเป็นต้นแบบมาตรฐาน เป็นเครื่องป้องปรามการคิดทุจริตประพฤติมิชอบให้กับสังคมไทยในระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง
เพื่อนสมาชิกฯอย่างท่านวิษณุ เครืองาม ท่านบวรศักดิ์ อุวรรณโณ – ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม – ได้เอ่ยถึงระบบอัยการอิสระ (Independent Council) ว่าน่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในรัฐธรรมนูญใหม่ ท่านน่าจะเป็นผู้ให้ความรู้ต่อเพื่อนสมาชิกทั้งสภาฯและรัฐบาลได้ดีกว่ากระผม
แต่ทำไมจะต้องรอถึงรัฐธรรมนูญใหม่ล่ะ ทำเสียแต่วันนี้ได้ไหม ?
สำหรับข้อปัญหาในเรื่องความไม่ปลอดภัยนั้น ขอให้รัฐบาลใคร่ครวญเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ
หากใช้เหตุผลว่าย้ายสายการบินในประเทศที่สมัครใจ เพราะความไม่ปลอดภัยนั้น -- ด้วยมาตรฐานเดียวกัน สายการบินต่างชาติก็ต้องไม่ปลอดภัยด้วย
กระผมไม่อยากให้เราถูกบังคับให้ย้ายกลับดอนเมืองด้วยมาตรฐานทางการบินโลก ที่ทั่วโลกกำลังเฝ้าจับตาอยู่
เพียงแค่มีประกาศทั่วกันว่า องค์กรสำคัญไม่รับรองความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ จะยิ่งทำให้เกิดผลเสียมหาศาลตามมา
สู้เราเร่งทำของเราเองดีกว่า
อันดับแรก – ตอบคำถามให้ได้ว่า สาเหตุของรอยร้าว-ทรุด ที่ลุกลามเหมือนโรคร้ายที่ผุดขึ้นชั่วระยะ 4 เดือนมาจากเหตุใด
อันดับสอง – ตอบคำถามว่า มั่นใจในการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิส่วนที่เหลือแค่ไหน มีหลักประกันอะไร และใครเป็นคนประกัน
ชีวิตของคนไม่ควรนำมาเสี่ยง – ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ถ้าท่านตอบ 2 คำถามนี้ได้แล้ว ก็ไม่แน่ว่าความคิดเรื่องการย้ายแค่สายการบินในประเทศที่สมัครใจ อาจจะเปลี่ยนมาเป็น การย้ายสนามบินทั้งหมดกลับมาดอนเมืองก็ได้
กระผมขอจบคำอภิปรายด้วยการวิงวอนให้คณะรัฐบาลเปลี่ยนความคิด และ กรุณาตั้งคณะทำงานพิเศษที่มีอิสระ มีอำนาจเต็ม เพื่อตรวจสอบสนามบินสุวรรณภูมิทั้งระบบเพื่อประโยชน์ของสังคมไทยในรุ่นลูกรุ่นหลาน...
ขอบคุณครับ


