•• มีเรื่องจะฝาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดก่อนไปแล้วแต่ ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เพราะติดที่ ไม่ผ่าน กกต. สมควร ทบทวน ให้ดีถึง ที่มา เพราะหลายคนกำลังบำเพ็ญตนเป็น จิ้งจกเปลี่ยนสี, นักทศกรีฑา ที่เห็นๆ กันว่ามาแรงที่สุดขณะนี้คือ ปิยะพันธ์ จำปาสุต – อธิบดีกรมขนส่งทางบก ที่เคยมีมติคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้วให้เป็น ปลัดกระทรวงคมนาคม แทนที่ วันชัย ศารทูลทัต ก็กำลังพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไปให้ถึงตำแหน่งใหญ่ที่หมายปองไว้ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ ควรรับรู้ไว้ว่าท่านผู้นี้นอกจากจะเคยสร้างวีรกรรม ออกโรงมาปกป้องระบอบทักษิณในระยะสุดท้าย โดยอาศัยฐานภาพ นายกสมาคมศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วยังเป็น มือทำงานที่ไว้วางใจสุดๆ ของอดีตรัฐมนตรี พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ขณะนี้มี งานค้าง รอลุ้นอยู่คือ ประมูลรถเมล์เอ็นจีวี 2,000 คันจากจีนมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท อันเป็นโครงการที่ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยนำมา แฉ แล้วรอบหนึ่งใน รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ – คอนเสิร์ตการเมือง ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2549
•• อันว่าโครงการที่ยังเป็น งานค้าง ดังกล่าวแม้จะบอกว่า รถเมล์เอ็นจีวี 2,000 คัน จะเสมือน กึ่งช่วยเหลือ จาก จีน กล่าวคือ ขสมก. บ้านเรา ไม่เสียสตางค์ ทำทีทำท่าประหนึ่งว่า ได้ฟรี เป็นเวลาถึง 15 ปี แต่ความจริงก็คือผลประโยชน์จะไปถูกบวกเพิ่มอยู่ใน ราคาค่าแก๊ส จาก ปตท. ที่แพงกว่าปกติถึง 12 บาท/กก. จาก 8.50 บาท/กก. เป็น 20.50 บาท/กก. บวกลบคูณหารกันแล้วเท่ากับราคารถจะตกถึงประมาณ 12 ล้านบาท/คัน ทั้งๆ ที่ถ้าซื้อตามปกติแล้วจะตกประมาณ 4.5 ล้านบาท/คัน รวมทั้งล็อตราคาก็จะเป็นประมาณ 24,000 ล้านบาท แทนที่จะเป็นประมาณ 9,000 ล้านบาท ที่ควรจะเป็น
•• โครงการที่ว่านี้ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยเปรียบเปรยไว้ว่าเป็นเสมือน ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว นกตัวที่ 1 ก็คือ ส่วนได้ส่วนเสียจากมูลค่าโครงการทั้งหมด นกตัวที่ 2 ก็คือ ปตท.ได้ขายแก๊ส – ส่งผลให้กำไรต่อปีและมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น และนกตัวที่ 3 คือมีนโยบาย โละรถเมล์น้ำมันเก่าให้เทศบาลนครเชียงใหม่และอปท.ทั่วประเทศ วันนั้นผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์พูดไว้ว่า “...รู้ไหมว่าใครคือต้นคิดโครงการนี้ เจ๊บ้านทรายทองไงล่ะ ไหนบอกว่าพอแล้วไง แต่ไฉนงกจนตัวเป็นขน ขนาดผัวตัวเองกำลังจะโดนไล่ออกจากประเทศแล้ว ยังทำมาหารับประทานกันไม่หยุดไม่หย่อน ยิ่งใกล้เวลาไปยิ่งทำมาหากินเยอะมาก.” ก็ฝากรัฐมนตรีคนดีคนซื่อไว้พิจารณาด้วย
•• มีอีกบางรายที่เป็น สายตรง ส่งรายชื่อ ขอตรง มาจาก นายหญิง ของ บ้านจันทร์ส่องหล้า นาม คุณหญิงพจมาน ชินวัตร วันนี้มี หลักฐานรูปธรรม ให้เห็นกันชัดๆ อยู่รายหนึ่ง สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ที่มติคณะรัฐมนตรีชุดที่แล้วเลื่อนจากตำแหน่งเดิม รองปลัดกระทรวงแรงงาน ขึ้นเป็น ปลัดกระทรวงแรงงาน แทน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่จะกลับไปเป็น ปลัดกระทรวงยุติธรรม อีกรอบก่อนฝันสลาย
แบบฟอร์ม – หนังสือขอสนับสนุนตำแหน่งจาก “สุณิสา” ถึงสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.แรงงาน ดูรูปแบบสั้นๆ ทำนองแบบฟอร์มแล้ว เชื่อว่ายังมีอีกมาก ใครมีหลักฐานทำนองนี้ก็อย่ารั้งรอ ส่งเข้ามาให้ “เซี่ยงเส้าหลง” ได้เลย จะได้นำมาบอกกล่าวให้รัฐบาลใหม่ที่ประกาศเน้น “4 ป. – โปร่งใส, เป็นธรรม, ประสิทธิภาพ และประหยัด” ท่านรับรู้ไว้ และดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
•• หลักฐานตาม ภาพประกอบ ข้างต้นก็คือหนังสือลง วันที่ 25 กรกฎาคม 2549 ส่งตรงจากคนชื่อ สุณิสา ไปถึง สมศักดิ์ เทพสุทิน – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้น ขอให้สนับสนุน สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ จาก รองปลัดกระทรวงแรงงาน ขึ้นไปเป็น ปลัดกระทรวงแรงงาน ใครคือคนชื่อ สุณิสา ที่พิมพ์ไว้แต่ชื่อไม่มีนามสกุลพร้อม ลายเซ็นกำกับ เราคงจะไม่มีทางรู้ถ้าไม่มีการ เกษียรหนังสือ จากคนชื่อขึ้นต้นด้วย ธ. แต่อ่านไม่ชัดว่าเป็น ธนพล, ธนพร หรือ .... นามสกุลขึ้นต้นด้วยคำว่า ศรี... ขึ้นไปถึง ฯพณฯ รมว.รง. ระบุชัดในบรรทัดแรกว่า “...ด้วยคุณสุณิสา เลขานุการคุณหญิงพจมาน มีหนังสือขอสนับสนุน...” ลงวันที่ในวันถัดมา วันที่ 26 กรกฎาคม 2549 อีกไม่กี่วันต่อมาคือ วันที่ 8 สิงหาคม 2549 คณะรัฐมนตรีก็มี มติแต่งตั้ง ตามนี้
•• ขลุกอยู่กับเหตุการณ์ปัจจุบันจนเกือบลืมว่าช่วงเวลานี้คือ ช่วงเวลาของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2546 ย่อหน้านี้ “เซี่ยงเส้าหลง” ขอรำลึกถึง คนธรรมดาคนหนึ่ง ที่ จากไปโดยไร้อำนาจวาสนา คนคนนั้นชื่อ สวัสดิ์ มิตรานนท์ วายชนม์ไปแล้วนานนับสิบปี บทบาทที่มีพลัง นอกจากการเดินทางเข้าไปสำรวจความจริงที่ ทุ่งใหญ่นเรศวร และร่วมทำหนังสือ บันทึกลับจากทุ่งใหญ่ ร่วมกับ กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ 4 สถาบัน เปิดโปงนายทหารล่าสัตว์ป่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวรโดยเฮลิคอปเตอร์ของทางราชการแล้ว ณ วันเริ่มต้นการชุมนุมที่ ลานโพธิ์ ธรรมศาสตร์ เมื่อ วันที่ 9 ตุลาคม 2516 ขณะจำนวนผู้คนยัง น้อยนิด คนคนนี้ประกาศ อดข้าวจนกว่ารัฐบาลจะปล่อยผู้บริสุทธิ์ กลางดึกของคืน วันที่ 12 ตุลาคม 2516 เหลือเวลาอีก 12 ชั่วโมง จะถึง เส้นตาย เขาอยู่ในสภาพ อิดโรย ขอร้องให้เพื่อนช่วยกัน หาม ขึ้นไป ปราศรัยในท่านอน ณ เวทีการนำ สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ ด้วยเสียงสั่นเครือแต่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการกล้าต่อสู้กล้าเสียสละ น้ำตาจากผู้คนมากกว่า 1 แสนคนคืนนั้นหลั่งออกมา โดยเฉพาะกับประโยคที่ว่า “...แม้ผมอาจจะอยู่ไม่ถึงเส้นตาย เที่ยงตรงวันพรุ่งนี้ แม้ผมอาจจะไม่มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผมขอให้เพื่อนทุกคนยืนหยัดต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพื่ออิสรภาพ เสรีภาพของคนไทยทั้งมวล.” เข้าใจว่านอกเหนือจาก มหาตมะ คานธี แล้วต้องถือว่า สวัสดิ์ มิตรานนท์ เป็นคนแรกและคนเดียวของประเทศไทยที่ นอนปราศรัยได้อย่างมีพลังโดยสื่อผ่านร่างกายที่อิดโรยน้ำเสียงขาดหายเป็นช่วงๆ เขาไม่ใช่ ซ้าย ตรงกันข้ามกลับจะ อนุรักษนิยม เป็นหนึ่งในสมาชิก โขนธรรมศาสตร์ ที่ก่อตั้งโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก่อนหน้าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ร่วม แสดงละคอน เรื่อง สี่แผ่นดิน สร้างโดย ยุทธนา มุกดาสนิท โดยรับบทเป็น พ่อเพิ่ม พี่ชายของ แม่พลอย ได้อย่างสมบทบาท
•• แน่นอนว่า สนธิ ลิ้มทองกุล จะกลับมาถึงประเทศไทยทันจัด รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ตามปกติที่ ASTV : ทีวีกู้ชาติ ในวันพรุ่งนี้ วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2549 เวลาเดิม 19.30 – 21.30 น. โปรดติดตาม เรื่องเล่าจากต่างแดน และ มุมมอง


